หน้าแรก การเมือง ดุสิตธานี ปรั...

ดุสิตธานี ปรับบอร์ดใหญ่ ตั้ง ชนินทธ์ นั่งซีอีโอ ศุภจี เปิดใจ เผย 2 เหตุผล นั่ง รมว.พาณิชย์

12.09.25 | 14:49 น.

ศุภจี ลาออก ดุสิตธานี ปรับบอร์ดใหญ่ “ชนินทธ์” นั่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม แทน

เมื่อวันที่ 12 กันยายน นางสาวมัณฑนี สุรกาญจน์กุล เลขานุการบริษัท บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทศ (ตลท.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท วันที่ 12 กันยายน 2568 มีมติดังนี้

1. รับทราบการลาออกของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ในตำแหน่งกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2568 เนื่องจากติดภารกิจอื่นที่ต้องอุทิศตนในการทำงานเต็มเวลา
2. อนุมัติการแต่งตั้ง นายชนินทธ์ โทณวณิก ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม แทนนาง ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ที่ลาออกจากตำแหน่ง
3. อนุมัติการแต่งตั้ง นายภควัต โกวิทวัฒนพงศ์ ดำรงตำแหน่งกรรมการ แทน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ที่ลาออกจากตำแหน่ง
4. อนุมัติการแต่งตั้ง นายสมประสงค์ บุญยะชัย ดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระ แทน นางนวลพรรณ ล่ำซำ ที่ลาออกจากตำแหน่ง
5. อนุมัติการเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการที่จะกระทำแทนบริษัท

ทั้งนี้ จากเดิม “ชื่อและจำนวนกรรมการซึ่งมีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัท คือ นายชนินทธ์ โทณวณิก นางสินี เธียรประสิทธิ์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ กรรมการ 2 ใน 3 คนนี้ลงลายมือชื่อร่วมกัน และประทับตราสำคัญของบริษัท” เปลี่ยนเป็น “ชื่อและจำนวนกรรมการซึ่งมีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัท คือ นายชนินทธ์ โทณวณิก นางสินี เธียรประสิทธิ์ นายภควัต โกวิทวัฒนพงศ์ กรรมการ 2 ใน 3 คนนี้ลงลายมือชื่อร่วมกัน และประทับตราสำคัญของบริษัท”

โดยการเปลี่ยนแปลงข้างต้นมีผลตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2568 เป็นต้นไป

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายของวันนี้ ดุสิตธานี ยังได้จัดงานแถลงข่าวทิศทางของดุสิตธานีต่อจากนี้ โดยมี นายชนินทธ์ ขึ้นมากล่าวถึงการอำลาตำแหน่งของนางศุภจี ต่อด้วย นางศุภจี ที่ออกมากล่าวถึงการไปรับหน้าที่ รมว.พาณิชย์ โดยว่า การจะไปรับตำแหน่งนี้ ไปด้วย 2 เหตุผล เหตุผลแรกคิดว่า ประเทศกำลังเจอความท้าทายหลากหลาย ต้องมีคนมาช่วยเรื่องปากท้อง และดูแลเศรษฐกิจภาพรวม เราก็คิดว่า เรามีโอกาสทำงานหลากหลาย ตอนอยู่ IBM 7 ปี สุดท้ายทำงานที่นิวยอร์ก ก็เห็นการตัดสินใจมหภาค ติดต่อต่างชาติ พออยู่ไทยคม ก็ทำธุรกิจอินเตอร์เนชั่นแนล เราก็คิดว่า ประสบการณ์นี้ น่าจะมีโอกาสผลักดันด้านต่างประเทศ ให้เศรษฐกิจเดินไปได้ เพราะสนใจแค่ลดค่าใช้จ่ายอย่างเดียวไม่พอ แต่ว่าทำแค่นั้นไม่พอ ต้องสร้างรายได้ด้วย หน้าที่เรา ก็คิดว่า เรามาช่วยดูแล เรื่องการเปิดตลาดต่างประเทศจะดีไหม และหาศักยภาพตรงไหน ตอนที่ทำไม่ว่าตรงไหนก็ต้องดูศักยภาพบริษัทที่มี ว่าจะแข่งขันกับคนอื่นได้อย่างไร

“บางคนบอกว่า ไม่เคยมีหน้าที่ระดับประเทศเลย อยู่แต่เอกชน จะเข้าใจไหม ก็ยอมรับ แต่มองจากภาพเอกชนไป เราเคยเป็นกรรมการธนาคาร ที่ดูแลเศรษฐกิจมหภาค และ เป็นกรรมการ บริษัทดูแลการผลิต ลงทุนต่างประเทศ ดังนั้นก็เลยคิดว่าเราน่าจะเอา 2 ส่วนมาผสมกัน ทั้งความสามารถติดต่อต่างประเทศและดูแลแบรนด์ในประเทศ อนาคตก็ต้องไปดูแลอย่างอื่น น่าจะดี เป็นการตัดสินใจข้อแรก”

นางศุภจี กล่าวว่า ข้อ 2.มันสั้น เพราะว่า ทราบอยู่แล้วว่า อายุไม่นาน มีเวลาแค่ 4 เดือนทำหน้าที่ตรงนี้ หยิบจับอะไรที่เป็นสิ่งสำคัญต้องหยิบจับมาทำก่อน ให้เห็นผลโดยเร็ว และมีรากฐานให้คนต่อๆไป จากนั้นจะเลือกตั้ง ก็ดูแลรัฐบาลใหม่ ประมาณ 7-8 เดือน ตัดสินใจง่ายมาก จะได้เข้าวัดเหมือนเดิม

ก่อนทิ้งท้ายว่า หลังจากจบภารกิจไม่นาน จะกลับมาของานใหม่