หน้าแรก การเมือง สถานีคิดเลขที...

สถานีคิดเลขที่ 12 : ‘ระแวง’ โฟเบีย โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

7.09.25 | 12:30 น.

ขอสารภาพ อย่างหน้าชื่น (แต่อกตรม) ว่าเป็นพวก หวาดระแวง (การเมือง) โฟเบีย ขั้นรุนแรง

ด้วยเผชิญ (ขอวงเล็บอีกที ร่วมกับคนไทยจำนวนมาก) กับภาวะ “ไม่ซื่อ” ทางการเมือง มาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ตัวอย่างที่หนักหน่วงและมีผลมาถึงวันนี้คือ คำสัญญา “ขอเวลาอีกไม่นาน” ของคณะรัฐประหารเมื่อปี 2557

เพราะเราต้องอยู่กับ “เขา” ร่วม “ทศวรรษ”

และวันนี้พิษตกค้างยังมีอยู่

Advertisement

โดยเฉพาะที่ฝังใน “รัฐธรรมนูญ ปี 2560”

และวิกฤตการเมืองที่เกิดอยู่ขณะนี้ รัฐธรรมนูญปี 2560 ก็ยังเป็นส่วนสำคัญ

โดยเฉพาะที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการสรรหานายกรัฐมนตรี ที่ผูกมัดไปถึง “คำสัญญา” จะเริ่มต้นการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่

ซึ่งกระตุ้นให้ภาวะหวาดระแวง (การเมือง) โฟเบีย กำเริบขึ้นอีก

โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้อง กับ “คำมั่น” ทางการเมืองต่างๆ

ยกตัวอย่างคำมั่น “ล่าสุดและหมาดๆ” ของนายทักษิณ ชินวัตร ที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกับ การเลือกนายกฯใหม่สักเท่าไหร่

แต่ก็ยากปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง

ตอนนี้เชื่อว่า หลายๆ คนโฟกัสไปที่คำมั่นของนายทักษิณที่ตอนนี้ บินไป “ดูไบ” ว่าจะกลับมาฟังคำวินิจฉัยของศาล กรณีชั้น 14 ในวันที่ 9 กันยายนนี้

แม้จะเป็นเรื่องส่วนตัวของนายทักษิณ

แต่ก็เกี่ยวข้องต่ออนาคตพรรคเพื่อไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เพราะถ้าเกิด นายทักษิณ ไม่ทำตามคำมั่น ย่อมสั่นสะเทือน ต่อพรรคเพื่อไทยสูงมาก

คนข้างนอกไม่เท่าไหร่ แต่คนในพรรคเพื่อไทย น่าสนใจ

กล่าวคือ ในระหว่างการหานายกฯคนใหม่มาแทน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นั้น

แทนที่เราจะเห็นความเด็ดเดี่ยวเป็นหนึ่งเดียวของคนพรรคเพื่อไทย ที่จะสนับสนุน นายชัยเกษม นิติสิริ

แต่เราเห็นปรากฏการณ์ “งูเห่า” เกิดขึ้นในพรรคเพื่อไทย

จากตัวบุคคล ขยายเป็นกลุ่ม และพร้อมจะ “เป็นอื่น” จากพรรคเพื่อไทยอีก หากผลคดีชั้น 14 เป็น “ลบ”

ปรากฏการณ์เหล่านี้ เรียกร้องการบริหารจัดการสูงอย่างยิ่งจากแกนนำของพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะคน “ชินวัตร”

เพราะการเป็นอื่นนั้น หากไหลไปทางอื่นก็ไม่เท่าไหร่

แต่กลัวไหลไปทาง “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล

ซึ่งนั่นจะทำให้ เกิดภาวะ “ความไม่แน่นอน” ในเรื่องคำมั่น ขึ้นมาอีกคำมั่นหนึ่ง

เป็นคำมั่นของพรรคประชาชนที่ทำกับพรรคภูมิใจไทยและพรรคพันธมิตร

นั่นก็คือจะต้องไม่มีการจัดตั้ง “รัฐบาลเสียงข้างมาก” ขึ้น

ซึ่งในรูปแบบ อาจเป็นเช่นนั้น

แต่ภาวะเลือดไหลออกจากเพื่อไทย ซึ่งแน่นอน รวมถึงอดีตพรรคร่วมรัฐบาล

ด้วยเหตุผลทั้งขาดความเชื่อมั่นในพรรคตัวเอง

รวมทั้งอาจได้รับ “โปรโมชั่นพิเศษมากๆ” โดยเฉพาะห้วงก่อนการเลือกตั้ง

อาจทำให้เสียงจากพรรคเพื่อไทยและอดีตพรรคร่วมรัฐบาล ไหล “เงียบๆ-ซุ่มลึก” ไปรวมที่รัฐบาลเสียงข้างน้อย

ปรากฏการณ์ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” เทเสียงทั้งพรรคให้นายอนุทินที่เกิดขึ้น น่าสนใจมาก

เหล่านี้ล้วนจะทำให้รัฐบาลที่กำลังฟอร์มตัวนี้ กลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่ “เข้มแข็ง” ขึ้น

และหาก “เข้มแข็ง” มากๆ อาจทำให้ คำมั่นต่างๆ ที่ให้ไว้ โดยเฉพาะกับพรรคประชาชน แปรเปลี่ยนไป

ยิ่งมีเสียงซุบซิบ ที่ถูกตีปี๊บให้ดังสนั่นว่า มี “พลังพิเศษ” คอยเกื้อหนุนนายอนุทิน และพรรคภูมิใจไทยด้วย

จริง หรือไม่จริงไม่รู้ แต่ก็มีความจงใจแสดงให้เห็น

ดังนั้นรัฐบาลเสียงข้างน้อย อาจมั่นคงขึ้นมาโดย “พิสดารพันลึก”

ถึงตอนนั้น เราและชาวบ้านทำได้แต่มองตาปริบๆ

แน่นอน นั่นย่อมท้าทายยิ่งต่อ “พรรคประชาชน” ว่าจะแก้ไขอย่างไร

อาจจะมองนายอนุทินและภูมิใจไทย ในแง่ร้ายเกินไป

แต่บทเรียนในอดีตเตือนใจถึงการถูกเบี้ยวประจำ

จึงอย่าเพิ่งวางใจอะไร

“ระแวง” ให้มากๆ ไว้ก่อน

สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร