หน้าแรก การเมือง อธิบดีปกครอง ...

อธิบดีปกครอง สั่งเร่งสอบ ส่วยสัญชาติ ลั่น ไม่ละเว้น หากพบจนท.เรียกรับผลประโยชน์

18.09.25 | 16:33 น.

อธิบดีกรมการปกครอง เร่งตรวจสอบกรณีพบ ‘ส่วยสัญชาติ’ พร้อมเน้นย้ำ ไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นใดแน่นอน นอกจากค่าธรรมเนียมตามกฎหมายเท่านั้น ในการขอสถานะต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย (มีถิ่นที่อยู่ถาวร) และการขอมีสัญชาติไทย ฯ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 18 กันยายน ที่ศูนย์บริการประชาชนกรมการปกครอง (วังไชยา) กรุงเทพฯ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องร่วมหารือ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายสมดุลย์ อุตเจริญ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน พร้อมยื่นหนังสือต่อกรมการปกครอง ในกรณีพบการเรียกรับผลประโยชน์จากการขอสถานะต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบ(มีใบถิ่นที่อยู่ถาวร) และการขอมีสัญชาติไทย ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567

จากหนังสือร้องเรียนพบว่าในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ได้เกิดกรณีมีการเรียกรับเงินตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท สำหรับดำเนินการออกใบอนุญาตถิ่นที่อยู่ถาวรให้กับผู้ที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานาน ฯ กรณีดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า การดำเนินการขอลงรายการสัญชาติไทยและการขอสถานะบุคคล ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ (ยกเว้นค่าธรรมเนียมตามกฎหมายเท่านั้น) หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ ทางกรมการปกครองพร้อมดำเนินการตรวจสอบให้เร็วที่สุด และหากมีทั้งพยานหลักฐาน จนเกิดการข่มขู่ สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ทันทีโดยไม่ละเว้น ทั้งนี้ประเด็นที่ร้องทางกรมการปกครองได้จับตา และติดตามอยู่ด้วยแล้ว โดยส่งเรื่องไปยังส่วนปราบปรามการทุจริต สำนักบริหารการทะเบียนให้ลงไปในพื้นที่ และเร่งดำเนินการ ก่อนที่จะมีข่าวการร้องเรียนดังกล่าว

Advertisement

ส่วนที่ประชาชนเป็นกังวลว่าจะขออนุญาตออกใบถิ่นที่อยู่ถาวรไม่ทันเวลา นายนิรัตน์ กล่าวว่า ทั้งนี้กรมการปกครองมีกระบวนการติดตามอยู่ เพราะรายชื่อบุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานาน (ขอมีใบถิ่นที่อยู่) และบุตรของบุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานาน ที่เกิดในราชอาณาจักร(ขอมีสัญชาติไทย) รวมจำนวนกว่า 4 แสนคน มีรายชื่อที่ได้สำรวจและขึ้นทะเบียนไว้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม หากมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการต่อเนื่องก็เป็นหน้าที่ของกรมการปกครองที่จะเสนอเรื่องให้กับทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และขอมติ ครม.ขยายระยะเวลาต่อไปได้

ส่วนในเรื่องการแอบอ้างไปหาผลประโยชน์ในการดำเนินการขอสัญชาติ เป็นสิ่งที่กรมการปกครองเฝ้าระวังไว้แล้ว เพราะพฤติกรรมแบบนี้ตามจังหวัดที่อยู่ติดกับชายแดนเคยเกิดขึ้นมาก่อน กระทรวงมหาดไทยจึงประกาศให้เฝ้าระวังและห้ามกระทำการดังกล่าว ส่งผลให้มีข้าราชการถูกจับกุม ไล่ออก และปลดออกในทุกๆปี เช่นเดียวกับผู้นำท้องถิ่นก็ถูกดำเนินการทางอาญา