เมื่อวันที่ 2 กันยายน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ ศูนย์ภูมิภาคศึกษา คณะศิลปศาสตร์ จัดงานเสวนา หัวข้อ “วิสัยทัศน์หลักธรรมมะและการวางยุทธศาสตร์ป้องกันชายแดน” นำโดย พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ดำเนินรายการโดย รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์ประจำสาขาวิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายกสมาคมภูมิภาคศึกษา
บรรยากาศเวลา 09.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีประชาชนจำนวนมากสวมเสื้อสีเหลืองคอยต้อนรับ พลโท บุญสิน พาดกลางอย่างเนืองแน่นบริเวณหน้าลานคณะศิลปศาสตร์ โดยขณะเดินเข้าสู่ห้องบรรยาย ได้รับคำกล่าวให้กำลังใจอย่างล้นหลาม โดยบางรายก็นำดอกกุหลาบมามอบให้ พร้อมกับขอลายเซ็นและถ่ายรูปคู่เป็นที่ระลึกตลอดทาง
จากนั้น รศ.ดร.ดำรงค์ อดุลยฤทธิกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ, ผศ.ดร.ศิริรัตน์ ณ ระนอง คณบดีคณะศิลปศาสตร์, รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช และ ผศ.อัครพงษ์ ค่ำคูณ อดีตคณบดีวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
เวลา 10.10 น. พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เริ่มบรรยายหัวข้อ “วิสัยทัศน์หลักธรรมมะและการวางยุทธศาสตร์ป้องกันชายแดน” โดยมีนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เข้าร่วมรับฟังกว่า 240 คน คู่ขนานการถ่ายทอดสดพร้อมกันอีกหลายห้องเรียน
จากนั้น เวลา 11.40 น. พล.ท.บุญสิน ให้กับสัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ปมเกี่ยวกับการปะทะพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
เมื่อถามว่ามีข่าวว่าทางกัมพูชายส่งหน่วย BHQ มาประจำบริเวณชายแดน ตอนนี้ทางกองทัพไทยประเมินสถานการณ์ว่าอย่างไรบ้าง?
พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า มันเป็นเรื่องปกติ ซึ่งเราก็ติดตามการเคลื่อนไหวเขาอยู่แล้ว แล้วเขาก็ติดตามความเคลื่อนไหวทางเราเช่นกัน ซึ่งเราก็ปฏิบัติตามเงื่อนไข GBC (การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee) ที่ได้ประชุมมา
“เขาก็อาจจะมาเยี่ยมชมกำลังพลตามปกติ ส่วนการเพิ่ม-ลดกำลัง ก็อาจจะเป็นในส่วนที่ไม่เรียบร้อย ซึ่งก็ไม่มีไร คงเป็นเรื่องการบริหารจัดการของทหารชั้นผู้ใหญ่ของเขมรอยู่แล้ว” พล.ท.บุญสินระบุ
พล.ท.บุญสิน กล่าวอีกว่า มันเป็นเรื่องปกติที่ทางการทหารเขาจะมีสิทธิคิดยึดคืน เราก็ไม่ประมาท เราก็ยืนยันว่าภูมะเขือ หรือ พื้นที่ที่เรายืนยันว่าเป็นอธิปไตยของประเทศไทย ยึดแล้วยึดเลย
“เขาคงเชื่อมั่นในทหารส่วนนี้ ก็คงจะฝึกมาพอสมควร ซึ่งก็เป็นนกองกำลังที่อยู่ภายใต้ผู้นำเขา เราก็ไม่ประมาท เป็นเรื่องปกติที่เขาจะหมุนเวียนกำลังมาเสริม ในพื้นที่ที่ยังไม่ครอบคลุมหรืออ่อนแออยู่ มันเป็นเรื่องปกติ ไม่มีอะไร” พล.ท.บุญสินระบุ

เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรให้การลาดตระเวนของทหารเรา จึงจะลดความสูญเสียลงได้?
พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า กำชับให้เราเฝ้าระวังเป็นพิเศษโดยเฉพาะ ตรงแนวลวดหนามและเส้นเขตแดน เพราะตอนนี้มีความเป็นไปได้ว่า เขาจะมาวางทุ่นระเบิดจำนวนมาก ซึ่งตนก็เน้นย้ำไปตั้งแต่แรกแล้ว แต่ว่าบางกำลังพลก็ที่มีความจะเป็นที่ต้องเดิน (ลาดตระเวน) ซึ่งถ้ามีความจำเป็นก็จะใช้เครื่องมือ เครื่องจักร โดรนในการใช้ลาดตระเวน หรือ โดยเฉพาะเครื่องตรวจทุ่นระเบิด ซึ่งเราสามารถตรวจได้ทั้งโลหะและอโลหะ
“เราก็ไม่ประมาท ก็เป็นไปได้ว่าเขาไม่เคาระกติกาของสากล ที่เกี่ยวกับการวางทุ่นระเบิด-กับระเบิดอยู่แล้ว เราเข้าใจ เรื่องนี้เราก็ได้เน้นย้ำตั้งแต่ไปแรกไปแล้ว แต่ว่าบางจุดก็ไม่คาดคิดว่าจะมี และที่มีแล้วเราก็ไปตรวจซ้ำโดยใช้เครื่องมือมาช่วยกัน แล้วก็พบเพิ่มในบางพื้นที่ ซึ่งถ้าหลีกเลี่ยงได้ ก็อยากให้น้องๆ ใช้เครื่องมือ ใช้รถ ใช้รถไถ โดรน หรือ รถตรวจทุนไปก่อน เราก็จะลดความเสี่ยงลง เหมือนเน้นอุปกรณ์มากกว่ากำลังพล เพราะเราก็ไม่อยากสูญเสีย” พล.โทบุญสินชี้
เมื่อถามต่อว่า กองทัพจะมีการจัดการโดรมที่รุกล้ำเข้ามาอย่างไร และเรื่องที่ 2 คือการยืนยันการมีชีวิต หรือ เสียชีวิตของ พล.ท.สรัย ดึ๊ก
พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า เรื่องแรก คือ เรื่องโดรน เราเข้าใจการใช้อาวุธต่อสมรภูมิ ซึ่งกองทัพก็ไปดำเนินการเต็มที่ในห้วงเวลาที่มีอยู่แล้ว มีการตอบโตโดยแอนตี้โดรน (Anti- Drone)
หรือ การค้นหาอะไรต่างๆ ก็เป็นเรื่องยุทธวิธิที่ทหารของเราให้ความสำคัญ
“แอนตี้โดรนเราแจ้งไปแล้วว่า น่าจะ (ขอจัดซื้อ) หลักร้อยลำ ซึ่งได้หารือกับอ.ปานเทพ (ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ )อยู่ ซึ่งกองทัพก็ได้จัดหาเพื่อใช้ในระยะยาวด้วย ซึ่งต่อไปนี้โดรนจะถูกใช้อย่างแพร่หลาย ไม่ใช่เฉพาะชายแดน แต่เป็นภาวะปกติด้วย ซึ่งถ้าเราได้มาก็จะได้ใช้ไประยะยาว” พล.ท.บุญสินชี้
พล.ท.บุญสิน กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการเสียชีวิตของ พล.ท.สรัย ดึ๊ก อันนี้คนที่รู้ดีที่สุด คือ เขมร เพราะว่าเราก็อยู่ฝั่งนี้ เราก็รู้เท่ากัน แต่การเสพสื่อนี้ก็ขอให้เราฟังการตอบคำถามจากกลาโหมดีกว่า หรือ ให้ผู้หลักผู้ใหญ่เขมรออกมาพูดดีกว่า ‘เราไม่สามารถพูดได้ว่า เขายังอยู่หรือไม่’

