หน้าแรก การเมือง กกต.ยกคำร้อง ...

กกต.ยกคำร้อง ทักษิณครอบงำ 6 พรรค เรียกเข้าบ้านคุยตั้งรบ. ส่วนคดีครอบงำเพื่อไทย ยังไม่จบ

12.09.25 | 13:14 น.

เลขาฯ กกต.เผยยกคำร้อง“ทักษิณ” ครอบงำ 6 พรรค ตั้งรัฐบาลที่บ้านจันทร์ฯ ชี้ไม่เข้าเกณฑ์-6 พรรคยืนยันไม่ขาดความอิสระ – ระบุ MOA ปชน.-ภท.จะครอบงำต้องเข้าเกณฑ์กม.พรรคการเมือง

ทักษิณครอบงำ – เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบคำร้องยุบ 6 พรรคการเมืองเนื่องจาก ยินยอมให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นบุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคชี้นำ ครอบงำการจัดตั้งรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยผู้ร้องอ้างเหตุที่แกนนำพรรคการเมือง เดินทางไปร่วมรับประทานอาหาร และมาม่า กับนายทักษิณ ที่บ้านจันทร์ส่องหล้าว่า นายทะเบียนพรรคการเมือง ได้ยกคำร้อง ภายหลังได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พิจารณาตามข้อเท็จจริงแล้ว เพราะจากการตรวจสอบ และเชิญ 6 พรรคเข้าชี้แจง ก็ได้รับคำยืนยันว่า ไม่ได้ขาดความอิสระ หรือสูญเสียการตัดสินใจ ซึ่งองค์ประกอบพฤติการณ์การครอบงำนั้น จะต้องทำให้พรรคขาดความเป็นอิสระ

นายแสวง กล่าวว่า ยอมรับว่า การครอบงำพรรคการเมือง เป็นประเด็นสังคมให้ความสนใจ และมีคำร้องระหว่างการพิจารณาอีกมาก ซึ่งข้อเท็จจริง ส่วนใหญ่เป็นการไปพูดปราศรัย แต่การครอบงำจะต้องพิจารณากฎหมายอย่างละเอียด ซึ่งหากมองผ่าน ๆ หรือความรู้สึกอาจเป็นการครอบงำ แต่ตามกฎหมายนั้น พรรคการเมือง จะต้องยินยอม และบุคคลนั้นได้ครอบงำ ชี้นำ รวมถึงการครอบงำชี้นำนั้น จะต้องทำให้กิจกรรมของพรรคการเมืองขาดความเป็นอิสระ เมื่อพิจารณากฎหมายครบองค์ประกอบแล้ว ผลการครอบงำนั้น จะต้องทำให้พรรค หรือสมาชิกพรรคขาดความเป็นอิสระด้วย

ส่วนพฤติการณ์นายทักษิณออกมาพูดตามเวทีต่าง ๆ ไม่เข้าข่ายหรือไม่นั้น เลขาธิการ กกต.ชี้แจงว่า ไม่มีหลักฐานที่ฟังได้ว่า เป็นการครอบงำตามกฎหมาย และไม่ใช่ตามความรู้สึก ซึ่งจะต้องนำไปพิจารณาตามมาตรากฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมยังเปิดเผยว่า ยังมีคำร้องนายทักษิณ ครอบงำพรรคเพื่อไทย ที่รอการพิจารณาของคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่

ส่วน MOA ระหว่างพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย ในการสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี ถือเป็นการครอบงำหรือไม่นั้น เลขาธิการ กกต.ชั้แจงว่า หากเป็นการครอบงำจะต้องเข้าองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 28 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าได้พรรคการเมือง ซึ่งยังจะต้องพิจารณาถึงข้อเท็จจริงอีกครั้ง

Advertisement