หน้าแรก การเมือง พริษฐ์ ซัด รบ...

พริษฐ์ ซัด รบ.ไม่ควรโบ้ยกม. 3 ฉบับ ไม่ผ่านสภา ปมรถไฟฟ้า 20 บาทส่อเลื่อน ทั้งที่มีเสียงข้างมาก

26.08.25 | 11:33 น.

พริษฐ์ ซัด รบ.ไม่ควรโบ้ยกม. 3 ฉบับ ไม่ผ่านสภา ปมรถไฟฟ้า 20 บาทส่อเลื่อน ทั้งที่มีเสียงข้างมาก

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายส่อเลื่อนซึ่งอาจใช้ไม่ทันวันที่ 1 ตุลาคม โดยมีเหตุผลว่ากฎหมาย 3 ฉบับ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การขนส่งทางราง, ร่าง พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม และร่าง พ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ยังไม่ผ่านสภานี้ ว่า ต้องทำความเข้าใจว่าวาระการประชุมสภาในสัปดาห์นี้จะมีการพิจารณาร่างกฎหมายที่มีความเชื่อมโยงกับนโยบายของรัฐบาลเรื่อง 20 บาทตลอดสาย ซึ่งจุดยืนของพรรค ปชน.ต่อนโยบายนี้ ยืนยันว่าโดยหลักการนั้นเห็นด้วยกับการทำให้ขนส่งสาธารณะเข้าถึงประชาชนได้ สะดวก ราคาถูก และครอบคลุมทั้งรถไฟฟ้าและรถเมล์ แต่ทางพรรคประชาชนมีความเป็นห่วงเกี่ยวกับวิธีการที่รัฐบาลเลือกในการดำเนินการ ทั้งเรื่องที่มางบประมาณ ซึ่งอาจมีการดำเนินการใดๆ ที่เสี่ยง หรือเอื้อต่อเอกชนรายใดหรือไม่

นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วทำให้จุดยืนของพรรค ปชน.ต่อร่างกฎหมาย 3 ฉบับนี้ ก็อาจมีความแตกต่างกันออกไปบ้าง ซึ่งทั้งร่าง พ.ร.บ.การขนส่งทางราง และร่าง พ.ร.บ.ตั๋วร่วมฯ พรรคมีมติเห็นชอบกับร่าง แต่เราต้องมีความพยายามผลักดันสาระสำคัญที่อยู่ในร่างประกบของเรา ให้เข้าไปอยู่ในร่างของกรรมาธิการที่จะผ่านสภาออกมา เช่น พ.ร.บ.ตั๋วร่วมฯ ที่มีทั้งร่างของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และร่างของภาคประชาชน ทางตัวแทนของเราก็ประสบความสำเร็จ ได้ผลักดันหลายประเด็นให้เข้าไปอยู่ในร่างของกรรมาธิการ โดยเฉพาะประเด็นที่สำคัญต่อปากท้องของประชาชน ซึ่งคำนิยามเรียกว่าค่าโดยสารร่วม ทำให้การคำนวณค่าโดยสารไม่คิดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนกัน และสามารถดำเนินการลดค่าโดยสารให้กับประชาชนได้ ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.รฟม. เราก็มีความกังวลเกี่ยวกับร่างดังกล่าว สอดคล้องดับจุดยืนที่กังวลต่อวิธีการและแหล่งที่มาของเงินที่รัฐบาลเลือกใช้

นายพริษฐ์กล่าวด้วยว่า ตัวแทนรัฐบาลยังออกมาประกาศว่าอาจเลื่อนโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ออกจากเดดไลน์ 1 ตุลาคม จึงขอตั้งคำถามกลับไปยังรัฐบาลว่าเหตุใดจึงเกิดความล่าช้าตรงนี้ที่เป็นนโยบายเรือธง จะทำได้ก็ต่อเมื่อกฎหมาย 3 ฉบับผ่านใช่หรือไม่ เพราะรัฐบาลยังไม่สามารถตอบได้อย่างชัดเจน และเหตุใดที่ผ่านมาจึงประกาศวันบังคับใช้นโยบายเป็นวันที่ 1 ตุลาคม แล้วยังไม่สามารถทำได้

“ในเมื่อรัฐบาลก็มีเสียงข้างมากในสภาอยู่แล้ว แม้จะเป็นฝ่ายค้านที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่รัฐบาลถือเสียงข้างมากในสภา ทำไมไม่สามารถใช้เสียงข้างมากผลักดันกฎหมายที่เชื่อมโยงกับนโยบายเรือธงได้ แต่หากรัฐบาลบอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย 3 ฉบับนี้ก็ไม่ควรมาโทษว่ายังไม่ผ่านออกมาและใช้เป็นเหตุในการเลื่อนออกไป ผมคิดว่ารัฐบาลต้องตอบให้ชัด ถ้าไม่ทำตามได้อาจมาจากการวางแผนที่ไม่รอบคอบของรัฐบาล” นายพริษฐ์กล่าว

Advertisement