หน้าแรก การเมือง จาตุรนต์ ย้อน...

จาตุรนต์ ย้อนศร ปชน. ข้ามขั้วโหวต อนุทิน ผู้นำฝ่ายค้าน 2 สถานะ ซักฟอกได้อย่างไร

5.09.25 | 14:04 น.

‘จาตุรนต์’ ย้อนศร ‘ปชน.’ ข้ามขั้วโหวต ‘อนุทิน‘ หวั่นใช้บารมีมากไปทำการเมืองตกต่ำ ถาม แล้วจะให้ ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’ ที่มี 2 สถานะสรุปซักฟอกได้อย่างไร กล่อมหากเลือก ‘ชัยเกษม‘ นั่งนายกฯ ยุบสภาได้ก่อน 20 วัน

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญ

จากนั้นได้เปิดให้สมาชิกอภิปรายได้ 2 ชั่วโมง แบ่งกันฝ่ายละ 1 ชั่วโมง โดยนายจาตุรนต์ ฉายแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. อภิปรายสนับสนุนนายชัยเกษม พร้อมแสดงเหตุผลที่นายอนุทินไม่เหมาะสมกับตำแหน่งนายกฯว่า พรรค ปชน.จะโหวตสนับสนุนนายอนุทิน แต่จะไม่มีใครอยู่ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ห้ามพรรค ภท. รวมเสียงข้างมากในสภา หมายความว่าต้องการให้พรรค ภท.เป็นรัฐบาลแบบลูกไก่อยู่ในกำมือของพรรค ปชน. นานไปอาจจะมีเหตุการณ์หนูเปล่านะ เขามาเอง อาจมีเสียง ส.ส.สนับสนุนให้จนเป็นเสียงมากได้

นายจาตุรนต์กล่าวต่อว่า การจะเป็นรัฐบาลด้วยเงื่อนไขเหล่านี้ ขัดต่อหลักการของระบบรัฐสภา ของระบอบประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง และจะทำให้เกิดผลเสียตามมาต่อประเทศอย่างร้ายแรง หลักการของระบบรัฐสภาคือเลือกบุคคลเป็นนายกฯ จากบัญชีของพรรคการเมือง พร้อมลงมติแบบเปิดเผยเพื่อให้ประชาชนรับรู้ว่า ส.ส.คนไหน พรรคไหนสนับสนุนใครเป็นนายกฯ ตรงกับที่ประกาศกับประชาชนหรือไม่

และเมื่อบุคคลนั้นได้เป็นนายกฯ ส.ส.และพรรคต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนเองได้ทำไป แต่ปัญหาคือ พรรค ปชน.ระบุว่าจะไม่มีคนอยู่ใน ครม.แม้แต่คนเดียว หมายความว่าจะยกมือให้ แต่ไม่มีส่วนกำหนดนโยบายรัฐบาล หากเป็นเช่นนี้การตรวจสอบรัฐบาลจะเป็นอย่างไร ท่านบอกว่าจะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน จึงตั้งคำถามว่าจะทำได้จริงหรือไม่ การที่ผู้นำฝ่ายค้านอยู่ใน 2 สถานะเช่นนี้ จะเป็นฝ่ายค้านที่น่าเชื่อถือได้อย่างไร

Advertisement

“พรรคประชาชนอยู่ในสภาพอิหลักอิเหลื่อ ผู้นำฝ่ายค้านแท้ๆ เรียกร้องให้สมาชิกในสภาอยู่ในที่ประชุมเพื่อพิจารณากฎหมาย เมื่อวานซืนท่านพูดอยู่หยกๆ ว่าองค์ประชุมเป็นเรื่องรัฐบาล ถ้าท่านอนุทินได้เป็นนายกฯ องค์ประชุมไม่ครบสภาล่ม มีกฎหมายสำคัญเข้ามาสภาล่มจะทำอย่างไร พรรคประชาชนบอกว่าจะเป็นองค์ประชุมให้เพื่อให้สภาเดินหน้าต่อ” นายจาตุรนต์กล่าว

นายจาตุรนต์กล่าวด้วยว่า มองว่าพฤติกรรมเช่นนี้คือ พฤติกรรมของการเป็นฝ่ายรัฐบาล อยู่ในสภาพที่ต้องประคับประคองรัฐบาล เราจะเชื่อได้อย่างไรว่าพรรค ปชน.จะทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านที่มีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างหากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะแบ่งเวลาอย่างไร เราจะยอมให้ผู้นำฝ่ายค้านสรุปการอภิปรายไม่ไหววางใจได้อย่างไร ในเมื่อท่านเป็นผู้ร่วมเลือกรัฐบาลนี้มา ฉะนั้น พรรค ปชน.จึงไม่สามารถทำหน้าที่ถ่วงดุลรัฐบาลได้ พรรค ปชน.ไม่สามารถอยู่ในสถานะที่ทัดทานได้ รัฐบาลออกนโยบายอะไรมา พรรค ปชน.ไม่สามารถคัดค้านได้ นายอนุทินขาดคุณสมบัติเนื่องจากมีบารมีมากไป หรือเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่มีอานุภาพมาก ขนาดยังไม่ได้เป็นนายกฯ คนก็คาดการณ์ว่าจะได้เป็นนายกฯ การรถไฟแห่งประเทศไทยยังขอเลื่อนการร้องทุกข์คดีเขากระโดงออกไปอย่างไม่มีกำหนด ด้วยเหตุผลว่ารอรัฐมนตรีคนใหม่เสียก่อน หากเป็นอย่างนี้ภาพพจน์นักการเมืองที่เสียหายตกต่ำอยู่แล้วก็จะยิ่งตกต่ำต่อไป เป็นปัญหาของประเทศและระบอบประชาธิปไตย

“คนในพรรคท่านจะได้เป็นรัฐมนตรี จะมีบารมีมากและมีบารมีย้อนหลัง เคยแต่งตั้งใครเป็นข้าราชการระดับ 10 ไว้ คนนั้นไปสมัครองค์กรอิสระหรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็สามารถเอาชนะนักกฎหมายชั้นนำของประเทศได้ บารมีเช่นนี้น่าเป็นห่วง หากใช้มากๆ จะไปเกี่ยวข้องกับเรื่องที่พรรคของท่านไปพัวพันกับคดีฮั้ว ส.ว. เราจะรู้ได้อย่างไรว่าบารมีของท่านจะทำให้คนผิดลอยนวลในคดีฮั้ว ส.ว. ซึ่ง ส.ว.มีอำนาจในการเลือกองค์กรอิสระ เราจะปล่อยให้บ้านเมืองเป็นเช่นนี้หรือ หากนายอนุทินเป็นนายกฯ มีความเสี่ยงมากว่าบ้านเมืองจะพัฒนาไปเป็นเช่นนี้” นายจาตุรนต์กล่าว

นายจาตุรนต์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้พรรค ปชน.เสียงแข็งให้ยุบสภาทันที แต่ต่อมาเปลี่ยนเป็นให้เวลา 4 เดือน เพื่อทำประชามตินำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยโดย ส.ส.ร. ที่ผ่านมามีการพิจารณากฎหมายประชามติโดยพรรคภูมิใจไทย ที่เห็นไม่ตรงต้องการให้กฎหมายประชามติมีผลไปในทางขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งตรงกับ ส.ว. หาก ส.ว.ได้อำนาจเต็มที่โดยบารมีหรือของวิเศษจะเดินไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญได้อย่างไร หากลงมติในสภาแล้ว ส.ว.ไม่โหวตให้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะไม่เกิดขึ้น สิ่งที่ตามมาคือระบบองค์กรอิสระ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะถูกครอบงำโดยอำนาจพิเศษ ซึ่งเป็นสิ่งตรงข้ามกับที่พรรคประชาชนเสนอต่อประชาชน

นายจาตุรนต์กล่าวด้วยว่า ตอนที่พรรค พท.ข้ามขั้ว ตนเคยวิจารณ์ไว้ว่าการข้ามขั้วจะนำไปสู่ความอ่อนแอของประชาธิปไตยซึ่งเกิดขึ้นจริง แต่ตอนนี้พรรค พท. อย่าว่าแต่เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองฝ่ายอนุรักษ์ จะขอไปเป็นฝ่ายอนุรักษ์เขาคงไม่รับแล้ว จึงต้องมาปรับตัว พรรค พท.ถ้าเป็นฝ่ายค้านก็มาเจอกับพรรค ปชน. อาจจะได้ร่วมมือกับพรรค ปชน. ในฐานะพรรคฝ่ายค้านด้วยกัน แต่กลับพบว่าพรรค ปชน.ข้ามขั้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่มาก

“พรรคประชาชนที่พูดมาตลอดว่ามีลุงไม่มีเรา ต้องประชาธิปไตย 4 เดือนต่อไปนี้การตรวจสอบรัฐบาลจะไม่เข้มแข็ง นโยบายจะออกมาผิดที่ผิดทาง พรรคฝ่ายค้าน มีพรรคประชาชนที่ครึ่งๆ กลางๆ ทำให้ตรวจสอบรัฐบาลอ่อนแอ ผลที่ตามมาอาจเกิดการแทรกแซง ทำให้ระบบนี้ถูกครอบงำไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างมั่นคง การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่เกิดขึ้นภายใน 4 เดือน จากนี้จึงเป็นระยะเวลาที่พรรคประชาชนจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับฝ่ายอนุรักษ์ มวลชนของพรรคประชาชนจะรู้สึกอย่างไรหากพรรคของท่านได้กลายเป็นพรรคที่ข้ามขั้ว สนับสนุนพรรคการเมืองที่เป็นฝ่ายอนุรักษนิยมอย่างเต็มตัว” นายจาตุรนต์กล่าว

นายจาตุรนต์กล่าวด้วยว่า หากให้นายชัยเกษมเป็นนายกฯ ปัญหาต่างๆ จะไม่เกิดขึ้น เพราะท่านจะตั้ง ครม. แถลงนโยบาย คล้ายกันกับนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ทำไว้เมื่อปี 2535 เป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ สุดท้ายมีการยุบสภาภายใน 20 วัน ซึ่งนายชัยเกษมจะยุบสภาได้เร็วกว่านั้น ความเสียหายที่จะเกิดต่อระบอบประชาธิปไตยจะไม่เกิดขึ้นเหมือนกับที่จะเกิดขึ้นหากนายอนุทินเป็นนายกฯ