กกต.แจงขั้นตอนทำ ‘ไพรมารีโหวต’ สรรหาผู้สมัคร ส.ส.เขต-ปาร์ตี้ลิสต์ วางกลไกหลัก 3 ข้อ เน้นมีส่วนร่วม โปร่งใส เท่าเทียม สกัดคนภายนอกยุ่งเกี่ยว ฝ่าฝืนเจอโทษหนัก
เมื่อวันที่ 22 กันยายน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่พรรคการเมืองและประชาชนทั่วไปเกี่ยวกับ ระบบ “ไพรมารีโหวต” (Primary Vote) หรือการเลือกตั้งขั้นต้น ซึ่งเป็นกระบวนการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่กฎหมายกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566
ไพรมารีโหวต คือการเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคการเมืองมีสิทธิแสดงความคิดเห็นให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคการเมือง เป็นการส่งเสริมให้สมาชิกพรรคการเมืองได้เข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งถือเป็นการยกระดับประชาธิปไตยภายในพรรคการเมือง และสร้างความโปร่งใสให้กับพรรคการเมือง
โดยหลักการสำคัญคือ 1.การมีส่วนร่วมของสมาชิกพรรค แสดงความคิดเห็นให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบผู้สมัคร 2.ความอิสระและโปร่งใส กระบวนการต้องไม่ถูกครอบงำจากบุคคลภายนอกหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง 3.ความเสมอภาค ต้องคำนึงถึงผู้สมัครจากทุกภูมิภาค และเปิดโอกาสทั้งชายและหญิงอย่างเท่าเทียม
สำหรับขั้นตอนการสรรหา ผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง {มาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566} พรรคการเมืองต้องให้หัวหน้าสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดจัดประชุมสมาชิกเพื่อรับฟังความคิดเห็นและให้สมาชิกให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ โดยมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 100 หรือ 50 คน ตามลำดับ
ผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ {มาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566} พรรคการเมืองต้องให้หัวหน้าสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดจัดประชุมสมาชิกเพื่อรับฟังความคิดเห็นและให้สมาชิกให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ โดยมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 100 หรือ 50 คน ตามลำดับ แสดงความคิดเห็นบุคคลในบัญชีรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาจัดทำ
ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลก่อนเสนอเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ข้อยกเว้น ตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560
และที่แก้ไขเพิ่มเติม
การสรรหาผู้สมัครไม่จำเป็นต้องทำไพรมารีโหวตในกรณีต่อไปนี้ 1.การเลือกตั้งแทนการเลือกตั้งที่เป็นโมฆะ 2.การเลือกตั้งใหม่กรณีไม่มีผู้ใดได้รับเลือกตั้ง 3.ผู้สมัครตายก่อนปิดการรับสมัครรับเลือกตั้ง
ส่วนข้อห้ามและบทลงโทษ ห้ามบุคคลภายนอกซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรคการเมืองเข้ามามีบทบาทในกระบวนการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน และปรับไม่เกิน 10,000 บาท และถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี
นอกจากนี้ หากพรรคการเมืองไม่ดำเนินการตามมาตรา 50 หรือ 51 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม คณะกรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่กล่าวโทษหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมืองต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี ตามกฎหมาย (มาตรา 56) การทำไพรมารีโหวตเป็นกลไกที่ยกระดับประชาธิปไตย เพราะทำให้สมาชิกพรรคการเมืองได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง สร้างความโปร่งใสในการเลือกผู้สมัคร และสะท้อนเจตจำนงที่แท้จริงของประชาชนในพรรคการเมือง
สำนักงาน กกต.ขอเน้นย้ำว่า พรรคการเมืองทุกพรรคควรเตรียมความพร้อมและปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้กระบวนการไพรมารีโหวตดำเนินไปอย่างสุจริต เที่ยงธรรม และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการเลือกตั้ง

