อิ๊งค์ ระทึก! ศาล รธน.ตัดสินคดีคลิปเสียง ‘ฮุน เซน’ บ่าย 3 โมง วันนี้
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 29 สิงหาคม คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีกำหนดประชุมเวลา 09.30 น.เพื่อนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติคำร้องที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวน 36 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 106 (4) และ (5) หรือไม่ เนื่องจากไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีคลิปเสียงบทสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร และสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา
จากนั้นเวลา 15.00 น.องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะออกนั่งบัลลังก์เพื่ออ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟัง ทั้งนี้ คำร้องดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับคำร้องไว้พิจารณา และมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 เสียงให้ น.ส.แพทองธารหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ไว้จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมาตรการการรักษาความปลอดภัยโดยรอบอาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (อาคาร A) ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่ได้นำแผงรั้วเหล็กมาวางตามแนวบริเวณด้านหน้าสำนักงาน เพื่อแสดงถึงพื้นที่ขอบเขตศาล พร้อมกับติดตั้งป้ายเป็นเขตหวงห้าม ไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องผ่านเข้าในบริเวณดังกล่าวเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา ที่มีการพิจารณา และอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะทางเข้า-ออกบริเวณฝั่งทางเข้าโถงอาคาร A จะนำแผงเหล็กมากั้นบริเวณแนวเขตทางเข้าของสำนักงาน
สำหรับบุคคลที่จะเข้าฟังการอ่านคำวินิจฉัยของคดีนั้น เบื้องต้นจะอนุญาตให้เฉพาะบุคคลที่เกี่ยวข้องเท่านั้น และจะมีจุดรับแลกบัตร และตรวจค้นอาวุธ ซึ่งจะอยู่บริเวณเชิงบันไดทางขึ้นห้องพิจารณาคดี ผู้เข้าฟังคำวินิจฉัยจะต้องแลกบัตร และตรวจอาวุธ รวมทั้ง ฝากสิ่งของ อาทิ กระเป๋า โทรศัพท์มือถือ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ
ทั้งนี้ การพิจารณาคดีได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.ทุ่งสองห้อง มาเป็นกำลังหลักดูแลพื้นที่ รวมทั้ง กองร้อยควบคุมฝูงชน (คฝ.) จากกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 (บก.น.2) จำนวน 1 กองร้อย 176 นาย บก.อคฝ. จัดกำลัง คฝ.หญิง จำนวน 2 หมู่ 22 นาย รวมถึง จะจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตามสถานการณ์ที่เฝ้าติดตามกรณีมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ
สำหรับสื่อมวลชน และผู้ที่จะเดินทางมาให้กำลังใจ หรือติดตามรับฟังการอ่านคำวินิจฉัยคดี เจ้าหน้าที่ได้จัดพื้นที่พร้อมติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิดถ่ายทอดการอ่านคำวินิจฉัยจากห้องพิจารณาคดีลงมายังบริเวณลานชั้น 2 ของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญให้รับฟังด้วย ส่วนบริเวณด้านหน้าสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ จะนำแผงเหล็กมากั้นพื้นที่ไปจนถึงบริเวณลานหน้าเสาธง ติดกับอาคารสำนักงานกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยจะติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิดสำหรับประชาชนที่สนใจจะมาร่วมรับฟังคำวินิจฉัย ประกอบกับจะถ่ายทอดผ่านยูทูบ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประชาชนได้ติดตามการอ่านคำวินิจฉัยโดยไม่ต้องเดินทางมาที่ศาลรัฐธรรมนูญเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ยังไม่มีการออกประกาศเขตอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ เบื้องต้นคาดว่าจะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง ว่าต้องมีการออกประกาศเพิ่มเติมภายหลังหรือไม่
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งความเคลื่อนไหวของ น.ส.แพทองธาร ว่า วันที่ 29 สิงหาคม ได้มอบทีมทนายความ และ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกฯ เป็นตัวแทนเข้ารับฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ขณะที่ น.ส.แพทองธารจะเดินทางเข้าทำเนียบฯ เวลาประมาณ 14.00 น.เพื่อติดตามรับชมการถ่ายทอดสดคำวินิจฉัย ที่ห้องประชุมชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า และจัดเตรียมห้องสีม่วงสำหรับรัฐมนตรีที่มาให้กำลังใจ ร่วมรับฟังคำวินิจฉัยไปพร้อมกันด้วย
ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการอ่านคำวินิจฉัย นายกฯ จะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนบริเวณโถงกลางภายในตึกไทยคู่ฟ้า และจะเดินทางกลับออกไปในทันที คาดว่าไม่เปิดให้สื่อมวลชนได้ซักถาม จากนั้น น.ส.แพทองธารจะเดินทางเข้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย (พท.) เพื่อพบปะกับ ส.ส.ของพรรคที่มารอให้กำลังใจ และบรรดาแฟนคลับ
ก่อนหน้านี้ มีการนัดหมายให้ ส.ส.พท.นัดรวมตัวกันที่พรรค แล้วนั่งรถเข้าทำเนียบฯ เพื่อมาให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร แต่ได้เปลี่ยนแปลงไม่ให้ ส.ส.เดินทางเข้าทำเนียบฯ แต่ให้รวมตัวกันที่พรรค พท.ตั้งแต่เวลา 15.00 น.

