อนุทิน โต้ข่าวโผครม.สะดุด ฟุ้งพร้อมแถลงนโยบาย พร้อมใช้ไอเดียคนอื่นสร้างผลงาน
เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 18 ก.ย. ที่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องปรับเปลี่ยน เพราะรัฐมนตรีบางคนมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ โดยระบุเพียงว่า วันนี้มาพูดคุยเรื่องการค้า เรื่องผู้ประกอบการ
เมื่อถามย้ำว่า จะปฏิเสธกระแสข่าวลือเมื่อคืน 17 ก.ย. ที่ออกมาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ก็ไม่มีอะไรนี่”
นายอนุทิน ยังแถลงภายหลังหารือกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เรารับฟังปัญหาต่างๆ เพื่อหามาตรการสร้างความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ หาทางแก้ปัญหาให้กับผู้ประกอบการ แรงงาน ตัวสินค้า ภาษี และโลจิสติกส์ต่างๆ เราพยายามทำลายข้อจำกัดที่มีอยู่เพื่อไม่ปิดกั้นโอกาส ซึ่งในรายละเอียดว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะนำสิ่งเหล่านี้ไปหาทางทำให้คล่องตัวขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาที่ค้างคาอยู่ และหลังจากนี้ตนจะเดินสายพูดคุยกับภาคเศรษฐกิจต่อไป อาทิ สมาคมธนาคารไทย ซึ่งได้แจ้งกับ นายผยง ศรีวณิช ประธารสมาคมธนาคารไทย ไปแล้ว โดยจะพูดคุยถึง สภาพคล่องทางการเงินค่าเงินบาทและดอกเบี้ย
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า 4 เดือนหลังการแถลงนโยบายยุบสภา การแถลงนโยบายจะเกิดขึ้นหลังจากคณะรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว ซึ่งตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันเราเตรียมตัวร่างนโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภาไว้แล้วเกือบเสร็จแล้วมีปรับแก้นิดหน่อย อย่างวันนี้มาพบสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มีบางจุดที่เราคิดว่าอาจจะไปปรับแก้ให้สอดคล้องกับสิ่งที่ได้หารือกัน ขณะนี้เหลือเพียงกระบวนการตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ รอให้ทุกอย่างเป็นไปตามนั้นแล้วดำเนินการเข้าราชการแผ่นดินอย่างเต็มตัว
เมื่อถามว่า ในร่างนโยบายมีประเด็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจกี่เปอร์เซ็นต์ นายอนุทิน กล่าวว่า ร่างนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภามีทุกมิติ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเราต้องพยายามอย่างเต็มที่ ทุกท่านคงเห็นว่าตนใจกว้าง ไม่คิดว่าหากผลักดันนโยบายที่ไม่ได้คิดเองออกไปอาจจะเป็นนโยบายของพรรคการเมืองอื่น แต่สำหรับตนคิดอย่างเดียวว่าถ้าเกิดประโยชน์กับประเทศประชาชนทำหมด เพราะเวลามีอยู่เท่านี้ มัวแต่ไปคิดว่าถ้ากลัวใครดีเด่นไม่ได้ แต่ถือว่าวินๆทั้งคู่ ไม่ใช่คนหนึ่งชนะคนหนึ่งแพ้ ถ้าเป็นแบบนั้นก็นำสู่ความขัดแย้ง ถ้าเราคิดว่าทุกอย่างประชาชนได้ประโยชน์ ตนบอกได้อย่างเดียวว่าตนเอาหมด “มีรูมีหนู”

