หน้าแรก การเมือง บัญญัติ ออกตั...

บัญญัติ ออกตัว ไม่ใช่ขาเชียร์ แต่มาร์คได้เปรียบที่สุด ชิงหน.ในสถานการณ์นี้ ปลื้มปชป.คนยังสนใจ 

16.09.25 | 16:02 น.

“บัญญัติ” ชี้ “อภิสิทธิ์” ได้เปรียบชิง “หน.ปชป.” ในสถานการณ์ปัจจุบัน เผย “มาร์ค” คนเดียวเอาไม่อยู่ ต้องมีทีมงานเข้าขา ปลื้มประชาธิปัตย์ ยังอยู่ในความสนใจของประชาชนถูกพูดถึง หลัง “เฉลิมชัย” ลาออก

เมื่อเวลา 14.15 น.วันที่ 16 กันยายน 2568 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ ภายหลัง นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ลาออกจากหัวหน้าพรรค ว่า ขอแสดงความชื่นชม นายเฉลิมชัย เมื่อรู้ว่าสุขภาพไม่ดีท่ามกลางการขับเคี่ยว การต่อสู้ทางการเมือง ก็ได้ตัดสินใจเสียสละลาออกจากหัวหน้าพรรค ส่วนตัวขอเอาใจช่วยให้นายเฉลิมชัยสุขภาพดีขึ้นโดยเร็ววัน เพื่อจะได้กลับมาทำงานช่วยพรรคกันต่อไป

นายบัญญัติกล่าวว่า ผลการลาออกจากหัวหน้าพรรคของนายเฉลิมชัยในครั้งนี้ คนพรรคประชาธิปัตย์ต่างรู้สึกว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังอยู่ในความสนใจของประชาชนเป็นอย่างมาก เพราะนับตั้งแต่หัวหน้าพรรคลาออกจนถึงปัจจุบันนี้มีผู้คนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์เกือบจะทุกวัน และมีการตั้งความหวังไว้มากพอสมควร ดังนั้น เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์น่าจะปรับปรุงพรรคให้ดีขึ้นพอที่จะเป็นความหวังของประชาชนต่อไปได้ ทำให้คนประชาธิปัตย์มีกำลังใจเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และพร้อมจะทำหน้าที่ดูแลพรรคอย่างเข้มแข็ง

“สังคมดูต่างจะมีความรู้สึก มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม ไม่เหมาะสมต่างๆ ในพรรคหลายต่อหลายคน ซึ่งจะเป็นจุดดี อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้พรรค หรือคนของพรรคได้ตระหนักรู้ว่าสังคมไทยภายนอกมองพรรคของเราเป็นอย่างไร ผมเคยพูดกับผู้คนในพรรคอยู่เสมอ คนเป็นนักการเมืองความคิดความเห็นของตัวเองย่อมจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือความคิดความเห็นของประชาชนโดยทั่วไป มีความศรัทธาเชื่อมั่นและสนับสนุนพวกเราอยู่ ความคิดความเห็นเหล่านั้นต้องถือเป็นความคิดที่มีความสำคัญสุดๆ ซึ่งเข้าใจว่าคราวนี้ก็จะเป็นอีกจังหวะหนึ่งที่ทำให้คนของพรรคเราได้รับรู้รับทราบความคิดความเห็นของผู้คนข้างนอกอย่างที่ว่าเป็นอันมาก และจะได้นำมาประกอบการตัดสินใจว่าจะสนับสนุนใคร ผู้ใด ให้ขึ้นมาทำหน้าที่เป็นหัวหน้าพรรค หรือกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ในยุคที่มากด้วยการแข่งขัน มากด้วยการขับเคี่ยวต่อสู้ ท่ามกลางที่ประเทศมีปัญหามากมาย เพื่อที่จะทำหน้าที่เป็นนักการเมือง เป็นที่พึ่งที่หวังให้กับประชาชน ถือเป็นประสบการณ์ที่พรรคได้รับในช่วงที่ผ่านมา” นายบัญญัติกล่าว

เมื่อถามว่า ประชาชนคาดหวังให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องเปลี่ยนโฉมตัวเอง นายบัญญัติกล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา ความจริงตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่วิพากษ์วิจารณ์ตัวเองเสมอ และปรับปรุงอยู่เรื่อย แน่นอนว่าท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของประเทศอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางปัญหาที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่รู้จบรู้สิ้น ก็ยอมรับความจริงเหมือนกันว่าบางครั้งการเปลี่ยนแปลงของพรรคดูจะยังไม่ค่อยทันอกทันใจผู้คน ดังนั้นเป็นหน้าที่ที่ทุกคนต้องตระหนัก และเป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยเฉพาะหัวหน้าพรรคคนใหม่ที่เข้ามาทำหน้าที่ในส่วนนี้เพื่อให้ทันอกทันใจผู้คน

Advertisement

ส่วนกรณี นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแสดงความคิดเห็นให้มีการเปลี่ยนขั้วอำนาจ และนำคนนอกขั้วอำนาจเดิมมาบริหารพรรคใหม่ นายบัญญัติกล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา เพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองที่มีความเป็นประชาธิปไตยในพรรคสูง ความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ความคิดความเห็นที่หลากหลายเหล่านี้ควรเป็นความคิดเห็นที่สมาชิกพรรคทั้งหลายมีบทบาทสำคัญในการลงคะแนนเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ก็ต้องเก็บเอามาคิดมานั่งวิพากษ์วิจารณ์

เมื่อถามว่าจะโน้มน้าวให้ ส.ส.พรรคกลับมาสนับสนุน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กลับมารับตำแหน่งนี้หรือไม่ นายบัญญัติออกตัวว่า ตนไม่ใช่ขาเชียร์นายอภิสิทธิ์ แต่ต้องยอมรับความจริงว่า ท่ามกลางปัญหาของประเทศที่หนักหน่วงอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ และท่ามกลางการแข่งขันอย่างจริงจัง และเข้มข้นของแต่ละพรรคการเมือง คิดว่าหัวหน้าพรรค หรือกรรมการบริหารพรรคที่จะเข้ามาทำหน้าที่ดูแลพรรคท่ามกลางภาวะเช่นนี้ ก็ควรจะเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ทันต่อการเปลี่ยนแปลง มากด้วยประสบการณ์ ซึ่งต้องยอมรับความจริงเหมือนกันว่า นายอภิสิทธิ์อยู่ในฐานะค่อนข้างที่จะได้เปรียบ

ต่อข้อถามว่า แบรนด์นายอภิสิทธิ์จะสามารถกู้วิกฤตให้กับพรรคได้ใช่หรือไม่ นายบัญญัติกล่าวว่า ตนคิดว่านายอภิสิทธิ์อยู่ในเกณฑ์ที่น่าได้เปรียบ ถือว่ามีความเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในวันนี้พอสมควร แต่ลำพังตัวนายอภิสิทธิ์คนเดียวก็คงจะยังไม่พอ ทีมงานกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ควรจะมีลักษณะคล้ายคลึงกัน วิสัยทัศน์ทางการเมืองใช้ได้ เท่าทันการเปลี่ยนแปลง และมีประสบการณ์มากพอสมควร จึงน่าจะเป็นความเหมาะสม