อัยการธนกฤต แจงผลทางกฎหมายเมื่อนายกฯพ้นตำแหน่ง ครม.รักษาการยังมีอำนาจเต็ม

29.08.25 | 18:32 น.

อัยการธนกฤต แจงผลทางกฎหมายเมื่อนายกฯพ้นตำแหน่ง ครม.รักษาการยังมีอำนาจเต็ม ไม่จำกัดอำนาจเหมือนยุบสภา

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการผู้เชี่ยวชาญ และอาจารย์พิเศษผู้บรรยายวิชากฎหมายวิธีพิจารณาความ และกฎหมายพยานหลักฐาน ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยรามคำแหง,
สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงผลทางกฎหมายเมื่อนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ว่า

จากการที่คณะรัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 167 วรรคหนึ่ง (1) อันเป็นผลจากการที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเสียงข้างมากให้ความเป็นนายกรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4)

เนื่องจากมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ทำให้ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (5) นั้น

คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งดังกล่าวยังคงสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 168 (1) ยกเว้น นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งพ้นจากตำแหน่งเพราะขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (5) เพียงคนเดียวที่ไม่สามารถอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้

Advertisement

ดังนั้น คณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันเว้นแต่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ยังคงสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ จนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ารับหน้าที่ โดยผู้ที่จะทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีรักษาการในช่วงเปลี่ยนถ่ายไปสู่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่เป็นไปตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 10 วรรคสี่ ซึ่งกำหนดว่า ในระหว่างที่คณะรัฐมนตรีต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่เพราะศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ซึ่งหากพิจารณาตามลำดับแล้ว รองนายกรัฐมนตรีที่จะทำหน้าที่รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีก็จะเป็นนายภูมิธรรม เวชยชัย

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีรักษาการที่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปดังกล่าวข้างต้น ไม่อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เป็นข้อห้าม 4 ข้อ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 167 (2) ซึ่งใช้บังคับเฉพาะกรณีคณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากอายุสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือมีการยุบสภา ดังนั้น ข้อห้ามทั้ง 4 ข้อ ได้แก่ (1)ห้ามอนุมัติงานหรือโครงการ หรือกระทำการที่มีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป (2) ห้ามแต่งตั้งหรือโยกย้ายข้าราชการซึ่งมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจําหรือพนักงานของหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ (3) ห้ามอนุมัติการใช้จ่ายงบประมาณสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น (4) ห้ามใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบุคลากรของรัฐเพื่อกระทําการใดอันอาจมีผลต่อการเลือกตั้ง จึงไม่ใช้บังคับกับคณะรัฐมนตรีรักษาการในกรณีนี้

ส่วนประเด็นว่ารักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีมีอำนาจยุบสภาหรือไม่เป็นประเด็นปัญหาข้อกฎหมายที่มีความเห็นเป็น 2 แนวทาง แนวทางหนึ่ง เห็นว่า สามารถทำได้ อีกแนวทางหนึ่ง เห็นว่า ทำไม่ได้ ซึ่งไว้มีโอกาสและเวลาที่เหมาะสม อาจจะได้มาให้ความเห็นในเรื่องนี้เพิ่มเติมต่อไป