⦁…แนวรบการเมืองเดือด 2 ขั้ว เปิดศึก ชิงเก้าอี้นายกฯ ฝุ่นตลบ เพื่อไทยดิ้นรักษาเก้าอี้ ปักธงดัน ชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯสู้รับไม้ต่อ ขณะที่ปีกฝ่ายค้านภูมิใจไทย เดบิวต์ อนุทิน ชาญวีรกูล ชิงตำแหน่งหมายเลข 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยมีเสียง ส.ส.พรรคกล้าธรรมของ ผู้กองธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นตัวแปรตัดสิน สะวิงไปข้างไหน ฝ่ายนั้นก็ชนะในเกมชิงอำนาจ การบริหารแผ่นดินครั้งนี้
⦁…เรียลไทม์ ปัจจุบัน สภาผู้แทนราษฎร ประกอบไปด้วยสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้ 492 คน องค์ประชุม เกณฑ์ตัดสินต้องมีเสียงไม่น้อยกว่า 246 เสียง ตัวเลขที่นั่งผู้แทนในสภาก้อนใหญ่นี้ ก่อนศาลรัฐธรรมนูญมีมติถอดถอน แพทองธาร ชินวัตร ออกจากตำแหน่ง แบ่งเป็น ฝ่ายรัฐบาล 253 เสียง ฝ่ายค้าน239 เสียง เมื่อมีเหตุ ฟ้าผ่ากลางลำ ทำให้ต้องโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ หากเสียงแต่ละฝ่ายแน่นเหนียวเป็นเอกภาพ เปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้ที่ อนุทิน ชาญวีรกูล จะล้มแชมป์ แย่งเก้าอี้จากเพื่อไทยมาครองก็ไม่มี โหวตกี่ทีไม่ว่าวาระสำคัญนี้ หรือวาระไหนก็พ่ายซ้ำซาก
⦁…แต่ในทันที ทันใดที่ พรรคกล้าธรรมล่องหน ไม่ส่งตัวแทนแม้แต่ 1 คน แจมร่วมวงกับ ภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี แกนนำสายตรงเพื่อไทยในงานชุมนุมบรรดาพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อประกาศจับมือไปต่อ ดัน ชัยเกษม นิติสิริดำรงตำแหน่งนายกฯ ความระส่ำระสายก็มาเยือนพรรคร่วมรัฐบาล เพราะหากกล้าธรรมโดดหนี ขึ้นเรืออีกลำ รัฐนาวาเพื่อไทยก็ล่ม ไปต่อไม่ได้ จากที่กุมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร 253 เสียง เมื่อหัก 25 ส.ส.ของกล้าธรรมออก ก็จะเหลือแค่ 228 เสียง ตกที่นั่งลำบาก กลายเป็นเสียงข้างน้อยทันที สลับด้านกับขั้วฝ่ายค้าน ที่ขยับจาก 239 อัพเป็น 264 ที่นั่ง
⦁…อีกพรรคมีความหมายยิ่งต่อการดีลการเมืองชิงเก้าอี้ใหญ่สุดขณะนี้ คือ พรรคประชาชน ค่ายนี้มี ส.ส.ในสังกัด 143 เสียง สูงสุดในสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่เหลือตัวชน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในบัญชีให้ใช้อีกต่อไป พรรคประชาชนภายใต้การนำของ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ประกาศ ส.ส.พรรคทุกคนพร้อมตบเท้าเลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่งนายกฯ หากรับ 4 เงื่อนไขได้ อาทิ ต้องยุบสภาภายใน 4 เดือน จัดให้ออกเสียงประชามติ นำสู่การแก้ไข จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับต่อไปโดย ส.ส.ร.จากการเลือกตั้ง ที่พรรคนี้เสียงดังมาก จากแต่เดิมเพื่อไทยไม่ให้ราคา ก็เพราะกล้าธรรมนั่นเอง
⦁…หาก การเมืองมีเส้น สันปันน้ำแบ่งข้างชัดเจน ฝ่ายใคร ฝ่ายมัน ปีก 1 เพื่อไทย 140 คน รวมไทยสร้างชาติ 36 ประชาธิปัตย์ 25 กล้าธรรม 25 ชาติไทยพัฒนา 10ประชาชาติ 9 ชาติพัฒนา 3 ไทรวมพลัง 2 เสรีรวมไทย-ประชาธิปไตยใหม่และไทยก้าวหน้าอีกพรรคละ 1 คน “253 เสียงฝ่ายรัฐบาลอยู่ครบ” แน่นอนไม่มีเหตุอันใดที่จะทำให้เพื่อไทยต้องไปงอนง้อพรรคสีส้มที่ ตัดญาติขาดมิตรฉีกเอ็มโอยูทิ้งกันมาแล้ว แต่พอกล้าธรรมหันหลัง ตีจาก เพื่อไทยจำเป็นต้องปรับขบวนวุ่น เปิดวงพูดคุยตอนมืดค่ำ แอ่นรับทุกเงื่อนไขพรรคส้ม เพราะถ้าเสียกล้าธรรมไป แต่ได้กองหนุนใหม่จากพรรคประชาชน ก็ฟันกำไรบานเบอะ
⦁…พรรคประชาชน เก็บทรง รักษาฟอร์ม ยังไม่แถลงท่าที จุดยืนอย่างเป็นทางการ ว่าจะเคาะเลือก สนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ พรรคใด ระหว่างภูมิใจไทย ที่ประกาศรับ 4 เงื่อนไขแต่ไก่โห่พรรคแรก กับพรรคเพื่อไทย อ้ายแก้วมาลูน แต่ว่ากันว่า มีคำตอบในใจเรียบร้อยแล้ว และที่ปิดดีล บรรลุข้อตกลงเรียบร้อย อีกพรรคก็ใช่ใครอื่น กล้าธรรมนั่นเอง พรรคออกแถลงการณ์ยืนยันชัดเจน มีมติเป็นเอกฉันท์ จะลงมติในการประชุมสภา สนับสนุนให้ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32
⦁…แกนนำพรรคภูมิใจไทย เคลื่อนไหว ทำการบ้าน ดีลลึก วางแผนเดินเกมตั้งรัฐบาลมาพักใหญ่ ไม่ว่าการดีล ส.ส.พรรคเพื่อไทยจำนวนหนึ่งมาเป็นพันธมิตร ต่อสายกับพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งในระดับพรรค ตลบบางมุ้ง และส่วนบุคคล ให้มาจับมือกันตั้งรัฐบาล หาก แพทองธาร ชินวัตร ไม่ได้ไปต่อ จึงไม่แปลกที่ในยกแรกการแข่งขัน หาเสียงสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ขึ้นเป็นผู้นำตัวจริง จะทิ้งห่างหลายช่วงตัว และขยับเข้าใกล้ตำแหน่งมากที่สุด นับแต่อนุทิน ชาญวีรกูล เปิดตัวเล่นการเมือง









