หน้าแรก การเมือง ช่อ ลั่น เกิน...

ช่อ ลั่น เกินไปมาก แขก คำผกา บูลลี่ หมิว-ครูธัญ จี้ ต้นสังกัดรับผิดชอบ

8.09.25 | 11:52 น.

“ช่อ” ลั่น เกินไปมาก “แขก คำผกา” บูลลี่ “หมิว-ครูธัญ” จี้ ต้นสังกัดรับผิดชอบ ลำพังแค่บุคคลธรรมดาก็ไม่สมควรแล้ว แต่เป็นถึง “สื่อมวลชนช่องรัฐ” ด้วย โยนเป็นสิทธิผู้ถูกกระทำ จะฟ้องร้องหรือไม่ ให้กำลังใจทั้งสองท่าน เชื่อจิตใจเข้มแข็ง

เมื่อวันที่ 8 กันยายน น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ น.ส.ลักขณา ปันวิชัย หรือแขก คำผกา พิธีกร ได้เหน็บแนม น.ส.สิริลภัส กองตระกาล ส.ส.กทม. พรรคประชาชน และนายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โดยมีพิธีกรอีก 2 คน หัวเราะร่วมด้วย

โดย น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องร้ายแรงทั้ง 2 ประเด็น ทั้งการล้อเลียนเพศสภาพจากคำพูดว่า ‘อีกะเทย’ ที่ล้อเลียนนายธัญวัจน์ และคำพูดที่เป็นประเด็นตั้งต้นคือ ‘อีหมิวซึมเศร้า’ ล้อเลียนการเป็นซึมเศร้าของ น.ส.สิริลภัส ซึ่งประเด็นเหล่านี้ลำพังเพียงแค่การแสดงออกทางโซเชียลมีเดียของบุคคลปกติ ก็ไม่สมควรแล้ว ถือเป็นการไปล้อเลียนในสิ่งที่เป็นอัตลักษณ์หรือความเจ็บป่วยทางกายหรือทางใจของผู้อื่น แต่พอเป็นสิ่งที่มีการพูดออกสื่อโดยผู้ที่เป็นสื่อมวลชน โดยเฉพาะในช่องของรัฐด้วยและผู้ที่นั่งอยู่ด้วย แม้จะไม่ได้พูด แต่ก็แสดงออกในเชิงเห็นด้วยและขำขันไปด้วย ซึ่งทั้งหมดเป็นบุคคลที่ทำงานมาอย่างยาวนานในวงการสื่อ

“เรื่องนี้คงต้องเรียกร้องไปที่สื่อต้นสังกัดไม่ว่าจะเป็นสถานีโทรทัศน์ NBT หรือ Voice TV ซึ่งดิฉันก็เคยทำงานอยู่ด้วย ดิฉันคิดว่าควรต้องพิจารณาว่าตามมาตรฐานจรรยาบรรณของสื่อสารมวลชนที่ต้องมีความเป็นมืออาชีพและมีความรับผิดชอบต่อผู้ชม ผู้รับฟังสาร เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ต้นสังกัดต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ” น.ส.พรรณิการ์ กล่าว

เมื่อถามว่าควรจะมีการฟ้องร้องหรือไม่ เนื่องจากมีความเสียหาย น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า การฟ้องร้องเป็นสิทธิของผู้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่บุคคลกลุ่มนี้วิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่น ก็คงเป็นสิทธิ์ของแต่ละบุคคล แต่หลายท่านรวมถึงตัวของตน ไม่เคยคิดจะฟ้องร้องอะไร เพราะคิดว่าผู้รับชมรับฟังสามารถตัดสินได้เองว่าคำพูดคำวิจารณ์เหล่านี้เป็นเรื่องที่เหมาะสมหรือไม่

Advertisement

“แน่นอนว่าครั้งนี้ถือว่าเกินเลยไปมาก เพราะเป็นการเอาเรื่องความเจ็บปวดทางใจ ซึ่งอาจจะส่งผลถึงบุคคลอื่นๆด้วย ในแง่ที่ว่าถ้าปล่อยให้เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ในสังคม ดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตสุขภาพของผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าอย่างมาก เพราะฉะนั้น ถ้าจะมีการพิจารณาฟ้องร้อง ดิฉันก็คิดว่าคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงพอสมควร แต่ว่าอย่างที่บอกส่วนตัวของดิฉันไม่เคยคิดที่จะฟ้องร้องเรื่องพวกนี้เพราะดิฉันเป็นนักการเมือง ยอมรับคำพิพากษาวิจารณ์ทุกรูปแบบอยู่แล้ว ถ้ามันเกินเลยถึงขั้นที่ดิฉันเคยฟ้องร้อง เช่น กรณีกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมกับการก่อการร้ายในภาคใต้ หรือฉ้อโกงเงินบริจาคของประชาชน ซึ่งดิฉันถือว่าร้ายแรงก็เลยได้ฟ้องร้องไป” น.ส.พรรณิการ์ กล่าว

เมื่อถามว่าได้คุยกับทั้ง 2 ท่านแล้วหรือไม่ น.ส.พรรณิการ์ กล่าววว่า ไม่จำเป็นต้องพูดคุยเรื่องอะไรแบบนี้ ตนรู้ว่าทั้ง 2 ท่านเป็นบุคคลที่มีจิตใจเข้มแข็ง เป็นผู้ที่ได้รับกำลังใจจากผู้คนมากมายอยู่แล้ว ทั้ง 2 ท่านคงจะเดินหน้าต่อสู้

ในส่วนของ น.ส.สิริลภัส คงต่อสู้เรื่องของสุขภาพจิต การที่ภาครัฐต้องให้ความสำคัญและทุ่มเทงบประมาณ รวมถึงให้ความรู้กับประชาชน ในความตระหนักต่อปัญหาสุขภาพจิต ส่วนนายธัญวัจน์ ก็เป็นคนที่ผลักดันเรื่อง Gender Equality มาอย่างต่อเนื่องก็คงจะผลักดันต่อไปทั้ง 2 ท่าน

เมื่อถามว่ามีอะไรอยากจะฝากถึงทั้ง 3 พิธีกรหรือไม่ น.ส. พรรณิการ์ กล่าวว่า ไม่มี