“อนุทิน” เปิดว่าที่ 3 รมต.คนนอก ร่วมกินกาแฟ-เค้กส้ม เผยยังมีคนนอกอีก ด้าน สีหศักดิ์ รับลูก ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ต้องแก้ด่วน เจ้าตัวลั่นเวลามีน้อย ต้องตั้งมืออาชีพ รับสโลแกน สั่งวันนี้ต้องเสร็จเมื่อวาน
เมื่อเวลา 14.40 น. วันที่ 6 กันยายน 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรค ภท. ได้เดินนำ นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ และ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมรับประทานกาแฟและเค้กส้ม ที่ร้านจาริสต้าร์
โดยผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายสันติระหว่างเดินว่า พรรค พปชร.ได้ตำแหน่งอะไรบ้าง นายสันติกล่าวว่า ยังไม่รู้ เดี๋ยวรอคุยกัน เมื่อถามว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะเป็นของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร.หรือไม่ นายสันติหัวเราะพร้อมกับกล่าวว่า เดี๋ยวรอคุยก่อน เมื่อถามว่า พปชร.ได้อะไรบ้าง นายสันติกล่าวว่า ได้ตามกฎตามเกณฑ์นั่นแหละ เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตรจะได้เข้ามาไหม นายสันติกล่าวว่า กำลังดูอยู่
ด้าน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว กล่าวว่า ได้รับการทาบทามให้มานั่งในตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ ซึ่งก็จะทำให้ดีที่สุด เมื่อถามว่า ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาในขณะนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าหนักใจหรือไม่ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ยอมรับว่าเรื่องไทย-กัมพูชา ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องรีบแก้ไขปัญหา เมื่อถามว่า เรื่องนี้ถือว่าหนักหนาสาหัสหรือไม่ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เรามีแนวทางอยู่แล้ว รอให้เขาแถลงนโยบายก่อน ปัญหาที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องสำคัญทั้งนั้น ทั้งเรื่องชายแดนและเอ็มโอยู
ขณะที่นายอนุทินให้สัมภาษณ์ระหว่างร่วมโต๊ะรับประทานกาแฟว่า ทั้งนายเอกนิติและนายสีหศักดิ์ถือว่าชัดเจน ได้ตอบรับคำเชิญเรา จะได้ไม่มาคาดการณ์ว่าใครไปอยู่ไหนอย่างไร เพราะเวลาเราน้อย เราจะได้เริ่มเตรียมงานเตรียมการประสานกัน หลังจากที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแล้ว ซึ่งตอนนี้เราก็ได้ประสานงานกันไว้ก่อน พอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้าเฝ้าฯเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็จะได้ทำงานได้เลย
เมื่อถามว่า ครม.คนนอกที่อยู่ตรงนี้แล้วมีอีกหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า มีอีก จะค่อยๆ ทยอยมาและจะได้แจ้งให้ประชาชนทราบ เมื่อถามว่า จะมีกระทรวงไหนบ้าง นายอนุทินกล่าวว่า ที่แน่ๆ กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพลังงาน เมื่อถามว่า จุดประสงค์ที่ใช้รัฐมนตรีคนนอก เราคาดหวังอย่างไร โดยเฉพาะกระทรวงการคลัง จะให้มีการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไรในระยะเวลา 4 เดือน นายอนุทินกล่าวว่า เศรษฐกิจทั้งจุลภาคและมหภาค ทางว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในกระทรวงการคลัง มาโดยตลอดอยู่แล้ว ผ่านงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นอธิบดีมาหลายกรม เป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐวิสาหกิจ อธิบดีกรมสรรพากร อธิบดีกรมสรรพสามิต อธิบดีกรมธนารักษ์ และท่านยังมีความสามารถในการประสานงาน ทำงานกับข้าราชการประจำ ซึ่งจะทำให้การทำงานนั้นต่อเนื่องไม่มีปัญหา
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่าจะฟื้นโครงการคนละครึ่ง นายอนุทินกล่าวว่า อะไรที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน และเป็นความต้องการของประชาชน ซึ่งก็ได้มีการมอบหมายให้ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้พิจารณา หลังจากเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แล้วก็จะเร่งดำเนินการ เพราะเวลาเรามีไม่มาก อะไรที่ดีอยู่เราก็จะทำต่อ ไม่ใช่ว่าเราเข้าไปแล้ว นโยบายนี้ไม่ใช่ของเราแล้ว เราไม่ทำ ล้มไป แล้วทำให้ประชาชนเดือดร้อน ซึ่งสิ่งนี้เราจะไม่ทำ
ขณะที่ผู้สื่อข่าวถามถึงปัญหาไทย-กัมพูชา ที่มีการเสนอให้ยกเลิกเอ็มโอยู 43-44 จะมีการพิจารณาอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าเอ่ยชื่อถึงนายสีหศักดิ์ คนที่อยู่ในแวดวงของการทูต หรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเศรษฐกิจก็น่าจะมีความพึงพอใจและมั่นใจ อย่างที่บอกว่ารัฐบาลนี้เข้ามาท่ามกลางปัญหาเกิดขึ้นอยู่ และจะต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว เพราะฉะนั้นเราจะต้องนำผู้ที่เป็นที่ยอมรับของนานาชาติด้วย และต้องเร่งแก้ปัญหาโดยเร็ว
ผู้สื่อข่าวถามนายสีหศักดิ์ว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะเข้ามาคลี่คลายแก้ปัญหาไทย-กัมพูชาได้ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ ระยะสั้นก็เป็นการวางพื้นฐานเพื่อที่จะแก้ปัญหาในระยะยาว เมื่อถามว่า ถือเป็นเผือกร้อนหรือไม่ในเรื่องนี้ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ทุกอย่างเราต้องให้ความสำคัญ
ขณะที่นายอนุทินกล่าวว่า ส่วนในเรื่องของตำแหน่งการเมืองค่อยว่ากัน แต่ในส่วนของคนนอกที่กว่าจะตอบรับคำเชิญเรา ใช้เวลาหลายวันหลายคืนเลย อย่างกรณีนายเอกนิติมีอายุราชการเหลือถึงอีก 6 ปี และความรู้ความสามารถยังมีอนาคตในทางราชการที่ยังสามารถก้าวหน้าไปกว่านี้อีก แต่ท่านเสียสละ โดยเราเห็นพ้องต้องกันว่าเรื่องของประเทศชาติ เรื่องของประชาชนมีความสำคัญ ซึ่งนายเอกนิติเองมีความสามารถ และมีคุณสมบัติขนาดนี้ ต่อให้ท่านพ้นวาระนี้ไปก็จะมีเส้นทางในอาชีพของท่านได้อีกมากมาย แต่ท่านก็ตัดสินใจมาร่วมทำงานกับรัฐบาลนี้ ถือว่าการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตของท่าน โดยมุ่งมั่นถึงประเทศและประชาชน
เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่า ครม.ชุดนี้จะไม่ขี้เหร่แน่นอน นายอนุทินกล่าวว่า ต้องเป็น ครม.ที่เข้ามาแล้วทำงานได้เลย สโลแกน “สั่งวันนี้เสร็จเมื่อวาน“ ก็ยังถือเป็นแนวทางการทำงานของพวกเราอยู่
เมื่อถามว่า การจัดตั้งรัฐบาลจะเสร็จภายใน 1-2 วันนี้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า จะพยายามให้เร็วที่สุด เราไม่มีเวลาที่จะคอยคิดถึงกลเกม กลไกต่างๆ ทางการเมือง เรื่องทางการเมืองต่างๆ ต้องคิดว่ามีความชัดเจนแล้ว อีก 4 เดือนก็ต้องยุบสภา เพราะฉะนั้น เราจะต้องทำทุกวันใน 4 เดือนนี้ให้เกิดผลงาน ให้เกิดความคืบหน้า ให้เกิดการแก้ปัญหาในทุกมิติให้มากที่สุด
นายอนุทินกล่าวว่า รัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายในแต่ละกระทรวงจะต้องมีอำนาจเต็มที่ในการกำหนดนโยบาย และดำเนินนโยบาย โดยไม่ต้องมานั่งคอยดูว่าหัวหน้ารัฐบาลจะเอาด้วยหรือไม่ หรือจะขัดกับพรรคโน้นพรรคนี้หรือไม่ ตนรับรองไม่มี ตนเอาประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้เป็นรัฐมนตรีในพรรคร่วมรัฐบาลมาสองสามสมัย เห็นจุดอ่อน เห็นปัญหาของการที่ไม่ทำงานร่วมกัน เพราะมัวแต่ไปกังวลเรื่องการได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง
จากนั้น เวลา 15.00 น. นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เดินทางเข้ามาสมทบ โดยนายอนุทินได้แนะนำและบอกชัดว่า นายอรรถพลจะนั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ก่อนจะปล่อยมุขว่า คงไม่ได้มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมอย่างแน่นอน และอย่างที่บอกว่า เหตุผลที่ทาบทามเพราะรัฐบาลนี้มีภารกิจที่แน่นอน ต้องได้คนที่เข้ามาแล้วทำงานได้เลย ไม่ต้องเรียนรู้งาน ทำให้อย่างน้อย 3 ท่านที่อยู่ตรงนี้ก็เป็นผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานที่ท่านจะเข้าไปบริหาร จึงเป็นการสร้างความมั่นใจว่าทุกอย่างจะเดินหน้าได้เลย ไม่มีการรำมวยใดๆ ทั้งสิ้น
เมื่อถามว่า กระทรวงกลาโหมควรจะเป็นทหารเข้ามานั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการประจำกระทรวงหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ก็ต้องการให้เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถในวิชาชีพ
ส่วนกระแสข่าวที่จะเป็น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม แข่งกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนั้น นายอนุทินกล่าวว่า หากตรงไหนมีความชัดเจน ก็จะพามาเปิดตัวเช่นนี้เพื่อให้พี่น้องประชาชนรับทราบโดยไม่ต้องคาดเดา ดังนั้น การที่ยังไม่พาคนอื่นมาแสดงว่ายังไม่แล้วเสร็จ หรือมีคำถามที่จะต้องเคลียร์กันก่อน
ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาขณะนี้จำเป็นจะต้องเป็น พล.อ.ประวิตรหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า อย่าถามแบบนี้ อะไรที่ตอบได้ก็ตอบ เพราะสไตล์การทำงานของตนไม่ต้องการให้ประชาชนมาคาดการณ์ใดๆ ถ้ามีความชัดเจนแล้วก็จะนำมาแนะนำตัวต่อพี่น้องประชาชนทุกคน ให้รับรู้ รับทราบ ว่ารัฐบาลจะเป็นไปในทางใด พยายามจะทำงานให้ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ให้ทำเหมือนว่ามีส่วนร่วมในการบริหารประเทศร่วมกัน ฝ่ายการเมืองอย่างพวกเราฟังเสียงของพี่น้องประชาชนเป็นหลักอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า ภาพของ ครม.อนุทินจะออกมาเป็นแบบใด นายอนุทินกล่าวว่า เป็นภาพมืออาชีพที่ทำงาน ผู้ที่ร่วมทำงานทุกคนมีความเป็นพี่น้องสมัครสมานสามัคคี เพราะตนเป็นสมาชิก ใน 36 คนมาหลายสมัย มีความรู้สึกว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวแทบจะไม่เลย คุยแต่เรื่องที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ไม่เคยมีการตัดสินใจร่วมกันเลย ภาพแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลของตนแน่นอน เนื่องจากทุกคนจะต้องเข้าใจเป้าหมายเดียวกันและเข้าใจภารกิจที่เรามีอย่างจำเพาะ ต้องให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน ไม่ใช่พรรคนี้เสนอ พรรคนี้ค้าน หัวหน้ารัฐบาลไม่ใช่มองว่าอันนี้ไม่เกิดประโยชน์กับพรรคตนเองก็ให้เรื่องช้าหน่อย สิ่งเหล่านี้จะไม่มี

