หน้าแรก การเมือง ปกรณ์วุฒิ ยัน...

ปกรณ์วุฒิ ยันยังไม่แบ่งงานฝ่ายค้าน ชวนเพื่อไทยร่วมผลักดันกม.ที่เห็นพ้องกัน ชี้เป็นโอกาสเหตุคุมเสียงข้างมาก

9.09.25 | 11:04 น.

ปกรณ์วุฒิ ยันยังไม่แบ่งงานฝ่ายค้าน ชวนเพื่อไทยร่วมผลักดันกม.ที่เห็นพ้องกัน ชี้เป็นโอกาสเหตุคุมเสียงข้างมาก ส่วนอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นสิทธิแต่ละพรรค แต่ต้องคุยก่อน หากมีข้อมูลชัดเจนก็พร้อมไม่ไว้วางใจ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 กันยายน ที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า มีการพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการบ้างแล้ว รวมถึงวันนี้ได้มีการเชิญตัวแทนจากพรรค พท. เข้าร่วมประชุมวิปฝ่ายค้านด้วย แม้จะยังไม่ได้มีการแต่งตั้งตัวแทนวิปฝ่ายค้านจากพรรค พท.อย่างเป็นทางการ ต้องรอพูดคุยกันก่อน ซึ่งตนขอเชิญชวนพรรค พท.ว่า 4 เดือนที่เหลือ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีเวลาไม่มาก ครม.คงไม่ยื่นร่างกฎหมายเข้ามา ดังนั้น 4 เดือนที่เหลือจะเป็นเวลาที่สำคัญ นับถอยหลังจากวันแถลงนโยบาย คาดว่าอาจจะเป็นปลายเดือนนี้หรือต้นเดือนหน้า จะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ร่างกฎหมายของส.ส.จะได้รับการพิจารณา จึงขอเชิญชวน พรรค พท.ว่าอยากจะให้ร่วมกันผลักดันร่างกฎหมายใหม่ให้จบภายใน 4 เดือนนี้ และอยากให้พูดคุยกันให้ชัดเจน

“ยังมีหลายนโยบายที่พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนเห็นตรงกัน และขณะนี้ฝ่ายค้านคุมเสียงข้างมากในสภา ดังนั้น ร่างกฎหมายใดที่พรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยเห็นตรงกัน รัฐบาลก็ไม่สามารถคัดค้านได้ เพราะเสียงข้างมากในสภาฯ จะเห็นชอบกับกฎหมายนั้น ถึงเชิญชวนให้มาผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์และกฎหมายที่เป็นนโยบายที่ได้สัญญากับประชาชนไว้ให้สำเร็จ” นายปกรณ์วุฒิ กล่าว

เมื่อถามถึง กรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่าองค์ประชุมขณะนี้ ฝ่ายค้านอาจจะต้องเป็นองค์ประชุมให้ฝ่ายรัฐบาล ว่า ที่ผ่านมาเวลาเรานับองค์ประชุม ต้องดูว่าวาระนั้นเป็นวาระอะไร ไม่ว่าพรรคไหนจะมาเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพราะมีพรรคร่วมฝ่ายค้านสลับสับเปลี่ยนหน้ากันมาเยอะ หลักการที่ตนพูดกับพรรคร่วมฝ่ายค้านยังคงเดิม หากร่างกฎหมายใด หรือวาระใดที่พรรคปชน.เห็นด้วย พรรคปชน.พร้อมเป็นองค์ประชุมให้เสมอ แต่หากเรื่องใดที่ทางครม. เสนอมาแล้วเราไม่ได้เห็นด้วย เช่น ร่างกฎหมายบางร่างที่เสนอมาอย่างเร่งรีบ หรือร่างกฎหมายบางร่างที่เสนอมาอย่างไม่รอบคอบ ตนมองว่านั่นเป็นหน้าที่ของฝั่งรัฐบาลที่เสนอกฎหมายมา ที่จะต้องรักษาองค์ประชุม

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวต่อว่า หากเป็นร่างของพรรคปชน.เราไม่นับองค์ประชุมแน่นอน และหลังจากนี้คงจะมีการพิจารณาร่างกฎหมายที่ส.ส.เสนอเข้ามาเท่านั้น โดยก่อนที่จะเสนอร่างเข้ามาในระเบียบวาระก็คงมีการพูดคุยกันมาในระดับหนึ่ง ดังนั้น ร่างของพรรค พท.เราพร้อมที่จะพูดคุยให้สภาฯ บรรจุระเบียบวาระ และคิดว่าคงไม่มีเหตุการณ์ที่พรรค พท.ขอนับองค์ประชุมในขณะที่พิจารณาร่างของพรรค พท.อยู่

Advertisement

“การแบกองค์ประชุมต้องดูว่าวาระอะไร และหลังจากนี้คงไม่มีร่างของครม.เข้ามาอีก ดังนั้น เรื่องหน้าที่องค์ประชุมของเจ้าของวาระ คงจะไม่เกิดขึ้น ที่เหลือร่างของสส. ที่เสนอเข้ามาก็เป็นหน้าที่ของสส. ทั้งสภาฯ อย่างน้อยๆ ก็พรรคที่เห็นด้วยกับวาระนั้นๆ ก็ควรจะต้องอยู่เป็นองค์ประชุม” นายปกรณ์วุฒิ กล่าว

เมื่อถามว่า หากอีก 1 เดือนข้างหน้าพรรค พท. จะขอยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น พรรค ปชน. มองอย่างไร นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นสิทธิของสมาชิก แต่ก็อยากให้มีการพูดคุยกันก่อน และอยากให้พิจารณาดีๆ อย่างน้อยพรรค พท.เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากช่วงเวลา 1 เดือนหลังจากที่รัฐบาลได้ทำงานแล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีการขยับไปข้างหน้าก็ต้องมาคุยกันว่า ควรจะเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญให้สำเร็จดีหรือไม่ แต่ก็ถือเป็นสิทธิ์ของพรรค พท.

“ส่วนของพรรคประชาชนเองเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในข้อตกลงที่ทำกับพรรคภูมิใจไทยว่า เราจำเป็นจะต้องประคอง หากหลักฐานข้อมูลที่มีการอภิปรายมีความหนักแน่นและมีความชัดเจน เราก็พร้อมลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ไม่ว่าคนใดก็ตาม ถ้าถึงเวลาที่สุกงอมแล้วเหมาะสมจริงๆ พรรคประชาชนก็พร้อมที่จะยื่นบางรายชื่อที่เราไม่ไว้วางใจ ในครม.ชุดนี้เช่นกัน” นายปกรณ์วุฒิ กล่าว