หน้าแรก การเมือง ลุ้นเดือด เกม...

ลุ้นเดือด เกมตั้งรัฐบาล เพื่อไทย-ภูมิใจไทยเปิดศึก มัดใจชิงปชน.ตัวแปร

31.08.25 | 10:07 น.

ลุ้นเดือด เกมตั้งรัฐบาล เพื่อไทย-ภูมิใจไทยเปิดศึก มัดใจชิงปชน.ตัวแปร

การเดินหน้ารวบรวมเสียง ส.ส. เพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ผ่านการโหวตเลือกตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 แทน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่้ต้องพ้นจากตำแหน่ง ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญ
มีคำวินิจฉัย 6 ต่อ 3 เสียง ในกรณีคลิปเสียงสนทนากับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภา เข้าข่ายไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (5) เต็มไปด้วยความหักเหลี่ยม เฉือนคมกันทางการเมือง

ที่ประกาศเปิดหน้าชัด เดินหน้ารวมเสียงส.ส. ชิงเก้าอี้นายกฯ คนใหม่ มี 2 ขั้ว ระหว่าง ขั้วรัฐบาลเดิม คือ พรรคเพื่อไทย(พท.) เสนอ “ชัยเกษม นิติสิริ” แคนดิเดตนายกฯ กับ ขั้วฝ่ายค้าน ชงชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ มาชิงเก้าอี้ นายกฯ คนที่ 32

โดยมี ส.ส.ในสภาฯ ที่ปฎิบัติหน้าที่ได้ขณะนี้ 492 คน ชี้ขาดด้วย จำนวนที่มากกว่ากึ่งหนึ่ง คือ 247 เสียง ตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 159 กำหนด

เมื่อเช็กเสียงและจุดยืนทางการเมืองของแต่ฝ่าย จะพบว่า ขั้วพรรคร่วมรัฐบาลเดิม นำโดยพรรคเพื่อไทย(พท.) ต้องพยายามตรึง 11 พรรคร่วมรัฐบาลเดิม ที่มีเสียงในมือรวมกัน 253 เสียง คือ พรรคเพื่อไทย 140 เสียง พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 เสียง พรรคกล้าธรรม 25 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 25 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนา 10 เสียง พรรคประชาชาติ 9 เสียง พรรคชาติพัฒนา 3 เสียง พรรคไทรวมพลัง 2 เสียง พรรคเสรีรวมไทย 1 เสียง พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง พรรคไทยก้าวหน้า 1 เสียง ไว้ให้ได้

Advertisement

แต่ในสภาพความเป็นจริง พรรคกล้าธรรม 25 เสียง พรรครวมไทยสร้างชาติ สาย “กลุ่ม 18” ของ “สุชาติ ชมกลิ่น” ส.ส.บัญชีรายชื่อ นำ 16 ส.ส. ย้ายขั้ว รวมทั้ง 5 ส.ส.พรรคเพื่อไทย ประกาศใช้เอกสิทธิ์ พร้อมสนับสนุน “อนุทิน” เป็น นายกฯ ส่งผลให้เสียง ส.ส.ของขั้วพรรคร่วมรัฐบาลเดิม จะเหลืออยู่เพียง 207 เสียง ขาดอีก 40 เสียง เป็นอย่างน้อย เพื่อให้ได้ตัวเลข 247 เสียง

ขณะที่ขั้วฝ่ายค้าน ที่ชงชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกฯ ต้องผนึกเสียงของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่มีอยู่ 239 เสียง ไม่ให้แตกแถวข้ามขั้วไว้ให้ได้ ซึ่งประกอบด้วย พรรคประชาชน 143 เสียง พรรคภูมิใจไทย 69 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 20 เสียง พรรคไทยสร้างไทย 6 เสียง พรรคเป็นธรรม 1 เสียง

โดยล่าสุด “อนุทิน” เดินสายเปิดดีลกับ พรรคกล้าธรรม 25 เสียง กลุ่ม 18 ของ “สุชาติ ชมกลิ่น” อีก 16 เสียง และ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ข้ามขั้วหนุนอีก 5 เสียง จะทำให้มีเสียงในมือถึง 285 เสียงเพียงพอต่อการนั่งเก้าอี้ นายกฯ คนใหม่

หากแต่ พรรคภูมิใจไทย ต้องรับเงื่อนไขของ พรรคประชาชน 3 ข้อ ได้แก่

1.นายกฯคนใหม่ต้องยุบสภา ภายใน 4 เดือน นับแต่แถลงนโยบาย เพื่อเลือกตั้งใหม่

2.ครม.ชุดใหม่ ต้องจัดออกเสียงประชามติ เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยเร็ว ต้องไม่เกินไปกว่าวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ส.ส.

3.พรรคประชาชน ยืนยันไม่ร่วมรัฐบาล และทำหน้าที่ฝ่ายค้านต่อไป ไม่มีบุคคลใดจากพรรคไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

เพื่อแลกกับ 143 ส.ส. โหวตสนับสนุน “อนุทิน” เป็น นายกฯ หากไม่รับเงื่อนไข 3 ข้อ เสียงในขั้วพรรคภูมิใจไทย จะเหลือเพียง 142 เสียง ซึ่งไม่เพียงพอ ต่อการก้าวสู่ตำแหน่ง ประมุขฝ่ายบริหาร
ซึ่ง “อนุทิน” และพรรคภูมิใจไทย ยอมรับทั้ง 3 เงื่อนไขของพรรคประชาชน

ขณะที่พรรคเพื่อไทย ก็เดินเกมเจรจากับ 143 เสียงของพรรคสีส้มด้วยเช่นกัน โดย “สรวงศ์ เทียนทอง” เลขาธิการพรรคเพื่อไทย จะเข้าหารือกับ หัวหน้าพรรคประชาชน ในเวลา 14.00 น. วันที่ 31 สิงหาคมนี้
ก่อนเดดไลน์ที่ คณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และ ส.ส.พรรคประชาชน จะประชุมร่วมกันในวันที่ 1 กันยายนนี้ เพื่อลงมติว่าจะสนับสนุนใครเป็นนายกฯ

สมการทางการเมือง ผ่านการเลือก นายกฯ คนที่ 32 ของสภาฯ จึงอยู่ที่ 143 ส.ส. พรรคประชาชน เป็นผู้ชี้ขาด ว่าจะเลือกสนับสนุน “ชัยเกษม” จากพรรคเพื่อไทย หรือ “อนุทิน” จากพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกฯ

เกมชิงเก้าอี้ นายกฯ ใหม่ ขั้วที่มั่นใจว่ารวบรวมเสียง ส.ส.ไว้ในมือได้เกิน 247 เสียง จะต้องชิงเสนอให้ “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ประธานสภาผู้แทนราษฎร บรรจุวาระการประชุมสภาฯ ในระหว่างวันที่ 3-5 กันยายนนี้
เพื่อชิงความได้เปรียบ โหวตเลือกนายกฯ ให้ได้ก่อน ซึ่งความเป็นไปได้ ณ เวลานี้ น้ำหนักไหลไปอยู่ในขั้วของพรรคภูมิใจไทย

ขณะที่ขั้วพรรคเพื่อไทย ยังมีอีกหนึ่งหมัดเด็ดไว้แก้เกม หากไม่ต้องพ่ายศึกชิงเก้าอี้ นายกฯ คนใหม่ นั่นคือ อำนาจการยุบสภาฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 103 ในมือของ “ภูมิธรรม เวชยชัย” รักษาราชการแทนนายกฯ

แม้มีความเห็นแย้งทางข้อกฎหมายว่า รักษาการนายกฯ ไม่สามารถใช้อำนาจยุบสภาฯ ได้ ตามความเห็นของ “ปกรณ์ นิลประพันธ์” เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา แต่ฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทย รวมทั้ง “ภูมิธรรม” ยืนยันว่า มีอำนาจยุบสภาฯ ได้ หากใครเห็นแย้งก็ไปยื่นร้องได้

เกมชิงเก้าอี้ นายกฯ คนที่ 32 ภายใต้เงื่อนไขและการชิงเหลี่ยมทางการ ระหว่างขั้วสีแดง “พรรคเพื่อไทย” กับ ขั้่วสีน้ำเงิน “พรรคภูมิใจไทย” จึงดุเดือดและเข้มข้น เพราะแต่ละฝ่ายมีเดิมพัน และได้-เสีย ทางการเมือง ชนิดที่จะ “แพ้” ไม่ได้