⦁…พระพุทธศาสนา มุ่งไปที่ “สลายความลวง ให้เห็นความจริง” เมื่อ หลวงพ่ออลงกต เริ่มต้นจากใช้ “ชื่อคนตาย” มาบวช เพื่อ “ปกปิดหนีทหาร” ธรรมชาติของการ “มุสาวาท” คือต้อง “โกหก” ต่อเนื่องไป เพื่อ “เลี่ยงจากความจริงให้พ้น” แต่โดย “สัจธรรม” ที่สุดแล้วความจริงย่อมปรากฏ เมื่อถึงวาระแห่ง “วิบากกรรม” เป็นธรรมดาที่ “ผ้าเหลือง” ซึ่งใช้ครองเพื่อดำเนินชีวิตต้องหลุดจากกาย ได้แต่ภาวนาให้ “ธรรมะ” ที่ฟังแล้วดูจะซึมซับได้ไม่น้อย จะยังอยู่กับ “จิต” บ้าง
⦁…ถูกแล้วที่ แพทองธาร ชินวัตร เลือกที่จะไม่พูดถึง “คดี” ด้วยปฏิเสธไม่ได้ว่าชั่วโมงนี้ กระแสจ้องจับผิด เนื่องจาก “หมดความเชื่อมั่นในการนำประเทศ” ก่อความคิด “ต่อต้าน” ไม่อยากให้อยู่ต่อมีสูง ซึ่งเอาเข้าใจจริง “โทษใครไม่ได้เลย” เมื่อหันมอง “ทีมงานสื่อสารกับสาธารณะ” ที่ “หาผลงานมาอวดได้ยาก” ในภาวะถูกต่อต้านด้วย “โครงสร้างอำนาจที่มุ่งแช่แข็งประเทศ” แล้ว การให้ความสำคัญหลักยังไปอยู่ที่ “ทีมนายแบก นางแบก” มากกว่า “ทีมโฆษก” ที่ตั้งขึ้นด้วยเหตุผล “ต้องดูแลทางการเมือง มากกว่าเชื่อในความรู้ความสามารถ”
⦁…ไม่มีทางเลยหากจะสู้กันด้วย “แสนยานุภาพของกองกำลัง” แต่เพราะความผิดพลาดของ ฮุน เซน ที่เชื่อว่า “รัฐบาลไทยอ่อนแอ” เป็นโอกาสที่จะใช้กำลังเข้ายึด “พื้นที่ในหลักเขตไทย” ที่ “ละเลยให้คนเขมรเข้ามาตั้งชุมชน” ด้วยนึกว่า “เข้าใจการเมืองไทย” หารู้ไม่ว่า “รัฐบาลอ่อนแอ กองทัพยิ่งเข้มแข็ง” เมื่อบุกเข้ามาแล้วถูก “ตีโต้” แบบเอาจริง “กัมพูชา” จึงเสียหายยับเยิน และเมื่อ “ทหารสู้ไม่ได้” คิดใช้ “มวลชน” เป็นแนวหน้า ซึ่งลืมไปว่า “มวลชนไทย” ที่พร้อมเผชิญหน้า มีมากมาย
⦁…ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ในชื่อเสียงของตำรวจในเชิง “สร้างผลงานในทุกด้าน” เป็นที่รับรู้กันอยู่ว่าไม่มีใครล้ำหน้า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ไปได้ ยิ่งในช่วงหลังในสถานการณ์ต้อง “สึกพระ” โดยเฉพาะ “ชั้นผู้ใหญ่” ยิ่งชัดเจนว่า “บิ๊กเต่า” โดดเด่นในความไม่สะทกสะท้านต่อความเสี่ยงจากพลังศรัทธาของประชาชน ด้วยวิธีใช้การสอบสวนหาพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ “ลงดาบเมื่อดิ้นไม่หลุด” ดังนั้นอย่าแปลกใจเมื่อถึง “ฤดูแต่งตั้งโยกย้าย” แล้วไม่มีชื่อทั้งที่มี “คุณสมบัติ” เข้าเกณฑ์ จึงต้องแสดงให้เห็น “ความช้ำใจ” ต่อค่านิยม “คนของใคร มากกว่าผลงาน” กันบ้าง
⦁…หากเลือกเดินในสาย “นักวิเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญการเมือง” โดยมุ่งให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และความคิดที่ “เป็นกลาง เป็นธรรม” เพื่อประโยชน์ให้เกิดความรู้จริงต่อประชาชน เชื่อว่า “เดอะจ๊ะ” ธนพร ศรียากูล คงไม่น้อยอกน้อยใจที่ “ชื่อหลุดจากโผนักศึกษา วปอ.” ด้วยกระแสต่อต้าน “หลักสูตรคอนเน็กชั่นอภิสิทธิ์ชน” แม้ต้านไม่ได้ผล แต่ “คนส่วนใหญ่” ร่วมส่ายหน้ามากขึ้น “กูรู” ที่เลือกยืนอยู่ข้างประชาชนย่อมช่วยให้ได้รับการยกย่องมากกว่า
⦁…เพราะเป็น “จังหวัดหนึ่งเดียว” ที่ “พรรคประชาชน” ได้รับเลือกเป็น “นายก อบจ.” กระทั่งมีการประกาศกันชัดเจนว่าจะทำ “ลำพูน” ให้เป็น “ต้นแบบองค์การบริหารการปกครองท้องถิ่น” เพื่อใช้เป็นเหตุผลของการผลักดัน “นโยบายกระจายอำนาจ” แบบเข้มข้น หลัง “รถเมล์ไฟฟ้าบริการทั่วจังหวัด” ตามมาแล้วด้วย “โซลาร์เซลล์ลดค่าไฟ” ตามเป้าหมาย “ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้” เพื่อความสำเร็จในการจัดการชีวิตได้ดีขึ้นของประชาชน ผลสรุปการพัฒนาในแต่ละปีของ “ลำพูน” จึงชวนติดตามยิ่ง
⦁…ประกาศกร้าวจาก ภูมิธรรม เวชยชัย เพื่อจัดระเบียบการแสดงออกทางความคิดหลังตั้งทีมทนายฟ้องกราวรูด “หยุดบิดเบือน หยุดสร้างความเกลียดชังโดยสร้างข่าวเท็จทำลายผู้อื่น”
⦁…ไม่รู้สื่อสารกันอีท่าไหน “ค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย” ที่กำลังเริ่มต้นอย่างคึกคัก และควรจะเป็น “ผลงานโบแดง” เปิดทะเบียนให้ฮือฮากันไม่กี่วัน “ทีมสื่อสารของรัฐบาล” ต้องออกมาขอโทษประชาชน “อีกแล้ว”
⦁…อย่าได้ตกอกตกใจอะไรไปเลย ที่ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล กินข้าวกับ “คีย์อำนาจประเทศไทย” เหมือนเดินสายถี่ยิบ ด้วยประเทศนี้เชื่อใน “ดีล” ว่าเป็น “กลไกสู่ความสำเร็จ” ย่อมเป็นธรรมดาที่ต้องทำ ในจังหวะที่ “โอกาสมาจ่ออยู่ต่อหน้าเห็นๆ”







