หน้าแรก การเมือง กองทัพไทย เคา...

กองทัพไทย เคาะสร้างรั้วชายแดนไทย-เขมร ยาว 10 กม. ‘มาริษ’ ถก ‘ปธ.-ออตตาวา’

29.08.25 | 06:40 น.

กองทัพไทย เคาะสร้างรั้วชายแดนไทย-เขมร จุดแรก ‘บ้านป่าไร่-บ้านท่าข้าม’ ยาว 10 กม. ‘มาริษ’ ถก ‘ปธ.-ออตตาวา’

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา พล.อ.มนัส จันดี เสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมคณะลงพื้นที่เพื่อสำรวจแนวชายแดนตั้งแต่หลักเขตที่สี่ 48 ต่อเนื่องถึง 51 บริเวณพื้นที่บ้านป่าไร่ ถึงบ้านท่าข้าม ในเขต อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยการสำรวจดังกล่าว เพื่อเตรียมสร้างแนวกำแพงแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยได้ข้อสรุปเบื้องต้นบริเวณหลักเกณฑ์ที่ 50 และ 51 ซึ่งไทย และกัมพูชา เห็นตรงกันแล้วในเรื่องเขตแดน จะสร้างรั้วถาวรเป็นจุดแรกระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร

ขณะที่บริเวณอื่นๆ ซึ่งยังมีการอ้างสิทธิ และยังไม่มีข้อสรุปเรื่องเขตแดนที่ชัดเจน เบื้องต้นจะสร้างเป็นแนวรั้วชั่วคราวด้วยวิธีการตัดถนนเลียบตลอดแนวชายแดน และวางรั้วลวดหนามหีบเพลงสามชั้น พร้อมติดกล้องวงจรปิดในจุดที่ดำเนินการได้ เชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าวจะเกิดประโยชน์ในการเคลื่อนย้ายกำลัง รวมถึง การลาดตระเวนตรวจตรา นอกจากนี้ การปรับพื้นที่ให้โล่ง จะทำให้การลักลอบผ่านแดนตามช่องทางธรรมชาติยากขึ้น ซึ่งถือเป็นการสกัดกั้นทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และปัญหาสแกมเมอร์ได้

ทั้งนี้ การดำเนินการจะเริ่มต้นทันทีที่นำเรื่องขออนุมัติจากสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และไม่ได้ติดขัดเรื่องงบประมาณ เชื่อว่าภายในปีนี้ น่าจะเห็นแนวรั้วกำแพงชายแดนไทยกัมพูชาเริ่มเกิดขึ้นได้ ขั้นตอนจากนี้จะลงในรายละเอียดพื้นที่ต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชนตามแนวชายแดน ที่บางส่วนอาจได้รับผลกระทบบ้าง แต่เชื่อว่าประชาชนพร้อมที่จะเสียสละ เพื่อความมั่นคงปลอดภัยของส่วนรวม

ที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) พบหารือ น.ส.อิชิกาวะ โทมิโกะ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรญี่ปุ่นประจำการประชุมด้านการลดอาวุธ ประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ครั้งที่ 22 (อนุสัญญาออตตาวา) และ น.ส.แคโรลีน-เมลานี เรกิมบัล หัวหน้าสำนักงานกิจการลดอาวุธแห่งสหประชาชาติ (UNODA) ซึ่งเป็นการประชุมร่วม 3 ฝ่าย ในฐานะผู้มีส่วนเกี่ยวข้องภายใต้อนุสัญญาออตตาวา เพื่อหารือถึงสถานการณ์ระหว่างไทย-กัมพูชา และรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการใช้ทุ่นระเบิดของฝ่ายกัมพูชาที่เป็นการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา ทั้ง 3 ฝ่ายได้ใช้เวลาในการหารือราว 40 นาที

Advertisement

จากนั้น นายมาริษได้เข้าร่วมหารือกับสมาชิกรัฐภาคีตามอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมประมาณ 14 คน อาทิ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศส, นอร์เวย์, เยอรมนี, เบลเยียม และผู้แทนของสหภาพยุโรปเป็นต้น โดยในกลุ่มนี้มีประเทศผู้บริจาคในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้กัมพูชาด้วย

นายมาริษให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ประเทศเหล่านี้สนใจมาร่วมรับฟังถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ได้แสดงหลักฐานต่างๆ ที่ไทยประสบปัญหาของการละเมิดข้อตกลงของกัมพูชา การละเมิดอำนาจอธิปไตย ที่กัมพูชาเข้ามาวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งล่าสุด มีทหารเหยียบกับระเบิดสังหารบุคคลทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 นาย ได้ใช้โอกาสนี้ยื่นประท้วง และเรียกร้องให้รัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา ร่วมกันเรียกร้องให้กัมพูชามาชี้แจงในสิ่งที่เกิดขึ้นตามบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ถือเป็นโอกาสดีที่ตนได้ยื่นหลักฐาน และข้อเรียกร้องอย่างเป็นทางการตามกลไกอนุสัญญาออตตาวา

“การพบปะครั้งนี้ ทุกส่วนให้ความชื่นชมบทบาทประเทศไทยเป็นอย่างมาก แม้ไทยเป็นผู้ถูกกระทำ แต่เราใช้มาตรการตอบโต้ที่เป็นมืออาชีพ อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม และได้สัดส่วนกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มุ่งเป้าหมายไปที่ทหาร เพื่อยุติการรุกรานของกัมพูชาตามกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศที่เป็นสมาชิกของรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา เช่น เอกอัครราชทูตของนอร์เวย์ เยอรมนี เบลเยียม และเปรู ได้พูดชัดเจน และขอบคุณประเทศไทยที่ใช้ความยับยั้งชั่งใจ และชื่นชมว่าเราตอบโต้โดยใช้มาตรการที่เหมาะสมทุกอย่าง เพื่อที่จำกัดการสูญเสีย หรือจำกัดปฏิบัติการให้อยู่ในกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งในนามของรัฐบาล ต้องชื่นชมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกองทัพที่ทำงานร่วมกัน” นายมาริษกล่าว

นายมาริษกล่าวอีกว่า ทุกประเทศที่เข้าร่วมต่างรับฟังในสิ่งที่ตนได้อธิบาย และได้ชื่นชมว่าเราดำเนินการทุกอย่างภายใต้กรอบของกฎหมายระหว่างประเทศ และใช้กลไกของตัวเองในการแก้ไขปัญหาอย่างมืออาชีพ และมีประสิทธิภาพมาก นอกจากนี้ ทุกประเทศยังชื่นชม และสนับสนุนในสิ่งที่ตนได้กล่าวหลายครั้งว่า เราใช้กรอบของการเจรจาทวิภาคีในการแก้ไขปัญหามาโดยตลอด

นายมาริษกล่าวต่อว่า การเดินทางมาครั้งนี้ เราได้ยื่นเอกสารคำชี้แจง หลักฐานทุกสิ่งทุกอย่างอย่างเป็นทางการ จะเพิ่มน้ำหนักในการพิจารณาในกรอบขององค์การสหประชาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรอบของอนุสัญญาออตตาวาต่อไป ทุกประเทศภาคีสมาชิกได้ยืนยันกับตน ว่าจะช่วยเหลือ และผลักดัน ให้กระบวนการพิจารณาภายใต้กรอบอนุสัญญาออตตาวา เป็นผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ณ ขณะนี้คือต้องการคำชี้แจงจากกัมพูชา เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เขาละเมิดบูรณภาพแห่งดินแดน และละเมิดข้อตกลงอนุสัญญาออตตาวา หลักฐานที่ได้ยื่นไปนั้น มีน้ำหนักอย่างแน่นอน เมื่อประเทศภาคีอนุสัญญาออตตาวาได้รับไป และจะต้องให้ความเป็นธรรม