หน้าแรก การเมือง ชูวิทย์ เล่าเ...

ชูวิทย์ เล่าเรื่อง ‘คุกพลาซ่า’ ชีวิตขาดอิสรภาพ ขออย่าเหยียดหยามนักโทษ มองปวศ. ‘ทักษิณ’ ยังไม่จบ

16.09.25 | 08:05 น.

ชูวิทย์ เล่าเรื่อง ‘คุกพลาซ่า’ ชีวิตที่ขาดอิสรภาพ ขอคนนอกกำแพงอย่าเหยียดหยาม-สมน้ำหน้า นักโทษทุกคนมีหัวใจ มีเหตุต้องมาติดคุก มองอดีตนายกฯเคยอยู่จุดสูงสุด สู่ตกต่ำ ติดคุกติดตะราง ประวัติศาสตร์ ‘ทักษิณ’ ยังไม่จบ

เมื่อวันที่ 16 กันยายน นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย อดีตนักธุรกิจกลางคืนชื่อดัง ระบุทางเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงการรับโทษจำคุก 1 ปี ของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีรักษาตัวชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมเล่าถึง “คุกพลาซ่า” ความว่า

คุกพลาซ่า ดูข่าวอุ๊งอิ๊งไปเยี่ยมทักษิณที่คุกคลองเปรม ในฐานะศิษย์เก่าอยากแชร์ความรู้ให้เข้าใจ แม้ว่าจะไม่มีใครต้องการไปเฉียดสถานที่นี้ แต่เมื่อแม้แต่คนระดับ “นายกฯ“ ยังต้องมาติดคุก ใครจึงอย่าไปคิดว่าชาตินี้ไม่มีวันติดคุก จึงขอเป็นตัวแทนกรมราชทัณฑ์ชี้แจงในฐานะนักโทษเก่า ดังนี้

พื้นที่นี้เรียกว่า “ลาดยาว” อยู่รวมกันหมด ทั้งเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ, เรือนจำกลางคลองเปรม, ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง, ทัณฑสถานหญิงกลาง และโรงพยาบาลราชทัณฑ์ มีพื้นที่เป็นพันไร่ ตั้งอยู่ที่ถนนงามวงศ์วาน เขตจตุจักร ทั้งหมดตั้งอยู่ในสถานที่รวมศูนย์ เสมือน “ศูนย์กลางคุก” ยกเว้น “บางขวาง” ที่แยกไปอยู่ที่ จ.นนทบุรี ผมจึงตั้งฉายาที่นี่ไว้ว่า “คุกพลาซ่า”

ทักษิณอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม แม้ว่าผมจะไม่เคยอยู่ แต่มีโอกาสได้เข้าไปหลายครั้งตอนทำรายการทีวี เรือนจำกลางคลองเปรมมีพื้นที่กว้างขวางกว่าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯมากหลายเท่า

Advertisement

เรือนจำพิเศษกรุงเทพมี 8 แดน แต่ละแดนพื้นที่แค่ 4 ไร่ แต่มีคนอยู่แดนละ 500-700 คน เป็นอย่างต่ำ แต่เรือนจำกลางคลองเปรมกว้างขวางกว่ามาก มีพื้นที่ 400 กว่าไร่ ในขณะที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯมีพื้นที่เพียง 20 กว่าไร่ เห็นขนาดก็ทราบว่าต่างกันมาก

เรือนจำกลางคลองเปรมยังมีพื้นที่ติดกับโรงพยาบาลราชทัณฑ์ สามารถเดินทะลุถึงกันได้
ต่างกับเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯที่ต้องนั่งรถมาโรงพยาบาล เพราะอยู่ห่างกัน 200 เมตร

ตอนผมเป็น “นักโทษเด็ดขาด” ได้มีโอกาสมาเป็น “ผู้ช่วย” ทำงานที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ เพื่อช่วยเหลืองานตามที่ได้รับมอบหมาย โรงพยาบาลราชทัณฑ์เป็นศูนย์รวมของนักโทษที่เจ็บป่วย เพราะภายในเรือนจำแต่ละแห่งมีแค่เรือนพยาบาลที่แน่นทุกวัน และแออัดเกินกำลัง

เมื่ออาการหนักก็ถูกส่งมาโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ที่มีพร้อมทั้งห้องฟอกไต หมอฟัน รักษาสารพันโรค ไม่ว่าวัณโรค เอดส์ ไปถึงจิตเวช พื้นที่ของโรงพยาบาลราชทัณฑ์เดิมเป็นพื้นที่ของเรือนจำกลางคลองเปรมมาก่อน ต่อมาแยกออกมาเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ในภายหลัง

มีหลายท่านที่ผมได้พบเห็น ไม่ว่าตำรวจใหญ่อย่าง พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ หรือชลอ เกิดเทศ อดีต กกต. ท่านวาสนา ท่านปริญญา หรือพี่สนธิ ไปจนถึงนักการเมืองหลายท่าน เช่น คุณบุญทรง คุณภูมิ หรือระดับ ผอ.ต่างๆ ไปจนถึงหม่อมราชวงศ์

ในจำนวนนักโทษระดับผู้ใหญ่ ที่ผมสงสารที่สุดคือ ท่านวาสนา เพิ่มลาภ เพราะความที่ท่านเคยเป็น ประธาน กกต. แต่ต้องมาใส่โซ่ตรวนติดคุกไร้อิสรภาพ เดินทางจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ นั่งรถเรือนจำมาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ในสภาพเช่นนี้

ท่านร้องไห้น้ำตาซึมกับผม แต่อดทนอยู่จนวันที่ได้กลับออกไปสู่อิสรภาพ ท่านบอกผมว่า เมื่อได้ออก จะไปอยู่ไร่ที่เมืองจันทบุรี ทุกคนย่อมรอวันครบกำหนด ที่ได้มีโอกาสออกไปใช้ชีวิต มีเสรีภาพอันหอมหวน

ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ มีคนมัวแต่จ้องว่าทักษิณตัดผมไหม ใส่เสื้ออย่างไร อยู่อย่างไร?

ขอเรียนในฐานะนักโทษเก่า คุกคือคุก ที่จำกัดอิสรภาพ อย่าได้เหยียดหยาม อย่าได้สมน้ำหน้า คนล้มย่อมต้องลุกขึ้นต่อไป คนที่ติดคุกยังมีวันได้ออก ส่วนลูกเมียก็ต้องไปเยี่ยมตลอด เสมือนติดคุกไปด้วย

เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาจำคุกที่ศาลตัดสินแล้ว จะได้ “ใบบริสุทธิ์” อันมีความหมายว่าได้รับโทษครบจบสิ้นแล้ว เรื่องคดีนั้นผมไม่เกี่ยว แต่ขอชี้แจงว่าการติดคุกย่อมต้องขาดสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตมนุษย์ทุกคนคืออิสรภาพ ดังนั้น ไม่ว่าอยู่ยังไง กินอะไร มันไม่สำคัญเท่ากับเสรีภาพที่จะไปไหนได้ นักโทษทุกคนมีหัวใจ และมีเหตุที่ต้องมาติดคุก ไม่ว่าด้วยกิเลสตัณหา เจตนา พลาดพลั้งไป หรือเป็นนักโทษโดยกมลสันดาน

ท้ายสุดเมื่อมาถูกจองจำ ย่อมมีสถานะเท่าเทียมกัน เพราะที่นี่คือคุก สถานที่สุดท้ายที่ไม่มีใครอยากไปก่อนตาย จริงอยู่ มีคนสมควรติดคุก เพราะเป็นฆาตกร ค้ายาเสพติด ข่มขืน สารพันข้อหาแน่นคุก แต่มีคนสมควรอยู่ ก็มีคนสมควรแยกประเภท พฤตินิสัย ไม่ใช่เอาไปขังรวมกันหมด เพราะการติดคุกย่อมทรมานจิตใจ ไม่ว่าจะอยู่สบายแค่ไหน ให้กินน้อยหน่อย รวยน้อยหน่อย แต่อยู่นอกคุก ดีกว่ามีเงินมหาศาลแต่ต้องอยู่ในคุก

สุภาษิตคุกคือ “อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้” และ 3 สิ่งสำคัญคือ “ช้อน ชั้น ชีวิต” อันมีความหมายถึง

ช้อน ที่ต้องใช้ไม่ปะปนกับใคร เพราะโรคภายในมันมาก แม้แต่วัณโรคที่นอกคุกไม่พบ แต่ในคุกเป็นกันเยอะ เพราะสถานที่แออัดยัดเยียด

ชั้น หมายถึง ชั้นของนักโทษ ที่มีผลต่อการพักโทษ หรืออภัยโทษ จะได้ตามสัดส่วนของชั้น ตั้งแต่ ชั้นดี ชั้นดีมาก และชั้นเยี่ยม แต่ละคนต้องใช้เวลาตามที่กรมราชทัณฑ์กำหนดไว้ในการไต่ชั้น

ส่วน ชีวิต ก็ต้องรักษา ไม่มีใครอยากตายในคุก

ผมเก็บศพในคุกขณะเป็นผู้ช่วยที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ถึง 80 ศพ มีทั้งชายและหญิง ล้วนแล้วแต่น่าเวทนาที่ตายไปพร้อมกับความไร้ซึ่งอิสรภาพ ทุกคนที่อยู่ล้วนต้องพยายามทำให้จิตไม่ตก หาอะไรทำให้หมดเวลาไปวันๆ เพราะเวลาที่ไร้อิสรภาพมันยาวนานมาก

ทักษิณอาจได้เขียนหนังสือสักเล่ม ขณะใช้ชีวิตในคุก เช่น “การต่อสู้ของผม” หรือ “ชีวิตที่ไร้อิสรภาพ” เพื่อบันทึกเรื่องราวความคิดในขณะที่อยู่คนเดียว มันเป็นรสชาติของชีวิต ที่ไม่มีใครจะรู้สึกได้ดีเท่ากับคนที่ติดคุกเอง

คนมองในแง่ของคดีที่อาจเพิ่มขึ้น แต่ผมกลับมองถึงมุมมองทางประวัติศาสตร์ของคนคนหนึ่ง ที่เคยอยู่จุดสูงสุดของการเมือง เป็นนายกรัฐมนตรี มีคนโหวตให้มากกว่า 10 ล้านเสียง แต่ท้ายสุดตกต่ำจนติดคุกติดตะราง

ใดๆ ในโลกล้วนอนิจจัง แต่สิ่งที่ผมเชื่ออย่างหนึ่งคือประวัติศาสตร์ของทักษิณยังไม่จบ และการต่อสู้ของทักษิณยังไม่ถึงบทสุดท้าย