หน้าแรก การเมือง ส.ว.รอถาม &#8...

ส.ว.รอถาม ‘อนุทิน’ วันแถลงนโยบาย จริงใจแก้รธน.แค่ไหน นรเศรษฐ์เชื่อใน 4 เดือน รธน.ผ่านวาระ 1

15.09.25 | 10:41 น.

ส.ว.เตรียมจี้ถาม ‘อนุทิน’ วันแถลงนโยบาย จริงใจแก้รัฐธรรมนูญแค่ไหน ‘นรเศรษฐ์’ เชื่อภายใน 4 เดือน รธน.ผ่านวาระแรก ยุบสภาต้นปีหน้า ขณะที่ ‘เทวฤทธิ์’ แนะรณรงค์ก่อนทำประชามติ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 กันยายน ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ส.ว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวถึงการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าคิดว่าในไทม์ไลน์ปัจจุบันขณะนี้ทางสภาก็ต้องเดินหน้าแก้ไขมาตรา 256 ซึ่งดูแล้วทางพรรคการเมือง ในช่วงสัปดาห์นี้ถึงสัปดาห์หน้า น่าจะยื่นร่างแก้ไขของแต่ละพรรคเข้ามา จึงคิดว่าน่าจะมีรับหลักการวาระหนึ่ง ก่อนปิดสมัยประชุมสภาและมีการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาในช่วงปิดสมัยประชุม หลังจากเปิดสมัยประชุมหน้าคาดว่าจะมีการพิจารณาวาระ 2-3 และตามไทม์ไลน์น่าจะเสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะพอดีกับพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติที่สามารถใช้ได้ ดังนั้น รัฐบาลน่าจะยุบสภาได้ในช่วงต้นปีหน้า

นายนรเศรษฐ์กล่าวต่อว่า ในส่วนของ กมธ.พัฒนาการเมืองฯได้มีแนวทางในการผลักดันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นฉบับประชาชน โดยมีการศึกษาที่มาของสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และศึกษาคุณสมบัติอำนาจหน้าที่ ซึ่งกรรมาธิการใช้เวลา 6-7 เดือน ก่อนสรุปเป็นเล่มรายงาน แต่ก็มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาว่าประชาชนไม่สามารถเลือก ส.ส.ร.ได้โดยตรง ทาง กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ส.ว.ได้มีการพูดคุยกันถึงประเด็นนี้ และคิดว่าน่าจะมีข้อเสนอ เพราะเราเห็นด้วยที่จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อยู่แล้ว แต่โจทย์ที่เราได้จากศาลรัฐธรรมนูญ เราน่าจะมีโมเดลเกี่ยวกับที่มาของ ส.ส.ร.จากประเด็นของนักวิชาการหลายคนที่เสนอมา เช่น ให้ประชาชนเลือกกลุ่ม ส.ส.ร. ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน เพื่อให้สภาเป็นผู้เลือกกลุ่มคนเหล่านั้นเข้ามาเป็น ส.ส.ร. ทางนี้ก็ยังมีอีกหลายแนวทางในการคัดเลือก ส.ส.ร.ที่มาจากประชาชนได้ โดยจะเป็นการเลือกตั้งทางอ้อม

นายนรเศรษฐ์กล่าวด้วยว่า จุดยืนของ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ เชื่อว่าประชาชนสามารถเลือก ส.ส.ร.โดยตรงได้ เพราะรัฐธรรมนูญและศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่าประชาชนมีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ จึงเชื่อมั่นว่าประชาชนควรจะมีสิทธิเลือก ส.ส.ร.โดยตรง แต่เมื่อความเห็นของศาลมนูญออกมาแบบนี้เราต้องพยายามแก้โจทย์ให้การเดินหน้าร่างเริ่มลงฉบับใหม่เดินต่อไปได้

Advertisement

ด้านนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย ส.ว. ในฐานะ กมธ. กล่าวว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาเป็นเช่นนี้รัฐสภาต้องยืนยันว่าสิ่งนี้ไม่ใช่คำวินิจฉัย แต่เป็นความเห็นเพื่อดักทางไว้ข้างหน้า ดังนั้น รัฐสภามีสิทธิที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แต่การจะร้องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้งหลายคนก็อาจจะบอกว่าไม่อยากไปรบราฆ่าฟันกับศาลรัฐธรรมนูญแล้ว เพราะเสนอไปก็อาจทำให้กระบวนการล่าช้า แต่ตนยังเห็นว่าสมาชิกรัฐสภาก็คงต้องยืนยันในฐานะที่เป็นหนึ่งในเสาหลักของอำนาจอธิปไตย ต้องยืนยันเป็นประภาคารและกำแพงที่จะปกป้องสิทธิของประชาชน โดยไม่ยอมให้ศาลรัฐธรรมนูญลดทอน

นายเทวฤทธิ์ยังกล่าวว่า เห็นว่าระหว่างทางการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ขอฝากไปถึงรัฐบาลไม่ควรปล่อยให้ไปถึงประชามติ แต่ควรมีการรณรงค์ก่อน และให้ข้อมูลกับประชาชนด้วย เพราะประชาชนอาจไม่เข้าใจว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวข้องกับเขาอย่างไร ดังนั้น ก่อนจะถึงกำหนด 4 เดือนตามข้อตกลง รัฐบาลจะต้องเปิดเวทีรณรงค์เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และในวันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา แค่ไหนเราต้องถาม รัฐบาลโดยเฉพาะนายอนุทินว่ามีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญขนาดไหน ถ้าไม่ใช้กลไกของรัฐสภาแล้วประชามติแค่นั้น เพราะหากย้อนกลับไปในปี 2559 ก่อนจะมีการกระทำประชามติ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็มีการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ