ประเทศไม่ใช่โรงละคร แนวร่วมมธ.นับถอยหลัง 4 เดือน จี้ 3 ข้อ ส.ส.ร.ต้องเลือกตั้ง 100%
แมวไล่จับหนู! ‘แนวร่วมมธ.’ นับถอยหลัง 3 ข้อเรียกร้อง – ยืนหยุดขังข้างสนามหลวง – จัดโชว์สะท้อนชะตาคนธรรมดา ลั่น ‘ประเทศไม่ใช่โรงละคร’
เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่ห้องริมน้ำ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ร่วมกับ DRG จัดงาน ‘19/9 Remember Me สนามราษฎร์ในความทรงจำ’ เพื่อระลึกถึงวันครบรอบ 5 ปี การชุมนุมทวงอำนาจคืนราษฎร ที่มวลชนต่างมาทวงสิทธิของตนในการร่างรัฐธรรมนูญ ไล่รัฐบาลที่มาจากผลพวงของการรัฐประหาร ยังตรงกับวาระครบรอบ 19 ปีการรัฐประหาร โดย พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน

บรรยากาศภายในงาน เต็มไปด้วยบูธจากกลุ่มองค์กรภาคประชาสังคม และกิจกรรมตลอดทั้งวัน เริ่มจากปาฐกถา “ความหลัง ความหวัง ความฝัน”
โดย น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หรือ อั๋ว อดีตแกนนำเยาวชนปลดแอก และ ศ.ดร.อนุสรณ์ อุณโณ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์

เวลา 15.00 น. ละครเวที The Ordinary (คนธรรมดา) จาก Lanyim Theatre จ.เชียงใหม่ performance Art Festival โดยเนื้อหาสะท้อนถึงการกดขี่ ย่ำยี ศักดิ์ศรี ปืน รถถัง ถังแดงที่กลิ้งลงภูเขา ความคับแค้นใจของคนธรรมดา บทสรุปของการต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง อำนาจที่บีบรัดให้ขาดอากาศหายใจ ภาวะที่ถูกกดทับกลับหัวกลับหาง
สู่การหวนย้อนในข่วงท้ายถึง เจตจำนงของคนธรรมดา ที่พลีชีพเพื่ออุดมการณ์ ด้วยการขับแท็กซี่ ชนรถถัง ต้านการรัฐประหาร 18 ปีผ่านไป ซึ่งถ้ายังมีชีวิต คงอายุ 78 ปีในตอนนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ชมต่างส่งเสียง ‘อ๋อ’ โดยนึกถึง นายนวมทอง ไพรวัลย์ แม้นักแสดงไม่ได้เอ่ยชื่อก็ตาม
ก่อนภาพตัดกลับมา เพื่อเชื้อชวนผู้ชมทบทวนสถานการณ์ปัจจุบัน ผ่านไป 19 ปียังมีการรัฐประหารหรือไม่ โดยผู้ชมต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘มี’ ผ่านกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ละครได้ฝากข้อคิดกับผู้ชมไว้ด้วยว่า เมื่อสถานการณ์เป็ยแบบนี้ เราวางแพลยไว้อย่างไร คนที่ตายไปช่วยเหลือได้บ้างหรือไม่
โดยมีทั้งเสียงตอบจากผู้ชม คล้ายการสนทนากับวีรชน อาทิ ต้องรวมมือ สามัคคีกัน สักวันเส้นชัยจะเป็นของเรา, ต้องเลิกวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด เป็นต้น
ในช่วงท้าย มีการตัดภาพมายังปัจจุบัน สะท้อนถึงคดีอาญา ข้อหาหนัก และความรู้สึกของคนที่ถูกตัดสิน
ต่อมา 16.10 น. เข้าสู่ช่วง Special Talk เสวนา ” 4 เดือนนี้ ชี้ชะตาการเมืองไทย” โดย นายณัฐชนน ไพโรจน์ อดีตแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ, นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า

ในตอนหนึ่ง นายณัฐชนนกล่าวว่า ตอนรัฐประหารตนยังเป็นเด็ก จำความไม่ได้ แต่การชุมนุม 19 กันยายน 2563 ตนเป็นหนึ่งในคนที่มาม็อบ ตอนนั้นคิดกันว่าจะเอาข้อเรียกร้องอะไรมาชูบ้าง มี 3 ข้อคือ ให้ยุบสภา ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และหยุดคุกคามประชาชน
“วันนั้นเราเอาข้อเรียกร้องมารวมกัน จนกลายเป็นประเด็นหลัก คือ 1.ประยุทธ์ต้องออกไป 2.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยประชาชน และ 3.ปฏิรูปสถาบันฯ เหมือนเป็น EP ต่อเนื่องจากม็อบ 10 สิงหาคมที่ธรรมศาสตร์ รังสิต มีคนมาเล่าเรื่อง ว่าทำไมต้องปฏิรูป จากหลายๆ มุมมอง” นายณัฐชนนกล่าว
เมื่อถามว่า ถ้ามองอนาคต 4 เดือนข้างหน้า มีการทำ MOA เพื่อยุบสภา คิดว่ารัฐบาลชุดนี้จะยุบจริงหรือไม่ ?
นายณัฐชนนกล่าวว่า เรื่องยุบสภา ตนเกรงว่าอาจจะไม่ได้ยุบ เหตุที่คิดอย่างนั้น ส่วนตัวมองว่าจริงๆ แล้วพรรคที่ได้ขึ้นมาเป็นรัฐบาลตอนนี้ ค่อนข้างไม่เจ็บตัวเลย เมื่อเทียบกับพรรคอื่นๆ หากมองทีละพรรค พรรคก้าวไกลโดนยุบพรรค และแปลงร่างเป็นพรรคประชาชน ในขณะที่พรรคเพื่อไทยนั้น แคนดิเดต 3 คน โดนสอยไปแล้ว 2 คน

“แต่ภูมิใจไทย คือคนที่แทบไม่มีแผล โดนสะกิดแค่นิดๆ หน่อยๆ คือ 2 คดีใหญ่ แต่ยังมีเห็นการตัดสิน แม้มีเสียงน้อย แต่ได้เป็นรัฐบาลเรียบร้อย ทำให้พรรคอื่นๆ ค่อนข้างอ่อนแอ ถ้าเขาหัก MOA เราจะมีกลไกอะไรที่ไปบอกเขาได้ ว่าไม่ถูก หรือกลไกที่ค้ำยันว่า ถ้าไม่ยุบเขาจะโดนอะไร” นายณัฐชนนชี้
ถ้าเกิน 120 วัน แล้วไม่ยุบสภาฯ จะมีการชุมนุมเกิดขึ้นหรือไม่ ?
โดย นายณัฐชนน กล่าวว่า ประชาชนคงจะต้องไปต่อ ถ้าเกิดมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น คงไม่แคล้ว ที่เราจะช่วยกันคนละไม้ละมือ ออกมาพูดว่าสิ่งที่เขาทำไม่ถูกต้อง เราต้องช่วยกันให้ผ่านไปได้ สุดท้ายในตัวเลือกทางแพร่งที่เลือกยากเหลือเกิน สุดท้าย อย่าลืมว่า เรามีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ ประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญใหม่
ปัจจุบัน ส่วนตัวมีราว 15 คดี เป็นคดี ม.112 อยู่ 2 คดี ซึ่ฃจากที่ผ่านมามีแนวโน้มไม่ดีมากขึ้นเรื่อยๆ
ผู้ต้องขังกลับมาทะลุ 50 กว่าคน ครูใหญ่หรือ ไผ่ ทะลุฟ้า ไมได้ประกัน, คดี ม.110 จากที่ยกฟ้อง ก็ลงโทษรวมทั้ง ลูกเกด ชลธิชา แจ้งเร็ว เป็นสัญญาณที่น่ากังวลใจ แต่อยากชวนทุกคนส่งกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังสู้คดีอยู่
“ถ้าอยู่ข้างนอก เดี๋ยวไปด้วยกัน ถ้าอยู่ข้างใน เดี๋ยวเขียนจดหมายมา คิดถึงทุกคนเสมอ” นายณัฐชนนกล่าว
เมื่อถามว่า ถ้าทำประชามติแล้วแพ้จะทำอย่างไร นายณัฐชนนกล่าวว่า ตนมองว่า ‘การเมืองนำกฎหมาย’ สมมติว่าแม้จะไม่ชนะประชามติ แต่ก็ยังมีโอกาสที่เรามาลองใหม่กันสักตั้ง แล้วมาดูว่าจะเป็นอย่างไรได้บ้าง
“อาจจะเป็นการแพ้ที่ใหญ่ ถ้าประชามติไม่สำเร็จ แต่ประชาชนเราแพ้บ่อยอยู่แล้ว ขอแค่ชนะครั้งเดียว”
เรามาช่วยกันหยดน้ำทีละหยด ทีละขัน ทีละถัง จนวันนึงมันกลายเป็นสึนามิ มาโถมซัดอำนาจที่กดขี่ประชาชน” นายณัฐชนนกล่าว

ในช่วงท้าย มีนักศึกษาธรรมศาสตร์กล่าวว่า เชื่อว่าถ้าเลือกตั้งหน้า พรรคประชาชนอาจจะได้ถึง 270 ที่นั่ง ถ้าสมมติเป็นอย่างนั้น มองว่าจะมีการยอมให้เข้าสู่อำนาจหรือไม่?
นายณัฐชนนกล่าวว่า ตนอยากรู้เหมือนกันว่า จะใช้วิธีไหน ถ้าหากไม่ยอมให้เข้าสู่อำนาจ
กระทั่งเวลา 17.30 น. ที่ลานปรีดี พนมยงค์ หลังจากจบกิจกรรม น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ เชิญชวนผู้ร่วมงานร่วม ยืนหยุดขัง 19.19 นาที เพื่อแสดงพลังและแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ พร้อมชูป้ายป้ายผ้าที่มีข้อความว่า “นี่คือข้อเรียกร้องของเหล่าโจรสลัด”
นายธัชพงศ์ แกดำ หรือ บอย กล่าวว่า เราถือธงวันพีช รูปหัวโหลกไขว้ มันคือสัญลักษณ์ของความเท่าเทียม เกิดมาแล้วตายเป็นเถ้ากระดูกเหมือนกัน โดยวันพีชสวมหมวกฟาง เป็นสัญลักษณ์ของคนธรรมดา โบกสะบัดเพื่อแล่นเรือออกใฝ่หา ‘เสรีภาพ’
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ร่วมกิจกรรมต่างสวมหน้ากากหนูและแมว ก่อนเปล่งเสียง 3 ข้อเรียกร้อง ได้แก่
“4 เดือน ปล่อยเพื่อนเรา, 4 เดือน ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และ 4 เดือน ยุบสภา” โดยมีข้อแม้คือ รัฐธรรมนูญเขียนใหม่ทั้งฉบับ โดย ส.ส.ร.ที่จากการเลือกตั้ง 100 เปอร์เซ็นต์
นอกจากนี้ ยังมีผู้นำลูกโป่งที่เขียนข้อความ ’นับถอยหลัง 4 เดือนยุบสภา‘ มาปักที่รูปปั้นของนาย ปรีดี พนมยงค์
น.ส.ภัสราวลี หรือ มายด์ กล่าวว่า เราอยากย้ำสโลแกนของพรรคภูมิใจไทย คือ ‘พูดแล้วทำ’ไม่ใช่หรือ ถ้าอย่างนั้น ทำจริงๆ ยุบสภาภายใน 4 เดือน
จากนั้นเวลา 17.43 น. เริ่มเดินขบวนไปยังฝั่งตรงข้าม ท้องสนามหลวง เพื่อยืนหยุดขัง โดยระหว่างเดินผ่านสนามฟุตบอล มีการเปล่งเสียง “แมวกำลังไล่จับหนู หนูทำได้แค่วิ่งหนี”
“ประเทศนี้ไม่ใช่โรงละครของผู้มีอำนาจ เราพยายามทำความเข้าใจเรื่องยากๆ ว่าเรากำลังจะเดินไปไหน” น.ส.ภัสราวลีกล่าว

จากนั้นร่วมยืน 19.09 นาที พร้อมถือภาพผู้ ต้องหาทางการเมืองที่ยังถูกคุมขัง และป้ายข้อความเพื่อย้ำเตือน ว่า 19 ก.ย.63 เคยเกิดอะไรขึ้นบ้างและ ก.ย.ปีนี้ ยังอยู่กับความฝัน ข้อเรียกร้องยังคงเหมือนเดิม
“เขาบอกว่า 4 เดือนยุบสภา เราจะรอดูว่าทำจริงไหม ถ้าไม่ยุบสภาฯ ภายใน 4 เดือน เราพร้อมออกมา มาเจอกันที่นี่ได้หรือไม่ ขอให้ทุกคนจำเพื่อนเอาไว้ ไม่ว่าจะยอมเสียสละเพื่อความถูกต้อง หรือคนที่ยังอยู่ในเรือนจำ” น.ส.ภัสราวลี
ต่อมา มีผู้ร่วมกิจกรรม 5 คน วิ่งถือธงวันพีช ไปยังกลางท้องสนามหลวง ก่อนยื่นโบกสะบัดธง เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์

