นายกสมาคมทนายฯ ชง ส.ว.เสนอญัตติถามวุฒิฯ พร้อมเท 67 เสียง หนุนแก้ รธน. ม.256 หรือไม่
เมื่อวันที่ 16 กันยายน นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย มีบันทึกจากนายกสมาคมทนายความฯ กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ต้องใช้เสียงจาก ส.ว. รวมถึงการทำประชามติ ความดังนี้
บันทึกจากนายกสมาคมทนายความฯ
การตอบคำถามที่ไม่มีใครถามของศาล เกี่ยวกับประเด็นการจัดทำประชามติเพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญแถมคำตอบมาให้ว่า รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรงนั้น สร้างความรู้สึกถึงขนาดที่เรียกว่า “ช็อก” กับประชาชนที่รักประชาธิปไตยโดยทั่วถ้วนหน้า และเป็นการยืนยันคำกล่าวที่ว่า “ชนชั้นใดออกกฎหมายก็เป็นไปเพื่อประโยชน์ของชนชั้นนั้น”
รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันถูกร่างขึ้นโดยกลุ่มคนที่เผด็จการ คสช.แต่งตั้งขึ้น วัตถุประสงค์ของรัฐธรรมนูญเพื่อใช้เป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจเผด็จการของฝ่ายอนุรักษนิยม คนไทยจึงได้เห็นกลุ่มคนเหล่านี้ ซึ่งรวมถึงนักการเมืองทั้งที่มาจากการเลือกตั้งและฮั้วการแต่งตั้ง ที่พยายามทุกวิถีทางที่จะปกป้องรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ให้แก้ไขหรือร่างขึ้นใหม่โดยประชาชน เพราะจะทำให้ฝ่ายอนุรักษนิยมซึ่งนิยมเผด็จการไม่มีที่ยืนในสังคมประชาธิปไตย
ความจริงที่ทั้งโลกยอมรับ ซึ่งแม้แต่เผด็จการก็ยังเอาข้อความนี้มาเขียนหลอกคนไทยไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 ความว่า “อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย” แต่ปวงชนชาวไทยที่เป็นเจ้าของอำนาจกลับไม่มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ เพื่อกำหนดกติกาทางการเมืองของประเทศนี้ ความเห็นของศาลรัฐธรรมนูญจึงเป็นตลกร้ายทางการเมืองที่เผด็จการทิ้งไว้ให้ที่แทบจะไม่มีโอกาสแก้ไข เพราะแม้จะมีการทำประชามติและประชาชนเห็นด้วยที่จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็ไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องได้เสียง ส.ว.ลงมติเห็นชอบไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม (67 คน) ของ ส.ว.ทั้งหมด ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256 (3) และ (6)
เพื่อเป็นทางออกให้กับประเทศและไม่ทำให้เงินงบประมาณที่จะใช้ทำประชามติสูญเปล่า ผมจึงเสนอให้ ส.ว.ที่เป็นกลางเสนอญัตติต่อประธาน ส.ว. เพื่อสอบถาม ส.ว.ที่อยู่ในตำแหน่งขณะนี้ว่า หากประชาชนลงมติผ่านกระบวนการประชามติ ต้องการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยตัวแทนของประชาชน ส.ว.ที่อยู่ในตำแหน่งจะลงมติให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 (3) และ (6) หรือไม่
ซึ่งหากการลงมติดังกล่าวผลปรากฏออกมาว่า ได้เสียง ส.ว.จำนวนไม่ถึงหนึ่งในสามหรือ 67 คน ยังไงก็ไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้อย่างแน่นอน เพราะแม้ว่าหากประชาชนจะลงมติเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่ถ้าหาก ส.ว.ไม่เอาด้วย การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ทำไม่ได้อยู่ดี จะได้ไม่ต้องเสียเวลาจัดทำประชาชามติ และเสียงบประมาณแผ่นดินอย่างมหาศาลโดยเปล่าประโยชน์
นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์
นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย
16 กันยายน 2568

