ไม่รู้จะมาไหม? ร่อนหมายเชิญ ‘นายกฯใหม่’ ร่วมงานรำลึก 6 ตุลาฯ – ผู้จัดฯ พ้อ เมืองไทยหลงทิศ สังคมแห่งการสู้คดี?
เมื่อวันที่ 16 กันยายน เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมจารุพงษ์ ทองสินธุ์ ตึกกิจกรรมนักศึกษา ชั้น 3 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เครือข่ายจัดงานรำลึก 6 ตุลาฯ 2519 ร่วมกับ ชมรมโดมรวมใจ แถลงข่าวงาน 49 ปี 6 ตุลาฯ ‘ขุนเขาไม่อาจขวาง สายทางเที่ยงธรรมได้’
นำโดย นายสุเทพ สุริยะมงคล อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ ปี 2517 และประธานชมรมโดมรวมใจ, น.ส.ฉันทพิชญา เหมนิธิ ประธานเครือข่ายนักศึกษาจัดงานรำลึกฯ ร่วมด้วย น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือ ใบปอ นักเคลื่อน ไหวทางการเมือง, น.ส.อพิชญา วิทยากุล, นายธีรภัทร ศุภพิทักษ์ไพบูรล์, นายณัฏฐกิตติ์ พงศ์ปรีดา เป็นต้น
ในช่วงต้น นายสุเทพ กล่าวว่า เรามาจัดงานวันนี้ เพื่อระลึกถึงคนที่เสียชีวิตไปในเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ ระลึกถึงความรุนแรงที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น ซึ่งคนรุ่นหลังแทบไม่เชื่อว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นในสังคมไทย ซึ่งความรุนแรงยังคงมีอยู่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
“ผมได้ข่าวเรื่องเศร้าๆ แค่เขาคิดไม่เหมือนกับชนชั้นนำ ทั้งชีวิตของเขาผูกติดกับ ‘เงินเกษียณอายุ’ หลังออกจากห้องขัง เขาหมดเนื้อหมดตัว บางคนถึงขั้นไม่มีค่าเดินทางเพื่อไปสู้คดี’ เราจะอยู่กันอย่างนี้หรือ” นายสุเทพกล่าว และว่าต้องหาทางที่จะทำให้สังคมไทย เดินไปในแนวทางที่ควรจะเป็น

โดยหลังแถลงเสร็จ หนึ่งในผู้ร่วมจัดงานเผยถึง การจัดแสดงดนตรีในงานรำลึก ช่วง 2-3 ปีให้หลังนั้น เพื่อแสดงตัวตนว่า ‘คน 6 ตุลาฯ เรายังอยู่’ และเป็นการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างคนรุ่นใหม่ อย่าง ‘วงริมทาง’ ที่ยังคงใช้เสียงเพลงต่อสู้อยู่ในปัจจุบัน ได้มาร่วมกันบรรเลง
รวมถึงยังนำวงดนตรีแนวหน้า อันดับหนึ่งของสหาย ที่ยังมีสมาชิกและเครื่องดนตรีครบถ้วนอย่าง ‘วงฟ้าใหม่’ (สหายของวัฒน์ วรรลยางกูร) จาก จ.สุราษฎร์ธานี มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวการต่อสู้ และเป้าหมายสำคัญ คือการที่สนับสนุนประชาชนผู้ไม่สยบยอมเผด็จการ แม้เวลาจะผ่าน 49 ปีมาแล้วก็ตาม
“วงริมทาง จะมากับมิตรสหายของพวกเขา แม้ว่าหลายคนมันจะถูกจับกุมคุมขังในเรือนจำ ไม่ว่าจะเป็น ‘ต๊ะ คทาธร’ แต่คนที่เหลือจะมาร่วมกัน โดยตั้งแต่ 11.00-15.00 น. จะเป็นวงแนวสหาย เราคาดหวังว่าการที่เรายังจัดงานเพลงลักษณะนี้ ก็เพื่อเป็นการส่งกำลังใจให้พวกเขา ที่ยังสู้อยู่ เรามาช่วยกันส่งกำลังใจ ด้วยบทเพลง” ผู้จัดฯ เผย
นายสุเทพ ประธานชมรมโดมรวมใจ กล่าวปิดท้ายว่า ในนามผู้จัดงานต้องขอขอบคุณผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน รวมทั้งหน่วยรักษาความปลอดภัย
“ขอบคุณที่ให้ความสนับสนุน ช่วยเหลือให้คนคิดต่างได้มีที่ยืน ได้แสดงความคิดเห็น ให้สังคมข้างนอกได้รับรู้ ว่าเขาคิดยัง แค่อยากให้เขาได้ฟังเท่านั้นว่าที่เราคิดเห็นต่าง เราไม่ได้เป็นศัตรู” นายสุเทพกล่าว
เมื่อถามว่าได้เชิญรัฐบาลใหม่มาร่วมงานรำลึก 49 ปี 6 ตุลาฯ ด้วยหรือไม่?
น.ส.ฉันทพิชญา ประธานเครือข่ายนักศึกษาจัดงานรำลึกฯ กล่าวว่า เข้าใจว่าในกำหนดการช่วงเช้า ทางเรามีการเชิญนายกรัฐมนตรีมาร่วมด้วย
“แต่ไม่มั่นใจว่าเขาจะตอบรับ เข้าร่วมด้วยหรือไม่” น.ส.ฉันทพิชญากล่าว
สำหรับ กำหนดการจัดงาน ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 6 ตุลาคมนี้ ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยมีรายละเอียดดังนี้

ที่บริเวณสวนประติมากรรมประวัติศาสตร์ธรรมศาสตร์กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
เวลา 06.00 – 07.30 น. เปิดลงทะเบียน
เวลา 07.30 – 08.00 น. พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 19 รูป
เวลา 08.00-09.30 น. วิธีการ และการวางพวงมาลารำลึก
เวลา 09.30-10.00 น. ปาฐกถาพิเศษ รำลึกครบรอบ 49 ปี 6 ตุลาคม 2519
เวลา 10.00 -10.30 น. พิธีมอบรางวัล จารุพงษ์ ทองสินธุ์ เพื่อประชาธิปไตย ประจำปี 2568 โดย สภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เวลา 10.30 -11.00 น. พิธีมอบรางวัลสิทธิมนุษยชนคนธรรมดา โดย มูลนิธิศักยภาพชุมชน
จากนั้น ที่บริเวณหอประชุมศรีบูรพา
เวลา 11.30 -12.30 น. การกล่าวรำลึกเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 และแสดงความอาลัยต่อวีรชน
เวลา 12.40-13.40 น. การแสดงละคร Ultramarine treat โดยลานยิ้มการละคร
เวลา 13.50 – 15.20 เสวนาวิชาการในหัวข้อ “จาก 6 ตุลาฯ ถึงปัจจุบัน รัฐไทยเบียดขับใครให้กลายเป็นอื่นบ้าง”
เวลา 15.30-16.30 น. การแสดงละครเวที 6 ตุลา ราโชมอน โดย Political Theatre
ต่อมา บริเวณสวนประติมากรรมประวัติศาสตร์ธรรมศาสตร์กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
เวลา 16.00 -16.30 น. เปิดลงทะเบียน Walking tour ย้อนวันวานไปเมื่อ 6 ตุลาฯ 2519
เวลา 16.30 – 18.30 น. เริ่มกิจกรรม Walking tour ตะลอนทัวร์ทั่วทั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมการบรรยายโดยผู้ที่ผ่านเหตุการณ์จริง
เวลา 18.40-19.00 น. การแสดงงิ้วล้อการเมือง โดย อุปรากรจีนล้อการเมือง
เวลา 19.00-19.30 น. ปราศรัยประกาศข้อเรียกร้องทางการเมือง
เวลา 19.30 – 20.00 น. จุดเทียนรำลึก และบรรเลงเพลง โดย วงสามัญชน
นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของบูธกิจกรรมจากเครือข่ายต่างๆ บริเวณข้างหอประชุมศรีบูรพา ตั้งแต่ เวลา 11.00 – 18.00 น.

