ผวจ.สระแก้ว ขีดเส้น ผู้ว่าบันเตียนเมียนเจย อพยพชาวกัมพูชาพ้นพื้นที่อ้างสิทธิชายแดนภายใน 10 ต.ค.นี้ ตร.ส่งรถจีโน่รับมือม็อบเขมรป่วน
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 20 กันยายน นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้มีหนังสือโต้ตอบผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย หลังจากทางกัมพูชาปฏิเสธข้อเสนอของฝ่ายจังหวัดสระแก้ว ระหว่างการประชุมร่วมกันเมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา โดยมีสาระสำคัญ 3 ข้อคือ 1.จังหวัดสระแก้วขอให้ประชาชนชาวกัมพูชาที่รุกล้ำ อพยพออกไป ให้พ้นแนวพื้นที่อ้างสิทธิตลอดแนวชายแดนจังหวัดสระแก้ว ทุกพื้นที่ โดยให้ส่งแผนการอพยพให้จังหวัดสระแก้วก่อนการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป GBC ครั้งต่อไป ที่จะจัดขึ้นภายในวันที่ 10 ตุลาคมนี้ 2.ให้จังหวัดบันเตียเมียนเจย ปฏิบัติตามข้อเสนอของจังหวัดสระแก้วทั้ง 8 ข้อ ที่ได้เสนอในการประชุมร่วมระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กับผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย เมื่อวันพุธที่ 17 กันยายน หากไม่ดำเนินการตามข้อเสนอดังกล่าว จังหวัดสระแก้วจะแจ้งในการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค RBC ในระหว่างวันที่ 25-27 กันยายนและจะ ไม่มี การเจรจาในระดับจังหวัดอีกต่อไป 3.จังหวัดสระแก้วพร้อมดำเนินการกับผู้ที่รุกล้ำอธิปไตย หรือขโมยทรัพย์สินของทางราชการ ทำร้าย เจ้าหน้าที่และประชาชนคนไทยตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทยอย่างเด็ดขาดในขอบเขตอธิปไตยของประเทศไทย
ต่อมาเวลา 12.00 น. กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (อคฝ.) ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้สนับสนุนการสลายกลุ่มผู้ชุมนุมชาวกัมพูชาที่ก่อความเดือดร้อนวุ่นวาย เตรียมการมาเพื่อทำร้ายเจ้าหน้าที่ ตำรวจควบคุมฝูงชนจังหวัดสระแก้ว จึงได้นำรถจีโน่ที่ใช้ในการสลายการชุมนุม ขับเข้ามาสแตนด์บายที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จำนวน 1 คัน และจะทยอยเดินทางเข้าพื้นที่อีก
สำหรับรถน้ำ จีโน่ หรือรถบรรทุกน้ำสีฟ้า สามารถบรรจุน้ำได้ 12,000 ลิตร มีกระบอกฉีดน้ำบนหลังคารถ มีระยะฉีดสูงสุด 65 เมตร สามารถปรับระดับการฉีดได้รอบคัน รวมทั้งสามารถใส่สีในน้ำ เพื่อทำให้ผู้ถูกฉีดมีสีติดตามตัวและเสื้อผ้าเป็นที่สังเกตได้ พร้อมทั้งยังติดตั้งแก๊สน้ำตา โฟมดับไฟ ล้อกันกระสุน มีตะแกรงป้องกันกระจกรอบคัน มีคันกั้นเหล็กหน้ารถไว้เคลียร์พื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวาง โดยรอบตัวรถจะมีกล้องวงจรปิดติดตั้งรอบคันเพื่อบันทึกภาพเหตุการณ์รอบทิศทาง สามารถใช้เป็นหลักฐาน พิสูจน์ข้อเท็จจริง หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น
ขณะเดียวกัน เพจกองทัพภาคที่ 2 โพสต์ภาพการ์ตูนพร้อมข้อความว่า ทหารไทยยืนหยัดปกป้องแผ่นดินด้วยเลือดเนื้อและชีวิต พร้อมระบุว่า กองทัพไทยปฏิบัติหน้าที่ด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีของทหารอาชีพ ยืนหยัดสู้เพื่อประชาชนและอธิปไตยของชาติ แม้ต้องแลกด้วยเลือดเนื้อและชีวิต แต่ทุกลมหายใจของทหารไทยคือเกราะป้องกันให้ประชาชนไทยอยู่อย่างปลอดภัย ตรงกันข้าม ฝ่ายตรงข้ามกลับใช้ประชาชนของตนเป็นโล่มนุษย์ ปลุกปั่น ยุยง และหลบอยู่เบื้องหลังโดยไม่กล้าเผชิญหน้ากับทหารไทยอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นการกระทำที่ไร้เกียรติและขัดต่อหลักมนุษยธรรมโดยสิ้นเชิง

