หน้าแรก การเมือง คปท.จี้อุทธรณ...

คปท.จี้อุทธรณ์ คดี 112 ทักษิณ ฮึ่มไม่ทำโดน157 อสส.ขยายเวลาถึง 22 ต.ค.

22.09.25 | 11:21 น.

คปท.จี้อุทธรณ์ คดี 112 ทักษิณ ฮึ่มไม่ทำโดน157 อสส.ขยายเวลาถึง 22 ต.ค.

เมื่อวันที่ 22 กันยายน ที่สำนักอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ ตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และกลุ่มกองทัพธรรม นำโดยนายพิชิต ไชยมงคล และ น.ส.พวงทิพย์ บุญสนอง หรือทนายมิ้นท์ เข้ายื่นหนังสือขอให้อัยการสูงสุดพิจารณายื่นอุทธรณ์คดีความผิด ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ตกเป็นจำเลย และศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้องเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม และถ้ายื่นอุทธรณ์ไม่ทันขอให้ขยายระยะเวลาออกไป โดยมีนายศักดิ์เกษม นิไทรโยค โฆษกสำนักอัยการสูงสุดเป็นผู้รับ

โดยในวันนี้มีกลุ่มมวลชนราว 30 คน เดินทางเข้ามาร่วมยื่นหนังสือที่สำนักอัยการสูงสุดพร้อมกับชูป้ายสัญลักษณ์ต่างๆ ด้วย

ด้าน นายพิชิตกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยมาติดตามคดี ที่นายทักษิณตกเป็นจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งศาลพิพากษายกฟ้องนายทักษิณทั้ง 2 ข้อหา โดยในช่วงหนึ่งของคำพิพากษาศาลให้ความเห็นว่าทางอัยการนำสืบไม่สมภาระในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ทำให้ทั้งนักวิชาการ และคนไทยมีข้อสงสัย และมีคำถามว่าในฐานะที่อัยการเป็นโจทก์ได้มีการดำเนินการครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ รวมถึงเรื่องคลิปวิดีโอ ว่ามีการพิสูจน์ครบถ้วนจริงหรือไม่ หรือคลิปหลักฐานดังกล่าวมีการตัดต่อหรือไม่ และมองว่าอัยการอาจจะทำให้สำนวนในคดีนี้อ่อน ท้ายสุดแล้วทางศาลจะพิพากษาว่าอย่างไรก็อยากให้คดีไปถึงที่สุดก่อน ไม่ควรถึงแค่ศาลชั้นต้นเท่านั้น

เมื่อถามว่า ทางอัยการมีการขยายระยะเวลาไปเป็นวันที่ 22 ตุลาคม 2568 หากครบกำหนดแล้วยังไม่มีการยื่นอุทธรณ์จะมีการติดตามหรือไม่ นายพิชิตกล่าวว่า ทางเราติดตามเรื่องนี้อยู่แล้ว ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 22 ตุลาคม เราก็จะมีการติดตามเร่งรัด ให้อัยการส่งสำนวนที่มีความรัดกุมมากกว่านี้ ซึ่งถ้าหากทางอัยการไม่ยื่นอุทธรณ์อาจจะเข้าข่ายความผิด มาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อัยการอาจจะกลายเป็นจำเลยเสียเองเนื่องจากปฎิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ อัยการเองถือว่าเป็นทนายแผ่นดิน ต้องทำหน้าที่ปกป้องพระเกียรติภูมิให้ถึงที่สุด การไม่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ปกป้องพระเกียรติภูมิของพระมหากษัตริย์เป็นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จึงต้องต่อสู้คดีถึงที่สุดไม่ควรจบลงที่ศาลชั้นต้นควรให้เรื่องไปถึงศาลฎีกาเพื่อให้สิ้นความสงสัย

Advertisement

เมื่อถามว่า ขณะนี้นายทักษิณเองก็ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำแล้ว นายพิชิตกล่าวว่า เป็นคนละส่วนกัน ในคดีที่ถูกจำคุกเป็นคดีเกี่ยวกับการทุจริตและศาลสั่งให้กลับไปจำคุกเนื่องจากไม่ได้มีการจำคุกจริง เนื่องจากตัวนายทักษิณไปอยู่ชั้น 14 ของโรงพยาบาลตำรวจระหว่างคำพิพากษา ซึ่งผลจากคดีนั้นทำให้นายทักษิณอาจจะโดนคดีใน ป.ป.ช. เนื่องจากสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่มีการกระทำความผิด ซึ่งคดีมาตรา 112 ก็เป็นอีกคดีหนึ่งที่จะต้องมีการยื่นอุทธรณ์

ด้านนายศักดิ์เกษมกล่าวว่า ในขณะนี้ทางอัยการสูงสุดได้มีการขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปแล้ว โดยศาลอนุญาตเป็นวันที่ 22 ตุลาคม ส่วนเอกสารที่ผู้ร้องนำมายื่นในวันนี้จะนำเรียนให้กับอัยการสูงสุดต่อไป