หน้าแรก การเมือง ยิ่งชีพ ชี้ 3...

ยิ่งชีพ ชี้ 3 ข้อกังวล ข้อตกลง ปชน.-ภท. หวั่นทำประชามติสะดุด ข้องใจรีบ ไม่รอศาลรธน.ชี้ชัด 10 ก.ย.

4.09.25 | 10:57 น.

ยิ่งชีพ ชี้ 3 ข้อกังวล ข้อตกลง ปชน.-ภท. หวั่นทำประชามติสะดุด ข้องใจรีบ ไม่รอศาลรธน.ชี้ชัด 10 ก.ย.

เมื่อวันที่ 4 กันยายน นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.ไอลอว์ ให้สัมภาษาณ์ในรายการ “เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand” เกี่ยวกับกรร๊ที่ พรรคประชาชน (ปชน.) มีมติโหวตหนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นนายรัฐมนตรีคนที่ 32 โดยพูดถึงประเด็นข้อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ได้เซ็นร่วมกัน ว่า เชื่อมั่นว่า ปชน.พยายามจะเอากระบวนการนี้เข้ามาเป็นดีลในการตั้งรัฐบาล ซึ่งข้อเสนอและทีโออาร์ที่ออกมามีข้อกังวล 3 ข้อ

ข้อเสอนแรก ที่ออกมายังเบามาก แต่พอทีโออาร์ออกมาก็ชัดขึ้น แต่ยังมีปัญหา เพราะมีเงื่อนไขว่าถ้า ศาลรธน.ตัดสินว่า ให้ทำประชามติ 3 ครั้ง ก็จะทำ ถ้าให้ทำ 2 ครั้งก็จะเปิดสภาแก้ 256 เลย แต่วันที่ 10 นี้ ศาลรธน.อาจจะตัดสินอะไรมากกว่านั้นก็ได้ เพราะเวลาตัดสินท่านจะแถม บางทีอาจเสนอความคิดเห็น หรืออาจจะบอกแต่ไม่เคลียร์ เหมือนที่เคยตัดสินในปี 64 ก็ได้

ดังนั้นทีโออาร์จึงไม่ได้บอกว่า ถ้าคำวินิจฉัยเป็นแบบอื่นจะทำยังไง มันก็เเปิดช่องให้เบี้ยวง่าย

Advertisement

ข้อที่กังวลมากคือ เรื่องตั้งคำถามในการทำประชามติ ภูมิใจไทยรับแล้วว่าจะทำประชามติจัดทำรธน. แต่ไม่ได้คุยว่าจะตั้งคำถามว่าอะไร การตั้งคำถามเป็นอำนาจเต็มของคณะรัฐมนตรี ถ้าตั้งคำถามไม่ดี ถ้าคำถามมีปัญหา คำถามที่ซ้อนทับกันวุ่นวายประชาชนไม่เข้า เกรงว่าจะมีผลให้ประชามติไม่ผ่าน กลัวมากข้อเสนอของปชน ที่ให้ทำประชามติพร้อมเลือกตั้ง

ข้อดีคือไม่ต้องไปคูหาหลายรอบ ประหยัดงบ แต่ถ้า ครม.ตอนนั้นเป็น ภท. หรือเป็นครมที่ไม่ต้องการให้ประชามติผ่าน แล้วเขาไม่มีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ตั้งคำถามที่มีปัญหา ง่ายมากที่จะเป็นการจงใจทำประชามติให้ไม่ผ่าน หลังจากนั้นก็จแก้ รธน.ไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้ อีกเลย

ประเด็นสุดท้าย ส.ว. เหมือน ปชน.พยายามหลีกเลี่ยงที่จะชี้ไปว่า ภท.คุม ส.ว.ได้หรือเปลา หรือทำอะไรกับส.ว.ได้บ้า และไม่ได้เขียนไปในทีโออาร์ แปลว่าง่ายมากที่ ภท.จะบอกว่าฉันทำตามทีโออาร์แล้ว แต่คุณไปกระซิบ ส.ว.ให้สุดท้ายโหวตไม่ผ่าน ก็ไม่ผ่านอยู่ดี แล้ว ภท.ก็อ้างทันทีว่า ทำเต็ที่แล้วครับ แต่ ส.ว.ไม่ให้ผ่าน แล้วก็จบ

ดังนั้น ทีโออาร์ จึงมีข้อน่ากังวลว่า จะเบี้ยวได้หลายช่องทางมาก

นายยิ่งชีพ เผยอีกว่า เงื่อนไขแก้รธน. ยังหลวมมาก ไม่เข้าใจว่าจะรีบทำไม อยากให้รอถึงวันที่ 10 กันยายน วันที่ ศาลรธน.จะวินิจฉัยว่า ถ้าจะแก้รธน. จะต้องยังไง แล้วค่อยเขียนทีโออาร์ให้ล้อไปกับคำวินิจฉัย

ที่เห็นข้อตกลงข้อ 2-3 มันยาว เพราะไม่รู้ว่าศาลรธน.จะตัดสินยังไง ก็เลยต้องเขียนให้ครอบคลุมหลายเงื่อนไข แล้วอ่านไม่รู้เรื่อง มันจะง่ายกว่าถ้ารอให้ชัดเจน แล้วค่อยลงรายละเอียดร่วมกันกับ ภท. ว่า ถ้าจะทำประชชามติจะตั้งคำถามยังไง จะมีกติกายังไง ส.ว.จะจัดการยังไง เอาให้ชัดว่ามันจะได้แน่ๆ แล้วค่อยลงมติโหวตนายก ไม่เห็นเสียหายอะไร

นายยิ่งชีพกล่าวอีกว่า ไม่รู้ทำไมรีบ วิเคราะห์ได้ทั้งแง่ดีและแง่ร้ายไว้ 2 แบบ แง่ดี คือ หรือบางทีตอนที่พยายามจะประกาศโหวต อนุทิน จริงๆ ไม่ได้อยากประกาศ แต่แค่กดดันให้เพื่อไทยยุบสภา ถ้ายุบสภาเขาจะได้ไม่ต้องโหวต ก็ยื้อๆ กันมาสุดท้าย พท.ก็ยื่นยุบสภาจริง แต่ไม่สำเร็จ

ส่วนในแง่ร้าย เขาอาจจะกลัวมากไปหน่อย สุดท้ายถ้าเขาช้า ดีลนี้ไม่เกิดขึ้น เพื่อไทยอาจจะไปจับมือ ภท. ได้เอง หรือ ภท.รวมเสียงได้เอง และอยู่ยาวได้เลยโดยไม่ทำอะไรเกี่ยวกับ รธน.

นอกจากนี้ นายยิ่งชีพยังกล่าวทิ้งท้ายอีกว่า ของคอมเมนต์ ปชน.ว่านอกจากรีบแล้ว เห็นท่าทีและแนวทางการสื่อสารของ ปชน. 2-3 วันที่ผ่ามา มุ่งเน้นอธิบายทีโออาร์ เน้นอธิบายว่าโอกาสที่จะได้รัฐบาลเสียงข้างน้อย เน้นว่าจะได้รัฐบาลที่คุมได้ ถ้ามีปัญหาก็อภิปรายได้ ถอนได้ แต่พรรคส้มมีความพยายามน้อยมากในการแสดงออกว่า เขาก็ลำบากใจ และไม่ได้อยากโหวตอนุทิน

พิรุธคือ การรีบและแสดงออกน้อย ทำให้เดาได้ว่าข้างหลังคงคุยกันหวานมาก คุยกันรู้เรื่อง ดีลโอเค รู้สึกว่ามั่นใจมาก ว่าเซ็นไปเขาทำได้

ส่วนที่ส่งผลกระทบมากคือ คนผิดหวังเยอะ คนที่เคยมีความหวังกับพรรคนี้ 2-3 วันที่ผ่านมา มีท่าทีแบบนี้ก็คิดว่าเสียคะแนนเยอะ จากกาตัดสินใจของส้ม มีโอกาสสูงจะเป็นการนับถอยหลังของ ปชน. และจะทำให้คนที่เคยเชียร์พรรคนี้ ที่มีแรง มีความหวังกับการเมือง ก็อาจจะยังโหวตอยู่ แต่ความหวังไม่มีแล้ว การเมืองมันไม่สนุกแล้ว เป็นการเมืองที่ใครอยู่ในสภาไปดีลไปนับเลข มันไม่เหมือนแบบ 2-3 ปีที่ผ่านมาที่เขาล็อกๆ ไม่ดีล ไม่ถอย ไปแพ้ก็โหวต