หน้าแรก การเมือง “สุเทพ” ชงเพิ...

“สุเทพ” ชงเพิ่ม กม.พรรคการเมือง ชี้ ต้องมีสมาชิก 1 แสน ครบ 4 ปี ต้องมี 4 แสน ถ้าทำไม่ได้หมดสภาพ

22.04.17 | 19:39 น.

“สุเทพ” ชงเพิ่ม กม.พรรคการเมือง ชี้ ต้องมีสมาชิก 1 แสนถึงจะส่งคนลงลต.ได้ เมื่อครบ 4 ปี ต้องมี 4 แสน ถ้าทำไม่ได้ต้องหมดสภาพ

เมื่อวันที่ 22 เมษายน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย(มปท.) ไลฟ์สดเฟสผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว ถึงจำนวนสมาชิกพรรคการเมือง ในร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ว่า กรธ.รอบคอบดีมาก เพราะการที่กฏหมายกำหนดว่า จะต้องมีประชาชนจำนวนเท่านั้นเท่านี้มาเป็นสมาชิกพรรค เป็นเรื่องที่น่ากลัวว่าจะมีการจ้างหรือจ่ายเงินให้คนมาเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ซึ่งการมีมาตรา 30 ห้ามจ้างคนมาเป็นสมาชิก และในมาตรา 31 ห้ามรับจ้างไปเป็นสมาชิกพรรคการเมือง และหากใครฝ่าฝืนมีโทษจำคุกถึง 5 ปี ถอนสิทธิเลือกตั้งอีก 5 ปี ตรงนี้ตนชอบใจมากและถูกใจมวลมหาประชาชน แต่ยังติดใจ ไม่เห็นด้วยกับมาตรา 33 ที่ระบุว่า ภายใน 1 ปีพรรคการเมืองต้องจัดให้มีสมาชิกไม่น้อยกว่า 5,000 คน และภายใน 4 ปีต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 10,000 คน เพราะมองว่า จำนวน 5,000 คนนั้น เป็นจำนวนที่พรรคการเมืองต้องมีตั้งแต่ไปขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคแล้ว ดังนั้น ตามมาตรา 9 ควรเพิ่มจาก 500 คน เป็น 5,000 คน และให้พรรคการเมืองจะต้องมีสมาชิก 100,000 คน หมายความว่าก่อนที่จะส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส. พรรคการเมืองจะต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 100,000 คนถึงจะมีสิทธิส่งคนลงสมัคร

“จำนวนดังกล่าวไม่ได้เป็นจำนวนที่ไม่ได้มาก หากเทียบกับจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีประมาณ 40 ล้านคน อีกทั้งควรกำหนดด้วยว่า ภายใน 4 ปีจะต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 400,000 คนถึงจะดำรงความเป็นพรรคการเมืองไว้ได้ เพราะต้องบังคับให้พรรคทำประโยชน์ให้ประชาชน ถ้าทำไม่ดีมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ไม่สมศักดิ์ศรีในฐานะตัวแทนของประชาชน ประชาชนก็ไม่เป็นสมาชิก หรือไม่ชำระค่าบำรุง และทำให้พรรคนั้นมีสมาชิกต่ำกว่า 400,000 คน ก็ต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่ จึงอยากให้ สนช.ได้พิจารณา แก้ไขให้มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง” นายสุเทพ กล่าว

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ส่วนในร่างพ.ร.บ.พรรคการเมือง ยังมีบทบัญญัติเกี่ยวกับความรับผิดชอบ และหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรค โดยในมาตรา 21 กำหนดว่า กรรมการบริหารจะต้องร่วมกันรับผิดชอบในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรค ให้เป็นไปตามบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญ ขณะที่ในมาตรา 22 บังคับให้ กรรมการบริหารพรรค มีหน้าที่ต้องควบคุมดูแล ไม่ให้สมาชิกฝ่าฝืนกฎหมาย หากหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรครู้ว่าสมาชิกทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตโกงเลือกตั้ง แต่ไม่ยับยั้ง กกต.สามารถดำเนินการ ถอดถอน กรรมการบริหารพรรคได้ทั้งคณะ แล้วตัดสิทธิ ไม่ให้ดำรงตำแหน่งในกรรมการบริหารพรรคใดๆอีกเป็นเวลา 20ปี มีโทษจำคุก 10-15 ปี ตนต้องขอบคุณกรธ.ที่มีบทบัญญัติไว้แข็งแรง เพราะสังเกตดูว่า การทุจริตการเลือกตั้ง กรรมการบริหารพรรค มักจะรู้เห็นแต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ การเลือกตั้งจึงไม่สุจริต เมื่อไม่สุจริตเราก็ไม่มีผู้แทนที่แท้จริง ได้คนเลวๆเหมือนเดิมๆเข้าไปทำหน้าที่ในสภา