ค้าน ส.ส.เร่งคลอด พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ให้กับผู้บุกรุกป่า
เมื่อวันที่ 18 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีที่ประชุมสภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการจากดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ ของนายซูการ์โน มะทา ส.ส.พรรคประชาชาติ และของนายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ส.ส.พรรคประชาชน ซึ่งทั้งสองร่าง สภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการในวาระที่ 1 ไปแล้ว ในวันที่ 11 ก.ย.2568
กระทั่งเข้าสู่วาระที่ 2 ในที่ประชุมได้ตั้งประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างทั้ง 2 ฉบับ ซึ่งที่ประชุมได้ตั้ง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นประธานที่ประชุม และได้กำหนดในการประชุมครั้งต่อไปในวันพฤหัส 25 ก.ย.2568 เพื่อพิจารณาแต่ละมาตราให้แล้วเสร็จอย่างเร็วที่สุด เพื่อเข้าสู่วาระ 3 ลงมติเห็นชอบต่อไป
เกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.อ.(พิเศษ) พงษ์เพชร เกษสุภะ อดีตผู้การมือปราบการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ชื่อดัง เปิดเผยว่า ได้อ่านร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับแล้ว ร่างพ.ร.บ.ของนายซูการ์โนมีมาตราที่สำคัญ คือมาตรา 3 มาตรา 4 มาตรา 9 มีประเด็นสำคัญคือให้บุคคลใดก็ได้ ไม่ว่าราษฎร นายทุน นักการเมือง หรือผู้มีอิทธพล ถ้าได้บุกรุกป่าทุกประเภทไม่เกิน 25 ไร่ เช่น อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ป่าสงวนแห่งชาติ ฯลฯ ก่อนวันที่ 1 ธ.ค.2497 จนถึงปัจจุปันที่กฎหมายนิรโทษกรรมฯ ได้ประกาศใช้ ได้รับการยกเว้นความผิดทั้งหมดในคดีอาญา คดีแพ่ง คดีปกครอง ไม่ว่าจะเป็นตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทำผิด หรือผู้ถูกใช้ และที่ดินของรัฐดังกล่าวที่ผู้กระทำผิดได้บุกรุกก่อน 1 ธ.ค.2497 จนถึงปัจจุปัน ต้องตกเป็นสิทธของผู้บุกรุก และผ่อนผันให้ผู้กระทำผิดได้อาศัยหรือทำกินนั้นได้ แม้ที่ดินของรัฐดังกล่าวกลายสภาพเป็นป่าสมบูรณ์ตามธรรมชาติไปแล้วก็ตาม

พ.อ.(พิเศษ) พงษ์เพชรกล่าวว่า ร่างของนายเลาฟั้งมีมาตราที่สำคัญคือมาตรา 5 มาตรา 6 มาตรา 18 มีประเด็นสำคัญคือให้บุคคลใด ไม่ว่าเป็นประชาชน นายทุน ผู้มีอิทธิพล หรือนักการเมือง ที่ได้บุกรุกป่าทุกประเภทไม่จำกัดเนื้อที่ก่อนประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตป่าสงวนแห่งชาติ ฯลฯ จนถึงปัจจุปันที่ได้ประกาศใช้ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมดังกล่าวได้รับการยกเว้นความรับผิดทั้งหมด ทั้งในคดีอาญา คดีแพ่ง และคดีปกครองไม่ว่าจะเป็นตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ และผู้ถูกใช้ และที่ดินของรัฐดังกล่าวที่ได้บุกรุกตกเป็นสิทธิของผู้กระทำผิด ที่แม้ที่ดินของรัฐดังกล่าวได้มีสภาพเป็นป่าธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไปแล้ว ให้ออกโฉนดที่ดินได้ หรือได้รับหนังสืออนุญาตต่อไป
“หาก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมดังกล่าวมีการประกาศใช้จริง จะมีการบุกรุกป่าครั้งใหญ่โดยอาศัยกฎหมายนิรโทษกรรมดังกล่าวเป็นเครื่องมือ เพราะข้อเท็จจริงแล้วผู้กระทำผิดที่ได้บุกรุกป่า ก่อน 1 ธ.ค.2497 หรือก่อนประกาศเป็นเขตป่าสงวนห้าม ปัจจุบันผู้กระทำผิดดังกล่าว ถ้าไม่ตาย คดีบุกรุกดังกล่าวก็หมดอายุความไปหมดแล้ว ไม่ต้องมีการนิรโทษกรรมให้กับผู้กระทำผิดอีก และการดำเนินคดีในคดีบุกรุกพื้นที่ป่าในปัจจุปันก็เป็นการดำเนินคดีในการในกรณีบุกรุกป่าใหม่ หรือมีการซื้อขายเปลี่ยนมือ โอนสิทธิในที่ดินในเขตป่าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย” พ.อ.(พิเศษ) พงษ์เพชรระบุ
พ.อ.(พิเศษ) พงษ์เพชรกล่าวอีกว่า ราษฎรที่อยู่อาศัยทำกินในเขตป่าปัจจุบันก็ได้รับการผ่อนผันให้อยู่อาศัยและทำกินในเขตป่าได้ ตามมติ ครม. 30 มิ.ย.2541 และมติ ครม.ที่ 26 พ.ย.2561 ราษฎรทั่วไปไม่มีใครเดือดร้อน หรือเสียหายจากการครอบครองป่าตามมติ ครม.ดังกล่าว เหตุผลที่จะเร่งออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมดังกล่าวอาจมีเจตนาแอบแฝง อาจจะเอาที่ดินของรัฐที่ถูกตรวจยึดดำเนินคดี และบางพื้นที่กลายเป็นสภาพป่าสมบูรณ์ มีทิวทัศน์สวยงามมาใช้เพื่อประโยชน์ในทางการเมืองของตนเองต่อไป

