⦁…น้ำท่วมหนักแถว “เพชรบูรณ์-พิษณุโลก” และอีกหลายจังหวัดแถบนั้น ชาวบ้านร้านตลาดเดือดร้อนสาหัสไปทั่ว ความช่วยเหลือจากภาครัฐในความทุกข์ยากเป็นเรื่องจำเป็น แต่การเมืองที่ “การช่วงชิงอำนาจ” แสดงบทบาทไม่หยุดหย่อน ทั้งที่ควรพักผ่อนปล่อยให้ “รัฐบาลทำงานไปตามวาระ”
⦁…ประเทศที่เจริญแล้ว เวลาช่วงชิงอำนาจเล่นหนักกันเฉพาะ “ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง” หลังจากนั้น พรรคไหนได้เป็นรัฐบาล “ปล่อยให้ทำงานดูแลประเทศชาติ ประชาชนเต็มที่” แต่ประเทศไทยเรา เพราะ “การแย่งอำนาจซ้อนกันหลายมิติ” ผ่านระหว่างพรรคการเมือง ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ยังต้องเผชิญการปะทะระหว่าง “อำนาจประชาชน” กับ “รัฐพันลึก” เป็น “นิติสงคราม” ที่มี “องค์กรสถาปนา” ที่ออกแบบไว้เป็นอาวุธ เข้าห้ำหั่น จน “รัฐบาลไม่มีอันได้ทำงานทำการ” ท่ามกลางสารพัดปัญหาสุมรุมสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนหนักหน่วง
⦁…เมื่อเขียนบทให้ตัวเองเป็น “ผู้เลือก” ว่าจะให้ ชัยเกษม นิติสิริ หรือ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะคิดว่าจะบังคับเกมไปสู่ “ยุบสภาเลือกตั้งใหม่” โดยมีข้อตกลง ตั้ง “ส.ส.ร.แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ”จาก “พรรคฝ่ายค้าน” กลายเป็น “ศูนย์กลางอำนาจตัดสิน” ทำให้ “พรรคประชาชน” ถูกกดดันหนักจาก “สมาชิกพรรค” ที่เสียงแตกละเอียด
⦁…ขณะที่ “เพื่อไทย” ยังเล่นการเมืองแบบ ทักษิณ ชินวัตร คือหาทางเป็น “ผู้กำหนดกติกาในเกม” ด้วยการต่อเติม “TOR” จากที่ “พรรคประชาชน” เสนอ ไม่ว่าจะเป็น “ขยายแก้รัฐธรรมนูญ” จากแค่ “ตั้ง ส.ส.ร.” เป็นการใส่ “รธน.40” เข้ามา และเติม “MOU ปัญหาไทย-กัมพูชา” เข้าไป ทำให้ประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ขยายลามไป เพิ่มความยุ่งยาก แถม “อารมณ์ค้างจากความคิดเป็นคู่แข่งทางการเมือง” ทำให้ “สมาชิกหลายคนในทุกระดับ” ตั้งแต่ “นายแบก-นางแบก” จนถึง “ส.ส.บางคน” ออกมาแสดงท่าทีที่ยังอด “เชือดเฉือน ประชดประชัน” ให้เสียอารมณ์การเจรจาไม่หยุด จนภาพในความรู้สึกแรก “ไม่น่าจะคุยกันรู้เรื่อง”
⦁…อีกทางหนึ่ง “เพื่อไทย” สร้างแรงกดดัน ด้วยการเปิดประเด็น “ความชอบธรรมในพฤติกรรมของภูมิใจไทย” ไม่หยุดหย่อน ให้เห็นการเลือก “อนุทิน” เป็นการที่ “พรรคประชาชน” เลือกที่จะมีส่วนร่วม “สร้างความเลวร้ายให้ประเทศ” ถึงขั้นชี้ให้เห็นว่าบีบให้ “ยุบสภา” นำสู่สถานการณ์ยุ่งยาก ที่เสี่ยงต่อการเปิดทางนำการเมืองสู่ “นอกระบบ” เท่ากับโยนความรับผิดชอบหนักให้ “พรรคประชาชน” ที่ประเด็นที่จะถูกถล่มใน “ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง”
⦁…แต่ทาง “ภูมิใจไทย” เหมือนเล่นตามเกม “พรรคประชาชน” ทุกอย่าง ด้วยการประกาศพร้อมรับ “TOR” อย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น แต่หากมองลึกลงไป “ไม่ใช่เลย” เพราะหลังจาก “รับข้อเสนออย่างง่ายดาย” คีย์อำนาจ “ภูมิใจไทย” เดินเกมเหมือน “ก้าวข้ามพรรคประชาชน” ได้แล้ว การจัดการให้ ธรรมนัส พรหมเผ่า-สุชาติ ชมกลิ่น นำ “พรรคกล้าธรรม” และ “ปีก 18 เสียงรวมไทยสร้างชาติ” ย้ายขั้ว แถมด้วย “งูเห่าเพื่อไทย” ว่อนด้วยข่าวลือ เรื่อง “อาวุธ” สำคัญที่จี้ขมับให้ต้องตัดสินใจแบบ ปฏิเสธไม่ได้
⦁…ไทม์ไลน์ที่ ธงทอง จันทรางศุ ที่ขยายจาก “4 เดือนยุบสภา” ตามข้อเสนอของ “พรรคประชาชน” ไปเป็น “9 เดือนถึง 1 ปี หรือมากกว่านั้น” จนกว่า “รัฐบาลใหม่” จะถวายสัตย์ การเมืองนับจากนี้ อย่าว่าแต่ “ประชาชนทั่วไป” ที่เกิดความรู้สึกว่า “นักการเมือง และพรรคการเมือง” เป็นพวกไว้ใจไม่ได้ พร้อมจะตระบัดสัตย์ ทรยศต่อสัญญาประชาคมเท่านั้น กระทั่ง “พรรคการเมือง และนักการเมือง” เอง ยังหมดสิ้นความไว้เนื้อเชื่อใจในกันและกัน อยู่ด้วยกันอย่างรู้เท่าทันกันว่า “ไว้ใจไม่ได้ ไม่ว่าใคร” การเมืองแบบนี้ เสี่ยงต่อความล่มสลายใน “ศรัทธาประชาธิปไตย” ประหลาดที่ “นักการเมืองส่วนใหญ่ไม่สำนึก”





เช็กอิน – จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เปิดตัวโปรเจ็กต์พิเศษ “เช็กอินกินเที่ยว กับ Grab Now Go Around” ดึง 5 ศิลปินไทยชื่อดังร่วมสร้างผลงานศิลปะจุดเช็กอินใน 5 เมืองท่องเที่ยวหลัก ทั้งเชียงใหม่ ขอนแก่น พัทยา ภูเก็ต และกรุงเทพฯ โดยมี วรรณภา เกียรติพงษาผอ.ภูมิภาคภาคกลาง ททท., อารักษ์ อ่อนวิลัย, ชัยวัฒน์ อุทัยกรณ์, วริษฐา จงสวัสดิ์, ชนิดา อารีวัฒนสมบัติและเศรษฐพร ก่อวาณิชกุล ร่วมงาน ณ The Corner House Bangkok เมื่อเร็วๆ นี้


