ทวี สับ อนุทิน ไม่ซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์ คดีติดตัว เป็นภัยร้ายแรงต่อบ้านเมือง เป็นโชคร้ายของประเทศ หากได้เป็นนายกฯ ตอกฮั้ว ส.ว.สร้างบาดแผลใหญ่นิติบัญญัติ
เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญ จากนั้น ได้เปิดให้สมาชิกอภิปรายได้ 2 ชั่วโมง แบ่งกันฝ่ายละ 1 ชั่วโมง
โดยนาย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ อภิปรายว่า ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ถือว่าเป็นงานสำคัญของชาติโดยส่วนรวมนับตั้งแต่อดีตตกาล นายกรัฐมนตรีเป็นฝ่ายการเมืองมีรัฐธรรมนูญกำกับโดยให้ความสำคัญในการแยกส่วนกับส่วนรวม
ซึ่งนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีต้องไม่เข้าไปแทรกแซงไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ดังนั้นเรียกว่าระบบคุณธรรมหรือหลักนิติธรรม คนฉลาดต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีต แต่คนที่ฉลาดกว่าต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดของคนอื่น เนื่องจากตำแหน่งนายกฯ มีความสำคัญ ซึ่งนายชัยเกษมเป็นอดีตอัยการสูงสุด เป็นอดีตรมว.ยุติธรรม เป็นนักนิติศาสตร์ที่ได้รับการยกย่องเป็นศาสตราจารย์พิเศษจากจุฬาฯ และเป็นที่ยอมรับจากผู้ธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม
พ.ต.อ.ทวี อภิปรายว่า แต่นายอนุทินไม่มีมาตรฐานและความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ วันนี้การทำลายระบบรัฐสภาที่ดีที่สุดคือทำลายระบบกฎหมาย ซึ่งท่านเป็นหนึ่งใน 229 คนที่ถูกอนุ กกต.กว่า 20 คน ได้มีความเห็นว่าท่านกระทำผิดในข้อหาสมยอมหรือช่วยเหลือให้ลงคะแนนเลือกส.ว.หรือที่เรียกว่าฮั้ว ส.ว.เราทราบดีอยู่แล้วว่าประเด็นนี้เรื่องอยู่ที่ กกต.ซึ่งตนเชื่อว่า กกต.ที่เป็นองค์กรอิสระ ไม่อาจแทรกแซงได้
และท่านมีเรื่องอยู่ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษซึ่งท่านเข้าข่ายในข้อหาอั้งยี่ ฟอกเงิน หากท่านได้รับเลือกเป็นนายกฯ อย่าเข้าไปแทรกแซงการกระทำขององค์กรนี้ เนื่องจากเป็นความผิดอาญา แต่ในทางจริยธรรมการทำลายซึ่งระบบเลือกตั้งโยงมาถึงบุคคลที่อยู่ในวุฒิสภา 138 คน ถือเป็นบาดแผลใหญ่ของระบบนิติบัญญัติและบ้านเมือง
พ.ต.อ.ทวี อภิปรายต่อว่า วันนี้เราต้องการรักษาเอกราชแผ่นดิน แม้ตารางนิ้วเดียวเราก็ไม่สามารถยกให้คนอื่น ขอยืนยันว่าในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ท่านไม่รักษาทรัพย์สมบัติของแผ่นดินโดยเฉพาะกรณีที่ดินเขากระโดง ซึ่งท่านผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากหนังสือมอบอำนาจ นายอนุทินอยู่บ้านเดียวกับนายเนวินชิดชอบบ้านเลขที่ 30 /2 หมู่ 4 ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ที่สำคัญท่านเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยได้ก่อสร้างสาขาพรรคในที่ดินโฉนดที่ ป.ป.ช.ชี้มูล
จากนั้น ส.ส.ภูมิใจไทยลุกขึ้นประท้วงว่ากล่าวถึงบุคคลอื่นโดยไม่จำเป็น เรื่องที่อภิปรายยังอยู่ในคดียังไม่มีผู้ถูกกล่าวหา หรือเป็นผู้ต้องหาใดๆ อยู่ระหว่างดำเนินคดี เมื่อพูดถึงเรื่องการแทรกแซงเชื่อว่ารัฐมนตรีชุดใหม่ที่จะเข้ามาคงไม่เข้าไปแทรกแซง มีแต่รัฐมนตรีท่านก่อนที่ใช้อำนาจแทรกแซงจนถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่
จากนั้น พ.ต.อ.ทวี อภิปรายอีกว่า การเข้ามาเป็นรัฐมนตรีอาจเป็นภัยร้ายแรงต่อบ้านเมือง โดยเฉพาะการไม่รักษาทรัพย์สมบัติของแผ่นดินนอกจากนี้ในระหว่างที่นายอนุทินเป็นรองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ที่ดินแห่งนี้ถูกศาลวินิจฉัยเป็นที่สิ้นสุด ทั้งศาลยุติธรรมและศาลปกครองได้วินิจฉัยว่าที่ดิน 5000 กว่าไร่เป็นของการรถไฟฯ และให้ไปตั้งคณะกรรมการ ที่เจ็บปวดที่สุดคือคณะกรรมการดังกล่าวไปทำการรังวัด ทำแผนที่เสร็จแล้ว แต่มีการสั่งให้กรรมการหยุด
ถ้าท่านไม่สั่งหยุด วันนี้ที่ดินได้ยึดไปแล้ว จึงเห็นว่าหากนายอนุทินได้เสนอชื่อเป็นนายกฯ ขึ้นสู่บัลลังก์สูงสุดของฝ่ายบริหาร ถือเป็นความโชคร้ายของประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่เราเห็น โดยเฉพาะการฮั้ว สว. ที่เลวร้ายที่สุดคือการนำงบประมาณ 1500 ล้านบาทให้กระทรวงมหาดไทยไปร่วมจัด ทำให้การฮั้ว สว.สำเร็จได้ ตนจึงไม่เห็นด้วยกับการเสนอนายอนุทินเป็นนายกฯ และขอสนับสนุนนายชัยเกษมเป็นนายกฯ

