สมชาย แสวงการ ชี้คำวินิจฉัยชัดเจน เชื่อส่งผลให้ ป.ป.ช.ลุยดำเนินคดีอาญา ‘แพทองธาร’ ต่อ ย้ำคำวินิจฉัยศาล รธน.ผูกพันทุกองค์กร
เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ โดยมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญแล้วนั้น นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พร้อมทีมทนายเดินทางออกจากศาลโดยไม่ได้มีการให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด
ขณะที่ พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 1 ใน 36 ผู้ร้อง ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธารสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญว่า คำพิพากษาเป็นไปตามข้อเท็จจริง ศาลพูดถึง 2 ครั้งว่า ย่อมรู้ด้วยวิญญูชน เรื่องนี้เป็นการทำหน้าที่ตามความความรับผิดชอบ ไม่ได้มีอะไรมากกว่านี้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญของผู้ดำรงแหน่งนายกรัฐมนตรี และจะเป็นบรรทัดฐานที่ดีต่อไป
ด้านนายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้ชัดเจน คือเป็นการทำผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง การที่นายกฯแถลงไต่สวนหรือกล่าวอ้างใดๆ ก็ได้ปรากฏชัดแล้วตามคำวินิจฉัยของศาลซึ่งมีรายละเอียดครบถ้วน คิดว่าเป็นคำแถลงที่ตรงไปตรงมาที่สุด เพราะคำร้องนี้มีการร้อง 2 ประเด็น คือร้องตาม (4) ไม่ซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์ และการผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงในตำแหน่งหน้าที่นายกรัฐมนตรี ไม่รักษาเกียรติภูมิของประเทศ มีส่วนได้เสีย ตามที่พวกเราได้รับทราบ พวกตนก็ยืนยันมาตลอดว่านายกรัฐมนตรีมีความคิดในส่วนนี้
นายสมชายกล่าวว่า มันมีตั้งแต่กรณีคดีของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็ชัดเจน และศาลบรรยายพฤติการณ์ทั้งหลาย ในกรณีที่โทรศัพท์ของนายกฯมีส่วนได้เสีย ปกป้องผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าผลประโยชน์ของชาติ ในเรื่องของคะแนนนิยม เรื่องการถูกไล่ไปเป็นนายกฯเขมรอยู่แล้ว อันนี้ก็ชัด ในเนื้อหาการเจรจาเราก็เห็นว่าเป็นกายอมรับข้อเสนอของฮุน เซน ทั้งนั้น ไม่ได้มีข้อเสนอของฝ่ายไทยเลย ดังนั้น ศาลวินิจฉัยโดยชอบแล้ว
นายสมชายกล่าวต่อว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะผูกพันทุกองค์กร ซึ่งคดีที่ค้างอยู่ก็มีเรื่องที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ ส.ว.ปัจจุบันไปร้องผิดจริยธรรม และมีเรื่องที่ตนเองและคณะที่ไปร้อง รวมทั้งมีประชาชนอื่นไปร้อง เชื่อว่าคำวินิจฉัยก็เข้าในประเด็นที่ร้องอยู่แล้ว ป.ป.ช.คงจะเร่งดำเนินการเรื่องคดีอาญาต่อไป
เมื่อถามว่า หลังเสร็จสิ้นคดีนี้แล้วจะมีการเคลื่อนไหวทางการเมือง ในฐานะกลุ่มรวมพลังแผ่นดินอย่างไรหรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ เพราะเขามีการประชุมช่วงเที่ยง ซึ่งตนมาฟังการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

