หน้าแรก การเมือง อนุสรณ์ ชี้ ห...

อนุสรณ์ ชี้ หมากเกมนี้เริ่มชัด แทรกใน ‘รัฐสภา’ ย้อนรัฐประหาร 19 กันยา 49 สู่ความท้าทายในปัจจุบัน

19.09.25 | 15:45 น.

ในวาระครบรอบ 5 ปี ของการชุมนุมใหญ่ 19 กันยา 2563 ‘ทวงคืนอำนาจราษฎร’

เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่ห้องริมน้ำ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ร่วมกับ DRG จัดงาน ‘19/9 Remember Me สนามราษฎร์ในความทรงจำ’ ห้าปีผ่านไป ความทรงจำยังไม่จางหาย เพื่อระลึกถึงเสียงที่เคยก้องบนท้องถนน ต่อยอดเป็นความหวังใหม่

โดยวันนี้นอกจากเป็นวันครบรอบ 5 ปี การชุมนุมทวงอำนาจคืนราษฎร ที่มวลชนต่างมาทวงสิทธิของตนในการร่างรัฐธรรมนูญ ไล่รัฐบาลที่มาจากผลพวงของการรัฐประหาร ยังตรงกับวาระครบรอบ 19 ปีการรัฐประหาร โดย พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ที่นำมาสู่ทางตันของประชาธิปไตยไทย

บรรยากาศภายในงาน เต็มไปด้วยบูธจากกลุ่มองค์กรภาคประชาสังคม และกิจกรรมตลอดทั้งวัน ได้แก่ ปาฐกถา “ความหลัง ความหวัง ความฝัน”, ละครเวที The Ordinary (คนธรรมดา) ซึ่ฃไฮไลต์ได้แก่ วง Exclusive Talk “4 เดือนนี้ชี้ชะตาการเมืองไทย”

Advertisement

เวลา 14.00 น. ปาฐกถา “ความหลัง ความหวัง ความฝัน” โดยตัวแทนแนวร่วมฯ น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หรือ อั๋ว อดีตแกนนำเยาวชนปลดแอก และ ศ.ดร.อนุสรณ์ อุณโณ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์

ศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวถึงความพยายามในการขอใช้สถานที่ ซึ่งจำได้แม่นว่าก่อนจัดการชุมนุม ตนลงไปเก็บข้อมูลในภาคใต้ ก็มีสายเข้าจากระดับผู้บังคับบัญชาการ โทรมาหาตน ซึ่งสิ่งที่ชี้ให้เห็นคือ การลุกฮือของคนหนุ่มสาว ได้สร้างความวิตกให้กลุ่มผู้มีอำนาจ

ความหลังตอนนั้น จังหวะหนึ่งในชีวิตไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา ตอนต้นปี 48 เหตุการณ์เริ่มบานปลาย ในช่วงปลายปี 48 และปะทุขึ้นในปี 49 จนกระทั่งเกิดรัฐประหาร

“จำได้ว่าตอนนั้น คุณสนธิ เดินสายไปยังประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ ในสหรัฐอเมริกาที่คนไทยอยู่หนาแน่น ไปเพื่ออธิบายว่า เหตุใด รัฐประหาร 49 จึงจำเป็นสำหรับประเทศไทย”
ศ.ดร.อนุสรณ์เผย

ศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวด้วยว่า คนไทยก็จะมีความรู้สึกรุนแรงมากๆ กับคุณสนธิ จำได้ว่าตอนนั้นไปจัดที่ ม.วอชิงตัน ตนตั้งโต๊ะชี้แจงถึง ‘มายาคติ 10 ประการ’ ที่คุณสนธิ พยายามจะชี้แจงนั้นเป็นอย่างไร ซี่งผู้จัดงาน เรียกตำรวจมา เพื่อให้ออกไป โดยอ้างว่าเช่าที่ประชุมทั้งหอ นายสนธิ และนายการุณ ใสงาม (อดีต ส.ว.) ก็แวะมาทักทาย เป็นต้น

ถ้าถามว่าเหตุการณ์ 19 ก.ย.49 มีนัยยะอย่างไร ส่งผลต่อ 10 ก.ย. 63 อย่างไร สร้างผลกระทบแบบไหนนั้น

“ผมเรียกว่า เป็นหมากตัวสุดท้ายที่ใช้ปิดเกมของเครือข่ายชนชั้นนำ ความพยายามกำราบ เป็นหมากตัวสุดท้าย ที่ทำให้นึกถึงเพลงๆ ที่บอกว่า ‘หมากเกมนี้ฉันก็รู้ ว่าจะต้องลงเอยอย่างไร’ เพราะการเมืองเริ่มคุกรุ่นในปลายปี 48 โดยต้นปี คุณเสนาะ เทียนทอง ถูกกล่าวหาในสภาฯ”

ศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวต่อว่า หลังจากที่นายสนธิ ถูกปลดออกจากรายการ ช่อง 9 ก็จัด ‘เมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร’ ซึ่งจัดที่หอประชุม ม.ธรรมศาสตร์ แห่งนี้ มีคนฟังล้นหลาม ซึ่งนายสนธิได้นำหนังสือ มาพูดกับคนที่ฟังในรายการ ทำให้คนถูกใจ จนเกิดการก่อตัวของ ‘พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย’ โดยมีภาคประชาสังคมในห้วงนั้น เข้ามาอยู่ร่วมในกลุ่ม อาจจะเรียกว่าเป็นหมากตัวหนึ่ง ที่ภาคประชาชนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกันกับสถาบันฯ

ในตอนหนึ่ง ศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวว่า สิ่งที่ปะทุขึ้นมา ตอนที่คุณสนธิเป็นคนนำ คือได้รวมเอาบรรดาภาคประชาชนก่อนหน้านั้น ผนึกกำลังขึ้นมา ตอนต้นปี พันธมิตรเรียกร้อง ‘นายกฯพระราชทาน’ โดยอ้าง รัฐธรรมนูญมาตรา 7 แต่สุดท้ายถูกปฏิเสธว่า ไม่เป็นประชาธิปไตย

สำหรับหมากตัวที่ 1 นั้น ถึงแม้พันธมิตร จะสามารถระดมมวลชนได้อย่างกว้างขวาง แต่ก็ไม่สามารถทำให้คุณทักษิณ ชินวัตร ลงจากอำนาจได้

หมากที่สองที่ใช้คือ ‘กลไกศาลรัฐธรรมนูญ’ ซึ่งตอนนั้นยังมีความยึดโยงกับประชาชนอยู่ กระทั่งปิดจบด้วยการรัฐประหารในปี 2549 ซึ่งก่อให้เกิดกลุ่มต่อต้าน

“ในวันแรก หลังรัฐประหาร 49 มีเครือข่ายนักศึกษาต่อต้านรัฐประหาร ก่อตั้งขึ้นมาอย่างหลวมๆ ที่มีบทบาทสำคัญจะเป็นกลุ่มที่จัดในท้องสนามหลวงอย่าง พิราบขาว, คนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ ในช่วงนั้น ส่วนหนึ่งในแกนนำคือ คุณวีระ มุสิกพงศ์ เกิดการตั้งกลุ่มคนเสื้อแดงขึ้นในช่วงนั้น ประกอบด้วยชาวบ้านจากภาคเหนือ และ อีสาน เป็นหลัก ที่นิยมชมชอบคุณทักษิณ มีนักกิจกรรมทางสังคม กลุ่มแดงนิยม เป็นต้น”

ที่น่าสนใจคือ เสื้อแดงในเวลานั้น หมายความปฏิบัติการที่ตนทำว่าเป็น ‘สงครามระหว่างชนชั้น’

ต่อมา ในม็อบเยาวชน 63 มีการเอาจดหมายของ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ มาอ่าน คือ ‘จดหมายจากดินถึงฟ้า’

รวมถึงการชุมนุม 10 สิงหา 63 ที่ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ลานพญานาค จนเกิดข้อเรียกร้อง 10 ข้อ
กระทั่งนำมาสู้การชุมนุมของคณะราษฎร 63 ที่ยก 3 จาก 10 ข้อขึ้นมาป็นข้อเรียกร้องหลัก

“สิ่งที่ได้ปักหมุดไว้ ไม่จางหายไป เกิดกลุ่มเล็กๆ น้อยๆ ที่เคลื่อนไหว ความพลิกผันสุดท้าย เดิมทีคู่กรณีที่มีร่วมกันนั้นค่อนข้างเหนียวแน่น กระทั่งในปี 66 มีการเปลี่ยนขั้ว ย้ายข้าง จัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซี่งมีความพยายามตั้งแต่ปี 62 ซึ่งชี้ให้เห็นว่า หมากเดิมที่เคยใช้ คือ ‘การรัฐประหาร’ ดูจะไม่จำเป็นอีกต่อไป”

ศ.ดร.อนุสรณ์ระบุว่า  สิ่งที่เราพบล่าสุด คือมันเกิดความผิดแยก แตกหักในส่วนของมวลชนเอง จากผู้สนับสนุนพรรค ที่มีกลวิธีในรัฐสภาไม่เหมือนกัน กลุ่มหนึ่งเจรจาอย่างตรงไปตรงมา อีกกลุ่มใช้วิธีเจรจาด้านหลัง แต่ก็มีการถูกกล่าวหาอีกอยู่ดี ในขณะที่ ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ (องค์กรอิสระ) ทำงานต่อไป

“ที่น่าสนคือ ‘ความนิยมทหาร’ จากกรณีข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ความพลิกผันจากกรณีชายแดน มันทำให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ ไม่ได้รู้สึกเป็นปฏิปักษ์กับทหารอีกต่อไป

หมากเกมนี้ เขาไม่เลือกที่จะแทรกแซงหรืออยู่ข้างนอกอีกต่อไป แต่เขาเลือกที่จะเข้ามาใช้ส่วนหนึ่งของกลไกผ่านพรรค ภายใต้ ‘รัฐสภา’ รวมถึง ‘กลไกองค์กรอิสระ’ และ ‘ทหาร’

“ความท้าทายคือ เราจะสามารถผนึกความร่วมไม้ ร่วมมือ เห็นพ้องกันในระดับหนึ่งได้อย่างไร เพื่อให้เท่าทันกับหมากเกมนี้ที่เขาวางไว้ อาจจะต้องคิดถึงการ ‘คืนพื้นที่ให้กับภาคประชาสังคม’ ใหม่ ไม่ใช่ให้เขาตระหนักถึง การแตกสลายของภาคประชาชน” ศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวทิ้งท้าย


ต่อมาเวลา 15.05 น. ละครเวที The Ordinary (คนธรรมดา)

เวลา 16.00 น. เสวนา 4 เดือนนี้ ชี้ชะตาการเมืองไทย โดย นายณัฐชนน ไพโรจน์ อดีตแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ, นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า