ภท. ยื่น วันนอร์ จี้ทำตามรธน.เรียกประชุมสภาฯโดยด่วน เลือกนายกฯคนใหม่ มาแก้ปัญหาประเทศ
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 3 กันยายน ที่รัฐสภา ณ ห้องประชุมประธานรัฐสภา ชั้น 10 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร รับยื่นหนังสือจากนายไชยชนก ชิดชอบ ส.ส.บุรีรัมย์ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เรื่องขอให้เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี
โดยหนังสือระบุว่า เนื่องจากเมื่อวันที่ 29 ส.ค. ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (5) นับตั้งแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ น.ส.แพทองธาร หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.68 เป็นเหตุให้รัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 167 วรรคหนึ่ง (1)
โดยให้นำมาตรา 168 วรรคหนึ่ง (1) มาใช้บังคับกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งต่อไปนั้น จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญข้างต้น ทำให้คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่ง เป็นเพียงคณะรัฐมนตรีรักษาการที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ โดยไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
แต่เนื่องจากสถานการณ์ของประเทศในปัจจุบันมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเข้ามาปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศและประชาชน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน ด้านเศรษฐกิจ ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ปัญหาภัยพิบัติ มีความจำเป็นเร่งด่วนที่สภาผู้แทนราษฎรจะต้องพิจารณาตามรัฐธรรมนูญเพื่อให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีจากบุคคล
ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160 และเป็นผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ ตามมาตรา 88 เฉพาะจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่มีสมาชิกได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญ
ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและเพื่อแก้ปัญหาในด้านต่างๆ รวมถึงการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน จึงขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร นัดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยด่วน

