หน้าแรก การเมือง ส.ว.ปะทะคารมเ...

ส.ว.ปะทะคารมเดือด ก่อนลงมติเห็นชอบ พล.ต.ท.สรายุทธ นั่งผู้ตรวจการแผ่นดิน

9.09.25 | 12:20 น.

มติ ส.ว.เห็นชอบ ‘สรายุทธ’ นั่งผู้ตรวจการแผ่นดิน หลังบรรยากาศสุดเดือด ‘นันทนา’ ปะทะ ‘วิวัฒน์’ ปมถูกสอบฮั้ว ส.ว.มาก่อน

เมื่อวันที่ 9 กันยายน ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระการลงมติให้ความเห็นชอบ พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ซึ่งได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน

ก่อนการพิจารณา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส ส.ว. อภิปรายคัดค้านต่อการลงมติเห็นชอบดังกล่าว เนื่องจาก ส.ว.ที่จะลงมติมีคดีตรวจสอบกรณีฮั้ว ส.ว. ทั้งนี้ มองว่า ส.ว.ต้องมีจิตสำนึกและมีจริยธรรมสูงกว่าคนทั่วไป และควรช่ำชอง เพราะได้ยื่นเรื่องถอดถอน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ให้พ้นจากตำแหน่งนายกฯ และขณะนี้ที่จะดำเนินการถือว่าละเมิดจริยธรรมหรือไม่ รวมถึงมีผลประโยชน์ส่วนตนอยู่เหนือประโยชน์ส่วนรวม ไม่ยึดมั่นในหลักจริยธรรม ทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์หรือไม่

“อย่าคิดว่าการเปลี่ยนรัฐบาลจะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน เปลี่นขาวเป็นดำ หรือดำเป็นขาวได้ ในโลกนี้ไม่มีอะไรยั่งยืน แน่นอน เมื่อท่านถูกถูกกล่าวหาไม่ควรตรวจสอบ ตัดสินใครจนกว่าจะพ้นจากคดีความ ควรปล่อยวางอำนาจเห็นชอบผู้ตรวจการแผ่นดิน และมีจิตสำนึกและจริยธรรมที่แยกผิดชอบชั่วดี แม้ตนไม่มีประโยชน์ทับซ้อน พร้อมสละอำนาจเห็นชอบ เพื่อผดุงเกียติของ ส.ว. ไม่ให้ถูกตราหน้าว่ากินเงินเดือนประชาน แต่ทำเพื่อผลประโยชน์ตนเอง” น.ส.นันทนาอภิปราย

Advertisement

ขณะที่นายวิวัฒน์ รุ้งแก้ว ส.ว. อภิปรายว่า น.ส.นันทนาอภิปรายซ้ำเดิม แม้มีคนประท้วง แต่ไม่ยุติ ดังนั้น ขออภิปรายว่า น.ส.นันทนาเคยถูกกล่าวหาให้มัวหมอง ควรพิสูจน์ตนเองให้จบก่อนค่อยมาพิจารณา ซึ่ง น.ส.นันทนาเคยมีคดีกล่าวหา แต่คดีสิ้นสุดเดือน มี.ค.68 โดยก่อนคดีสิ้นสุด น.ส.นันทนาได้พิจารณาเลือกองค์กรอิสระหลายครั้ง

ทำให้ น.ส.นันทนาโต้แย้งว่า เรื่องที่ถูกกล่าวหาโดยกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ​จบสิ้นแล้ว และไม่ได้ทำในสิ่งที่ถูกกล่าวหา ทั้งนี้ กกต.เรียกตนไปเป็นพยานให้ปากคำ และแจ้งว่าข้อมูลเหล่านั้นไม่เป็นความจริง ซึ่งไม่ใช่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาโดยดีเอสไอ หรือ กกต. ที่ ส.ว.พาดพิงตนนั้นกล่าวหาตนเพื่อปิดปากไม่ให้พูดเรื่องลงมติเลือกองค์กรอิสระ ดังนั้น ขอให้ถอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนบรรยากาศการประชุมจะวุ่นวายไปมากกว่าเดิม เพราะมี ส.ว.ยกมือประท้วงจำนวนหนึ่ง ซึ่ง พล.อ.เกรียงไกรได้ตัดบทกล่าวยุติอภิปรายและให้ดำเนินการตามขั้นตอนเข้าสู่การประชุมลับเพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดิน

ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมลับแล้วเสร็จ ที่ประชุม ส.ว.ได้ลงมติเห็นชอบ พล.ต.ท.สรายุทธ ด้วยมติเห็นชอบ 135 เสียง และงดออกเสียง 21 เสียง ถือว่าได้รับเลือกเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน