⦁…การเมืองฝุ่นตลบ “ยุบ-ไม่ยุบสภา” เป็นหัวข้อใหญ่ และน่าจะเป็น “ทางออก” ของสถานการณ์ แต่ก็มีปัญหา “ข้อกฎหมาย” เกิดขึ้นอีก สำนักองคมนตรี ส่งคืน “ร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภา” ให้รัฐบาล ด้วยเหตุผลว่า การกราบบังคมทูลร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภา ไม่เป็นไปตามระเบียบการนำเสนอเพื่อขอพระมหากรุณา เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีปัญหาข้อขัดแย้งว่ากระทำได้หรือไม่ ประกอบกับ “เลขาธิการกฤษฎีกา” ได้ทำความเห็นประกอบว่ารัฐบาลรักษาการ จะทูลร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภาไม่ได้ เป็นอันว่า “การยุบสภา” ที่ ภูมิธรรม เวชยชัย นายกฯรักษาการ ผลักดันไว้ไม่เกิดขึ้น ส่งผลให้ เกมการเมืองในไม่กี่วันที่ผ่านมา รัฐบาลพรรคเพื่อไทย “เพลี่ยงพล้ำ” ต่อขั้ว “ภูมิใจไทย” ชนะใจพรรคประชาชน ได้ 143 เสียงมาสนับสนุน “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล กลายเป็น “ว่าที่นายกฯหนู” ไปแล้ว
⦁…วันสองวันนี้ น่าจะได้รู้กัน เพราะ “สำนักเลขาฯสภา” ส่งจดหมายถึง ส.ส. นัดประชุมศุกร์ที่ 5 ก.ย. เพื่อ “โหวตนายกฯ” ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญ ตามมาตรานี้ต้องเป็นบุคคลใน “บัญชีรายชื่อนายกฯ” ที่เสนอต่อสภาไว้ เมื่่อตอนเลือกตั้ง 2566 เท่านั้น ไม่มี “ประตูหลัง-ประตูข้าง” ก็ต้องมาดูว่า เมื่อ “ขั้ว ภท. 289 เสียง” ประกอบด้วย “ภูมิใจไทย 68 เสียง + กล้าธรรม 31 คน + พปชร. 17 คน + รทสช.นำโดย สุชาติ ชมกลิ่น 16 เสียง + พท. 8 คน +ไทยสร้างไทย 3 และ ปชป. 3 + ประชาชน 143 เสียง” เสนอชื่อ “ว่าที่นายกฯหนู” แล้วเพื่อไทยจะแก้เกมอย่างไร จะเสนอแคนดิเดตของพรรค ชัยเกษมนิติสิริ หรือจะเสนอ “อัศวินม้าขาว” ที่่เล่าลือกันว่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดต “รวมไทยสร้างชาติ” ที่โบกมือลา “การเมือง” ไปแล้ว แต่สภาพการณ์ของ “ขั้วภูมิใจไทย” เดินหน้าไปไกลแล้ว
⦁…“จุดพลาดพลั้ง” ของพรรคเพื่อไทยรอบนี้ “คืออะไร” หลังจาก “ศาลรัฐธรรมนูญ” วินิจฉัย 29 ส.ค.ให้ “นายกฯอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตรพ้นตำแหน่ง อาการ “แพแตก” เกิดขึ้นทันที เริ่มจาก “กล้าธรรม” ของ ผู้กองธรรมนัส พรหมเผ่า กับกลุ่ม ส.ส.ของ “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น ซึ่งที่จริง คือ “คนใกล้ชิด” ของ ทักษิณ ชินวัตร แถมยังมี “เพื่อไทย” อีกก้อนหนึ่ง มีอาทิ ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ แห่งกาญจนบุรี พล.ต.ต.สุรพล บุญมา จากนครนายก พาตัวออกไปจากพรรค และเมื่อ “เพื่อไทย” ประกาศรับเงื่อนไข 3 ข้อของพรรคประชาชน “1.ยุบสภาใน 4 เดือน 2.ลงมือแก้รัฐธรรมนูญ 3.พรรคประชาชนไม่รับตำแหน่ง” แต่สุดท้าย “ประชาชน” กลับเลือก “ภูมิใจไทย”
⦁…สภาพวิกฤตจะหมดหรือยัง ไม่มีใครกล้าตอบ เพราะคดีความต่างๆ ยังไม่หมด“9 ก.ย.นี้” ยังมีคดี “ชั้น 14” และยาวออกไปอีก ยังมีคดี “มาตรา 144” ห้าม “ส.ส. ส.ว. กรรมาธิการ มีส่วนในการใช้งบประมาณโดยตรงหรือโดยอ้อม”ที่กำลัง “หลอน” หลายพรรคอยู่ หลังจาก พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ต้องพ้นจาก “รองประธานสภา-ส.ส.” พร้อมตัดสิทธิ 10 ปี กระแสข่าวว่าอาจถึงระดับ “สึนามิการเมือง” การเมืองไทยเดินไปแบบนี้ จากรัฐบาลพรรคใหญ่ กลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพราะถ้าเอา 289 ลบด้วย 143 จะเหลือเนื้อแท้ของรัฐบาล 146 เสียง และมีเวลาทำงาน 4 เดือน สุ่มเสี่ยงต่อการ “เบี้ยว” หรือยึดในพันธสัญญา
⦁…ทุกภาคในสังคมจะตั้งรับอย่างไร “ทั้งภาคเศรษฐกิจ-ธุรกิจ-การเมือง-สังคม” ขณะที่สภาพปัญหาหนักหนาสากรรจ์สุดๆ จาก “ภาษีทรัมป์-ค้าชายแดน-เศรษฐกิจในประเทศ” ก็ต้องกลับมาคิดกันต่อไปว่า อย่างน้อยที่สุด ใน “วิกฤต” ที่เกิดขึ้น ก็คือโอกาสของ “การแก้ไข-ยกเครื่องรัฐธรรมนูญ” แต่การแก้ไขก็ไม่ง่าย และจะมีการต่อต้านจากกลุ่มอำนาจที่ต้องการ “ควบคุมการเมือง” ประเทศไทยจะเดินจากวิกฤตหนึ่งไปสู่อีกวิกฤตหนึ่ง หรือจะเริ่มสเต็ปของ “การคลี่คลาย” ต้องมาดูกันอีก
⦁…ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย พิธีฌาปนกิจ จรัญ พงษ์จีน นักหนังสือพิมพ์ คอลัมนิสต์มติชน เมื่อวันพุธที่ 3 ก.ย.ที่่ผ่านมา ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ-มิตรสหาย พร้อมหน้าพร้อมตา หลังจากเจ้าตัวป่วยกะทันหัน ในตอนเช้าวันที่ 29 ส.ค. และจากไปโดยไม่ส่งสัญญาณการเจ็บไข้ได้ป่วยมาก่อน ขรรค์ชัย บุนปานประธานเครือมติชน และคณะผู้บริหารมติชน ขอขอบพระคุณทุกท่านที่มาร่วมอาลัย ร่วมบำเพ็ญกุศล แม้จะเป็นความสูญเสีย แต่ก็ทำให้เห็นถึงความสัมพันธ์ผูกพันระหว่าง “มติชน” กับผู้อ่าน ผู้สนับสนุนที่เหนียวแน่นและลึกซึ้ง









