หน้าแรก การเมือง อดีตลูกพรรค ย...

อดีตลูกพรรค ยกผลโพลระบุชัด โอกาสปชป.รีโนเวต ฟื้นเรตติ้งฝ่ายอนุรักษ์ฯ ยันภท.ไม่ใช่เนื้อแท้ 

15.09.25 | 22:18 น.

เทพไท อดีตลูกพรรค ยกผลโพลระบุชัด โอกาส ปชป.รีโนเวต ฟื้นเรตติ้งฝ่ายอนุรักษ์ฯ ยัน ภท.ไม่ใช่เนื้อแท้ 

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ถึงการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) คนใหม่ โดยระบุว่า ลุ้น ปชป.กลับมาเป็นหัวแถวอนุรักษนิยม

วันนี้จะขออนุญาตวิเคราะห์ผลการสำรวจของสวนดุสิตโพล ที่ได้สำรวจความนิยมของประชาชนต่อพรรคการเมืองต่างๆ หัวข้อ เรื่องความคาดหวังต่อพรรคการเมืองไทย โดยตั้งคำถามว่า ถ้าสมมุติว่า วันนี้เป็นวันเลือกตั้ง ประชาชนจะเลือกพรรคการเมืองใด ผลปรากฏว่า

1.พรรคประชาชน ได้รับความนิยมสูงสุด 23.94%
2.คือผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจ 21.35%
3.พรรคภูมิใจไทย 14.20%
4.พรรคเพื่อไทย 11.61%
5.พรรคพลังประชารัฐ 10.39%

ส่วนพรรคการเมืองอื่นๆ ก็มีเลือกกันประปรายประมาณ 3% กว่าๆ (เช่น พรรครวมไทยสร้างชาติ 3.25%, พรรคประชาธิปัตย์ 3.17%, พรรคไทยสร้างไทย 1.79%, พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1.79%, พรรคไทยก้าวหน้า 1.70% ฯลฯ) รวมกัน 18.51%

Advertisement

จะเห็นได้ว่า คะแนนนิยมของพรรคประชาชน เป็นอันดับ 1 ก็จริง แต่ยังไม่สูงมากเพียงพอที่จะแลนด์สไลด์ได้ ส่วนกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองใด ยังมีสูงถึง 21.35% นั่นแสดงให้เห็นว่า คนกลุ่มนี้ยังสับสน ไม่มีพรรคการเมืองที่เป็นตัวเลือก ซึ่งสามารถประเมินได้ว่า น่าจะเป็นกลุ่มฝ่ายอนุรักษนิยมที่ยังลังเล เพราะ พรรคการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยมยังไม่มีพรรคการเมืองใดโดดเด่น แม้ว่า พรรคภูมิใจไทย จะมีคะแนนนิยมขยับขึ้นมานำพรรคเพื่อไทยก็ตาม แต่พรรคภูมิใจไทยไม่ใช่เนื้อแท้ของกลุ่มอนุรักษนิยม

เมื่อเป็นเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่า ฝ่ายกลุ่มอนุรักษนิยม ต้องการที่จะหาพรรคการเมืองที่ฝ่ายตัวเองสนับสนุน ซึ่งจากเดิมหัวขบวน คือพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีคะแนนเสียง จากฝ่ายอนุรักษนิยมสนับสนุนสูงถึง 12 ล้านเสียง แต่ปัจจุบันหรือการเลือกตั้งเมื่อ ปี 2566 ลดเหลือไม่ถึง 1 ล้านเสียง

วันนี้เมื่อหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ลาออก และกำลังที่จะเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ ถ้าหัวหน้าพรรคคนใหม่สามารถครองใจหรือเป็นความหวังของฝ่ายอนุรักษนิยมได้ คะแนนฝ่ายอนุรักษนิยมก็จะเทกลับมายังพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งความนิยมในขณะนี้อยู่ที่ 3.17% เมื่อรวมกับกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจซึ่งประเมินว่าเป็นฝ่ายกลุ่มอนุรักษนิยม ความนิยมจะอยู่ที่ 24.52% ถือว่า มีคะแนนสูสีกับความนิยมของพรรคประชาชน

เมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้าหากพรรคประชาธิปัตย์รีแบรนด์ รีเซ็ต หรือรีโนเวตใหม่ ทำให้ฝ่ายอนุรักษนิยมคาดหวังได้ ก็มีโอกาสสูงที่ พรรคประชาธิปัตย์จะได้คะแนนนิยมเพิ่มขึ้นมาเป็นพรรคหลักในฝ่ายอนุรักษนิยมได้

ส่วนพรรคภูมิใจไทยที่มีคะแนนนิยม (Popular Vote) ค่อนข้างต่ำมาโดยตลอด ตอนนี้เมื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทำให้คะแนนขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 2 รองจากพรรคประชาชน และแซงพรรคเพื่อไทยไป

สรุปได้ว่า ถ้ามีการเลือกตั้งในวันนี้ หรืออีก 4 เดือนข้างหน้า ซึ่งระยะเวลาไม่ห่างกันมาก 1.พรรคประชาชน ยังได้เปรียบอยู่ 2.พรรคประชาธิปัตย์ ถ้าหากปรับปรุงโครงสร้างพรรคใหม่ เปลี่ยนผู้นำใหม่ จนเป็นที่พอใจของฝ่ายอนุรักษนิยม คะแนนก็จะตีตื้นขึ้นมาได้ 3.พรรคเพื่อไทย ยังอยู่ในอาการที่น่าเป็นห่วง เพราะคะแนนยังตกต่ำมาก 4.พรรคภูมิใจไทย ขึ้นอยู่กับผลงานในช่วง 4 เดือนนี้ว่า จะสร้างคะแนนนิยมได้มากน้อยเพียงใด

ผลการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ถ้าสถานการณ์การเมืองเป็นเช่นนี้ พรรคการเมืองก็ยังขับเคี่ยวกันสู้กัน เพราะคะแนนยังไม่ทิ้งห่างกันมากนัก เป็นโอกาสของพรรคการเมืองทุกพรรค ที่จะพัฒนาหรือสร้างคะแนนนิยมให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้