แว่วว่า เตรียมบินเพื่อแก้บนทันที สำหรับ อนุทัน ชาญวีรกูล หัวหน้าภรรคภูมิใจไทย หากได้รับการโหวตให้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนที่ 32
โดยพื้นที่ที่ได้รับการจัดเตรียมให้พร้อม คือ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ณ บริเวณวงเวียนอนุสาวรีย์ สี่แยกถนนสายบุรีรัมย์-สตึก ตัดกับถนนสายบุรีรัมย์-ประโคนชัย อำเภอเมืองบุรีรัมย์
พระบรมราชานุสาวรีย์ดังกล่าว ชาวบุรีรัมย์พร้อมใจร่วมกันสร้างขึ้น ด้วยจิตสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระปฐมปรมราชจักราชจักรีวงศ์ และเนื่องในมหามงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 50 ปี ในพ.ศ. 2539
เพื่อเฉลิมพระเกียรติและเป็นอนุสรณ์สถานในการสักการะและน้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณอันยิ่งใหญ่ เป็นศูนย์รวมจิตใจที่แสดง ออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมราชจักรีวงศ์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฏราชกุมาร ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงวางศิลาฤกษ์เมื่อวันศุกร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2538 โดยขณะนั้น นายพร เพ็ญพาส ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์
พระบรมรูปฯ ออกแบบให้มีขนาดเท่าครึ่งของพระองค์จริง ฉลองพระองค์แบบนักรบตามขัตติยราชประเพณีโบราณ ประทับอยู่บนคอช้างศึก อย่างไรก็ตาม ขณะดำเนินการสร้างมีการเปลี่ยนที่ประทับของพระบรมรูปฯ จากประทับบนคอช้างขึ้นไปประทับบนสัปคับ
หล่อด้วยสำริดรมดำ ตั้งอยู่บนฐานกว้าง 4 เมตร ยาว 8.80 เมตร สูง 10 เมตร ดำเนินการโดยกรมศิลปากรด้วยงบประมาณราว 15 ล้านบาท จากการบริจาคของประชาชนและจังหวัดบุรีรัมย์
ทั้งนี้ รูปหล่อ ‘ราชสีห์’ บริเวณฐานอนุสาวรีย์ สื่อถึงพระราชกรณียกิจของรัชกาลที่ 1 ในการชำระกฎหมายตราสามดวง

ต่อมา ในพ.ศ.2564 นายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และชาวบุรีรัมย์ ร่วมแสดงความจงรักภักดีด้วยการร่วมกันบริจาคเพื่อสร้างและติดตั้งไฟฉัตร 9 ชั้นจำนวน 360 ต้น บริเวณวงเวียนพระบรมราชานุสาวรีย์ จนแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2564 นอกจากี้ชาวบุรีรัมย์ยังได้ร่วมกันเป็นจิตอาสา ปิดทองคำเปลวที่ยอดฉัตรและฐานฉัตรอีกด้วย


