หน้าแรก การเมือง วุฒิสภา นัดถก...

วุฒิสภา นัดถกรายงาน กมธ.กาสิโน 23 ก.ย.นี้ ขณะที่รายงานศึกษา ค้านร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์

21.09.25 | 11:51 น.

‘วุฒิสภา’ นัดถกรายงาน กมธ.กาสิโน 23 ก.ย.นี้ ขณะที่รายงานศึกษาค้าน ร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ฉบับ ‘รัฐบาล-แพทองธาร’ ชี้ขัดรธน. มีผลกระทบหลายมิติ


เมื่อวันที่ 21 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้นัดประชุมวุฒิสภา เพื่อพิจารณารายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์) ที่มีนพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สว. เป็นประธานกมธ. ในวันที่ 23 กันยายนนี้

ทั้งนี้ สำหรับเนื้อหาของรายงานการศึกษาดังกล่าว มีสาระสำคัญ ซึ่งระบุถึงการศึกษารายละเอียดของร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ…  ของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตรร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อผลักดันโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ โดยมี กาสิโน เป็นองค์ประกอบหลักเป็นนโยบายที่ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ขาดหลักฐานนเชิงประจักษ์ถึงความเหมาะสมในบริบทของประเทศไทย อีกทั้งแฝงไว้ด้วยความเสียหายหลายมิติ อาทิ ทางเศรษฐกิจ ไม่มีความชัดเจนด้านความคุ้มค่าของการลงทุน เพราะเป็นกิจการที่ไม่เกิดรายได้ที่แท้จริงคือ ก่อให้เกิดการผลิตสินค้า และบริการ แต่เป็นกิจการที่โอนเงินจากผู้เล่นที่เสียไปให้ผู้เล่นที่ได้ และยิ่งไม่คุ้มค่าเมื่อพิจารณาจากต้นทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและภาระของรัฐที่แบกรับ

ในรายงานระบุด้วยว่า มิติทางสังคมและสุขภาพ จะเกิดผลกระทบจากการเสพติดพนัน เกิดความรุแนรงในครอบครัว เพิ่มขึ้นของอาชญากรรมและกระทบต่อระบบสุขภาพระยะยาว ขณะที่มิติกฎหมายและความมั่นคง มีความเสี่ยงเป็นแหล่งฟอกเงิน องค์กรอาชญากรรม และเชื่อมโยงกับกิจกรรมผิดกฎหมายหลายฉบับ และอาจขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง ที่กำหนดให้รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม และมาตรา 26 วรรคหนึ่ง ที่กำหนดให้การตราากฎหมายต้องไม่ขัดต่อหลักนิติธรรม

Advertisement

กรณีรัฐบาลเสนอร่างพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ แม้ชื่อร่างไม่ได้ชี้ชัดว่ามุ่งเน้นให้มีกาสิโนเป็นหล้ก แต่ด้วยเหตุผลที่ระบุชัดว่าเพื่อสนับสนุนให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยสถานบันเทิงครบวงจรที่มีกาสิโน และกำหนดให้มีประเภทธุรกิจสถาบันเทิง ตามบัญชีแนบท้ายอย่างน้อย4 ประเภท และต้องร่วมกับกาสิโนอยู่ด้วยเสมอ ดังนั้น ร่างกฎหมายจึงเปิดให้มีธุรกิจบ่อนการพนันโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งย้อนแย้งต่อสำนึกในศีลธรรม และมาตรฐานศีลธรรมของประชาชน ซึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของหลักนิติธรรมตามรัฐธรรมนูญ

รายงานระบุอีกว่า ในร่างพ.ร.บ.ที่กำหนดในส่วนคณะกรรมการนโยบายสถานบันเทิงครบวงจร ที่มี นายกรัฐมนตรีเป็นประธานและรองนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธาน และรัฐมนตรีอื่นๆ 8 กระทรวง และให้อำนาจเสนอครม.สั่งการหน่วยงานปรับปรุง เพิ่มเติม ยกเลิกกฎหมายเพื่อเอื้อให้กับการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร และมีอำนาจอื่นๆ ที่มีลักษณะกว้างขวางและรวมศูนย์อำนาจ โดยไม่มีการถ่วงดุลตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอก ถือเป็นลักษณะให้เกิดการใช้อำนาจบริหารซ้อนฝ่ายบริหาร ไม่ต้องรับผิดชอบทางการเมือง เพราะไม่ถือเป็นการใช้อำนาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้น จึงเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญมาตรา 3

มิติด้านศีลธรรมและวัฒนธรรม ไม่สอดคล้องกับคุณค่าและหลักศีลธรรมของสังคมไทย ส่วนมิติด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มีความเป็นไปได้ในการถูกวิพากษ์วิจารณ์จากประชาคมระหว่างปรระเทศเกี่ยวกับการส่งเสริมพฤติกรรมเสี่ยง ไม่พัฒนาแต่ทำลายทรัพยากรมนุษย์และเป็นการเห็นแก่ประโยชน์เฉพาะหน้า ระยะสั้น ไม่ยั่งยืน

ประเทศไทยยังมีทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวโดยไม่ต้องพึ่งอุตสาหกรรมการพนัน โดยเฉพาะรูปแบบโครงการ wellness complex และสามารถพัฒนาเป็นรูปแบบสถานบริการที่ไม่ขัดต่อหลักศีลธรรม ไม่ส่งเสริมพฤติกรรมเสี่ยง และสร้างรายได้จากเงินสีขาวที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดเสี่ยงด้านอาชญากรรม และส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศในระยะยาว

กมธ.วิสามัญจึงเห็นว่าการส่งเสริมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของประเทศไทย ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยไม่เร่งรัดผลักดันนโยบายที่ขาดหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับ อีกทั้งควรเปิดโอกาสให้ประชาชนและทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการพิจารณานโยบายสาธารณะ กมธ.จึงไม่เห็นชอบด้วยกับเนื้อหา หลักการ และกระบวนการดำเนินการเกี่ยวกับร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ….

ทั้งนี้ ท้ายรายงานการศึกษา กมธ.มีข้อเสนอแนะต่อการขับเคลื่อนโครงการตามพ.ร.บ. เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ใน 3 ฉากทัศน์ คือ

1.ฉากทัศน์เชิงอุดมคติ แนวทางนี้ไม่เห็นด้วย และไม่สนับสนุนและเห็นควรให้ส่งเสริมการพัฒนารูปแบบอื่น เช่น welless complex

2.ฉากทัศน์ทางเลือก ในกรณีที่รัฐบาลยืนยันเดินหน้าควรศึกษาผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคมสุขภาพ และความมั่นคงให้รอบด้าน พร้อมเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านการทำประชามติว่าเห็นควรอนุญาตให้มีธุรกิจกาสิโนหรือไม่

3.ฉากทัศน์เชิงป้องกันความเสี่ยง กรณีที่โครงการดำเนินการได้ แต่ไม่สำเร็จตามสมมติฐานของรัฐบาล หรือไม่สามารถจัดการ ควบคุมผลกระทบทางลบได้อย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบทันที ต้องชดเชย เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม เพียงพอ

ข้อเสนอแนะต่อการพิจารณาร่างพ.ร.บ. เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ของวุฒิสภาเห็นว่าควรให้รัฐบาลทบทวนร่างกฎหมายให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และตรวจสอบความเหมาะสมต่อการให้อำนาจกรรมการนโยบายอย่างสมดุล หากรัฐบาลไม่ดำเนินการตามข้อเสนอแนะ วุฒิสภาควรแสดงท่าทีไม่เห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นทั้งด้านกฎหมาย เศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคงของประเทศในอนาคต