ภราดร ซัด ‘ฉลาด’ ทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง เข้าข้าง ‘เพื่อไทย’ หลังประชุมวิป 2 ฝ่ายไร้ข้อสรุปวันโหวตเลือกนายกฯ อ้าง 2 เหตุผล รอศาลรธน.-ยุบสภา บอก ‘ภูมิใจไทย’ เข้าตามตรอกออกตามประตู เชื่อ ‘วันนอร์’ บรรจุวาระเร่งด่วนทัน
เมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 3 กันยายน ที่รัฐสภา นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร (วิป) ว่า หลังจากที่นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 และนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ได้แถลงข้อสรุปที่ประชุมวิปที่ไม่มีข้อสรุป โดยตนขอตำหนิการทำหน้าที่นายฉลาด ซึ่งได้ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ท่านเคยปฏิญาณตนไว้ว่าจะทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง แต่ในที่ประชุมวิปท่านไม่ได้ทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลางเลย ท่านทำหน้าที่เข้าข้างพรรคการเมืองที่สังกัดอยู่
นายภราดรกล่าวต่อว่า ในที่ประชุมฝ่ายตนเห็นว่า ในช่วงเช้าพรรคประชาชน (ปชน.) ได้แถลงการณ์อย่างชัดเจนว่าพรรคมีมติอย่างไร และในช่วงสายนายอนุทิน ชาญวีรกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค ภท. ก็ได้เซ็น MOA กับพรรค ปชน.เรียบร้อย ตนในฐานะ ส.ส.จึงได้ยื่นหนังสือให้กับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา ตามกติกามารยาท ว่าได้รวบรวมเสียงเพียงพอแล้ว สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 5 กันยายนนี้ได้
แต่ในที่ประชุมวิป พรรค พท.ได้ยก 2 เหตุผลคือเรื่องวันประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้นายสราวุธ ทรงศิวิไล ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และภายหลังราชกิจจานุเบกษาประกาศลงวันที่ 30 สิงหาคม ฉะนั้น ข้อสงสัยว่าจะเกิดปัญหากับคำวินิจฉัยหรือไม่ จึงไม่สมควรที่จะเป็นข้อสงสัยอีกต่อไป แต่ทางพรรค พท.ได้รวบรวม 20 รายชื่อ ส.ส. ประธานสภา ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ และอ้างว่ายังอยู่ในกระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นเหตุให้ยังไม่สามารถเลือกนายกฯ ในวันที่ 5 กันยายนนี้ได้

นายภราดรกล่าวด้วยว่า ส่วนอีกหนึ่งเหตุผล เรื่องการยุบสภา ซึ่งตนเห็นว่าการประกาศยุบสภาต่อสาธารณะ เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ไม่สมควร และไม่บังควรเป็นอย่างยิ่ง ในประเพณีปฏิบัติที่ผ่านมา ไม่เคยมีการประกาศยุบสภาต่อหน้าสาธารณชน เพราะอำนาจยุบสภา เป็นอำนาจขององค์พระมหากษัตริย์ ตนและ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พรรค ภท. ได้ทักท้วงในที่ประชุมว่าหนังสือที่เชิญมาประชุม คือให้พิจารณาการบรรจุวาระเลือกนายกฯในวันที่ 5 กันยายนนี้หรือไม่ แต่ในที่ประชุมไม่มีการพูดถึง มีเพียง 2 เรื่องที่นำมากล่าวอ้าง ในขณะที่พวกตนได้แสดงเหตุผลว่าในฝ่ายนิติบัญญัติไม่มีหน้าที่ต้องรอคำวินิจฉัยของฝ่ายตุลาการ หรือฝ่ายบริหารจะมีความคิดเห็น ว่าจะยุบสภาก็เป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร ส่วนฝ่ายนิติบัญญัติก็ดำเนินการตามบทบาทหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ เมื่อนายกฯพ้นจากตำแหน่ง ทางสภาจำเป็นต้องเลือกนายกฯโดยด่วน และเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วก็ควรดำเนินการตามข้อบังคับ
“ผมก็เข้าตามตรอกออกตามประตู วันนี้ยื่นหนังสือ 24 ชั่วโมง หรือ 1 วันตามข้อบังคับ ประธานสภาสามารถบรรจุระเบียบวาระเร่งด่วนเพื่อให้สภาได้มีการประชุมหารือกันได้ แต่ในที่ประชุมวิป ไม่มีข้อสรุป และได้นำข้อเสนอของทั้ง 2 ฝ่าย คือ พรรคภูมิใจไทยได้เสนอว่าให้เลือกนายกฯวันที่ 5 กันยายน และทางพรรคเพื่อไทยเสนอให้เลื่อนไปก่อน โดยไปแจ้งต่อประธานสภา ซึ่งอำนาจในการบรรจุระเบียบวาระเป็นอำนาจของประธานสภาโดยแท้ ก็อยู่ที่ประธานสภา ว่าจะให้ความสำคัญกับองค์กรนิติบัญญัติหรือไม่ จะเดินหน้าทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติหรือไม่” นายภราดรกล่าว

เมื่อถามว่า ประธานสภาจะบรรจุทันภายในสัปดาห์นี้หรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า “ทันครับ ตามข้อบังคับ ประธานสภา สามารถบรรจุเป็นวาระเร่งด่วนได้”
เมื่อถามว่า จากที่มีการยื่นให้ประธานสภา บรรจุวาระ หวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมในเรื่องนี้หรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า ตนพูดชัด และหวังว่าประธานจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ อย่างตรงไปตรงมา และเราในฝ่ายนิติบัญญัติต้องแยกอำนาจให้ชัด ซึ่งมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ คือการเลือกนายกฯคนใหม่โดยเร็ว ฉะนั้น ต้องคาดหวังจากประธานสภา ว่าจะเร่งบรรจุระเบียบวาระ
เมื่อถามว่า หากมีการแก้เกมยื้อเวลาแบบนี้ไปเรื่อยๆ จะแก้แกมอย่างไร นายภราดรกล่าวว่า ตนเชื่อมั่นว่าประธานรัฐสภาเป็นผู้ใหญ่ และในช่วงที่ไปยื่นหนังสือ ท่านบอกจะทำตามรัฐธรรมนูญและทำตามข้อบังคับ ซึ่งมั่นใจว่าประธานจะทำหน้าที่เพื่อความเป็นกลางและบรรจุระเบียบวาระในวันที่ 5 กันยายน


