หน้าแรก การเมือง ส.ว.พิสิษฐ์ ร...

ส.ว.พิสิษฐ์ รับได้ ถ้าร่างแก้รธน.ของพรรคการเมืองไม่แตะหมวด 1-2 พร้อมโหวตให้ ไร้ล็อบบี้

22.09.25 | 10:35 น.

‘พิสิษฐ์’ รอดูเนื้อหาร่างแก้ไข รธน.ของพรรคการเมืองก่อน เผยส่วนตัวรับได้ หากไม่แตะหมวด 1-2 เชื่อ ส.ว. พร้อมยกมือให้ไม่มีการล็อบบี้ ชี้นักการเมืองกลัวอยู่ 2 คำ ‘ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์-จริยธรรมอย่างร้ายแรง’

เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 22 กันยายน ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ ส.ว.และโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) กล่าวถึงการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคการเมืองเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามที่มีข้อกังวลเกี่ยวกับเสียงเห็นชอบจาก ส.ว. 1 ใน 3 ว่า ในความเห็นส่วนตัวหากมีการเสนอร่างจะต้องมีการมาพิจารณาว่าแต่ละร่างมีเนื้อหาสาระอย่างไร แก้ไขอะไรบ้าง ส่วนตัวเห็นว่าหากการแก้ไม่แตะหมวด 1-2 พร้อมที่จะให้ความเห็น ขณะนี้สมาชิกวุฒิสภายังไม่ได้มีการพูดคุยหารือกันในเรื่องเกี่ยวกับร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เบื้องต้นจะมีการประชุมวิป 3 ฝ่าย เพื่อกำหนดวันแถลงนโยบายรัฐบาล

นายพิสิษฐ์กล่าวว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะโมเดลสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่ไม่สามารถมาจากการเลือกตั้งทางตรงได้ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เห็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคการเมืองว่ามีเนื้อหาสาระอย่างไร จึงยังไม่สามารถให้ความเห็นได้ชัดเจน หากวุฒิสภาแต่ละคนได้เห็นร่างแก้ไขเพิ่มเติมอย่างชัดเจนอาจจะมีมุมมองเช่นเดียวกัน และหากสมาชิกวุฒิสภาได้เห็นร่างแก้ไขเพิ่มเติมของแต่ละพรรคการเมือง มีเนื้อหารายละเอียดอย่างไรเชื่อว่าสมาชิกวุฒิสภาก็มีโอกาสได้หารือพูดคุยกัน

“โมเดล ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งประชาชนทางอ้อมสามารถทำได้ตามที่หลายภาคส่วนได้มีการเสนอโมเดลออกมา โดยไม่ได้เลือกตั้งโดยตรง เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาหรือขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ” นายพิสิษฐ์กล่าว

นายพิสิษฐ์กล่าวต่อว่า ผู้ที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีเพียงนักการเมือง ซึ่งส่วนตัวไม่มั่นใจว่าประชาชน ต้องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หรือทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ เพราะสิ่งที่เราเห็นคือนักการเมืองกลัว กลัวรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กลัวอยู่ 2 คำ สุจริตเป็นที่ประจักษ์ กับจริยธรรมอย่างร้ายแรง เป็น 2 คำที่นักการเมืองกลัวมาก ดังนั้น เขาจึงอยากแก้ ถามว่าประชาชนจะสนใจหรือไม่สุจริตเป็นที่ประจักษ์ หรือจริยธรรมอย่างร้ายแรง พบว่าไม่กระทบกระเทือน ถามว่านักการเมืองกลัวการรณรงค์มาก

Advertisement

เมื่อถามถึงข้อสังเกตความสัมพันธ์กับสมาชิกวุฒิสภาและบ้านใหญ่ทางการเมืองบุรีรัมย์ จนได้ชื่อว่าเป็น ส.ว.สีน้ำเงิน นายพิสิษฐ์กล่าวว่า เป็นความคิดเห็นของบุคคลอื่นที่มองกัน แต่ยืนยันว่าสมาชิกวุฒิสภาไม่ได้สังกัดพรรคการเมือง และตนก็ไม่ได้รู้จักนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ เป็นการส่วนตัว หรือนักการเมืองเป็นการส่วนตัว แต่การพูดคุยกันทุกอย่างอยู่บนหลักการ คือพรรคการเมืองเสนอร่างมา หากวุฒิสภาเห็นชอบด้วยก็พร้อมที่จะยกมือให้ ยืนยันไม่มีการล็อบบี้