ปชน.ขอส.ว.ร่วมแก้รธน. เปิดประตู รับฟังเสียงประชามติ ชี้ถ้าไม่ได้ ก็ไปรณรงค์ตอนเลือกตั้ง
เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 18 กันยายน ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีข้อกังวลว่าเสียง ส.ว.จะไม่พอ ว่า ตนคงไปตอบแทน ส.ว.ไม่ได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหากเป็นกฎหมายที่ประชาชนได้ประโยชน์ ภายใต้กรอบระยะเวลาที่เหลืออยู่ ส.ส.ทุกคนก็น่าที่จะพร้อมผ่านกฎหมายที่เป็นประโยชน์ให้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าทุกพรรคมองเห็นแล้วว่า ต้องมีการเลือกตั้งเร็วๆ นี้ ไม่ช้าก็เร็ว ภายใต้กรอบระยะเวลา 4 เดือน ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ทุกพรรคพยายามผลักดันให้ตัวเองไม่เสียคะแนน
เมื่อถามว่า พรรคประชาชนจะมีการไปพูดคุยกับ ส.ว.หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรามีการทํางานร่วมกับทุกฝ่ายอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติที่ต้องมีการประสานงานกันในสภา
เมื่อถามว่า หาก ส.ว.ไม่เห็นตรงกับ ส.ส. จะมีปัญหาหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า วิญญูชนและสาธารณชน พอจะรับรู้รับทราบได้อยู่ว่า มีกระบวนการในการขัดขวาง อาจไม่ได้ออกมาพูดตรงๆ แต่เป็นกระบวนการขัดขวางรัฐสภา เพื่อทําให้การเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่เป็นไปตาม MOA หรือไม่ ถ้ามีจริงๆ เราก็จะใช้กลไกในสภาตรวจสอบรัฐบาล และล้มรัฐบาลได้ เพราะเป็นสิ่งที่เดียวที่เรามีอํานาจอยู่ในสภาตอนนี้
ก่อนหน้านี้ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองหากรัฐบาลอยู่ไม่ครบ 4 เดือน ตาม MOA ซึ่งจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สำเร็จ ว่า ตนมองว่ามีโอกาสเป็นไปได้ ถ้ายุบสภาฯ ก่อนก็การคืนอำนาจให้ประชาชนเร็ว หากมีอุบัติเหตุใดเกิดขึ้นจริง พรรคการเมืองแต่ละพรรคก็สามารถไปรณรงค์หาเสียงได้ หากมีความประสงค์จะแก้รัฐธรรมนูญ
ซึ่งตนมองว่าเป็นการมองย้อนกลับไป ในการเลือกตั้งปี 2566 สถานการณ์คล้ายกับตอนนี้ ซึ่งหากสามารถทำประชามติพร้อมการเลือกตั้งได้ ตนมองว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้ามีอุบัติเหตุก่อนหน้าก็ไม่ได้อยู่ในการควบคุมของพรรคปชน. และการคืนอำนาจให้ประชาชนก็เป็นเรื่องดีอยู่แล้ว ในสภาวะการณ์แบบนี้ ที่เราต้องการรัฐบาลชั่วคราว ตามที่เราได้ประกาศเอาไว้
เมื่อถามว่า การแก้รัฐธรรมนูญได้มีการหยั่งเสียงของ สว. ด้วยหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุยกัน และวันนี้ช่วงบ่ายได้นัดสว.บางคน มาหารือกันในหลายเรื่อง โดยเฉพาะการเปิดประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงต้องเชิญวิปสว. มาคุยกัน
เมื่อถามว่า มีข้อกังวลว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่ผ่านเสียงของสว.หรือไม่ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า กังวลซึ่งก็จะพยายาม และเรียกร้อง สว.ให้ฟังเสียงของประชาชนด้วย เพราะนี่เป็นการเปิดประตูแรกในการรับฟังเสียงประชาชนว่าเห็นด้วยหรือไม่ กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไม่ หากปิดประตูไปเลยก็คงตอบคำถามยากว่าคุณไม่แม้แต่จะถามประชาชนว่าเห็นด้วยหรือไม่ ถ้าประชามติแพ้ก็จบ ใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 แล้วเหตุใดจึงต้องมาปิดโอกาสการออกเสียงของประชาชนว่า ควรจะใช้รัฐธรรมนูญฉบับเดิม หรือรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. ระบุว่าเป็นความรับผิดชอบของพรรคปชน. กับพรรคภูมิใจไทยที่ต้องไปรวมเสียงสว. ในการโหวตแก้รัฐธรรมนูญ นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า น้อมรับ จะพยายาม และไม่ว่าท่านใดจะมองว่าเป็นความรับผิดชอบ เราก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด

