โค้งสุดท้ายเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ ‘อีฟ-จินณ์ตวรรณ’ ภท. ลุยเคาะประตูบ้าน ชูนโยบายปากท้อง-ชายแดน พร้อมตอกพรรคคู่แข่ง 2 ปีไร้ผลงาน ติดใจคลิปเสียงอังเคิล ด้าน ‘ภูริกา’ ขออาสาปกป้องเสียงคนยากคนจน ถึงเวลารวมพลังเลือกผู้แทนของ พท. ลั่นเสียงคนยากคนจนจะต้องไม่ถูกเหยียบย่ำ ต้องมีอำนาจมากกว่ารบ.เสียงข้างน้อย
เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่ จ.ศรีสะเกษ น.ส.จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล หรือ อีฟ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 เบอร์ 2 พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการเลือกตั้งโค้งสุดท้ายใน อ.ขุนหาญ และ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ว่าได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องด้วยรูปแบบ เคาะประตูบ้าน Door to Door พบปะพูดคุยกับชาวบ้านแบบตัวต่อตัว รับฟังปัญหาจริงจากพื้นที่ พร้อมประกาศจุดยืนไม่มีการเปิดด่าน เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนชายแดนอย่างแท้จริง

น.ส.จินณ์ตวรรณกล่าวต่อว่า การลงสมัครครั้งนี้ไม่ใช่แค่เสนอตัวบุคคล แต่คือการเสนอนโยบาย และความพร้อมทั้งตน และพรรคภูมิใจไทย ในฐานะแกนนำรัฐบาล เราพร้อมทำหน้าที่ในทุกบทบาท ไม่ว่าจะเป็นเสียงข้างมากหรือข้างน้อย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเป็นปากเสียงแทนพี่น้องศรีสะเกษ เขต 5 แก้ไขปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ ปุ๋ยแพง และการเยียวยาผลกระทบชายแดน
“วันนี้พี่น้องศรีสะเกษเขต 5 ศรีสะเกษ เห็นชัดเจนแล้วว่า การฝากความหวังไว้กับพรรคเพื่อไทยไม่ได้ แก้ปัญหาปากท้องไม่ได้จริง ซ้ำยังสร้างปัญหาความเชื่อมั่นจากกรณีความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ที่ขณะนี้ก็ยังไม่มีข้อยุติ ประชาชนที่อาศัยตามแนวชายแดนยังใช้ชีวิตอยู่แบบหวาดระแวง ในขณะที่ภูมิใจไทยยืนยันว่าเราไม่พูดลอย แต่ทำได้ ทำจริง ขอเชิญชวนพี่น้องศรีสะเกษใช้พลังจากปลายปากกา เลือกเบอร์ 2 พรรคภูมิใจไทย เพื่อเปลี่ยนทิศทางการเมืองของพื้นที่นี้ไปสู่เสถียรภาพและอนาคตที่มั่นคงกว่าเดิม” น.ส.จินณ์ตวรรณกล่าว

น.ส.จินณ์ตวรรณกล่าวว่า จากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านได้สะท้อนว่า คนในพื้นที่กังขาเพราะตลอด 2 ปีที่ผ่านมา สัมผัสความล้มเหลวของรัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทย ไม่สามารถแก้ปัญหาปากท้องได้ เศรษฐกิจถดถอย ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ มันสำปะหลังบางช่วงเหลือไม่ถึงกิโลกรัมละ 1 บาท ข้าวราคาต่ำสุดในรอบ 17 ปี และปัญหาชายแดนยังไร้ทิศทางแก้ไขที่ชัดเจน รวมถึงกรณีคลิปเสียงอังเคิล ยังทำให้เกิดความขัดแย้งและการสู้รบ และนำมาซึ่งความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินรวมถึงความกังวลจะเกิดสงครามมาถึงทุกวันนี้
ทั้งนี้ น.ส.ภูริกา สมหมาย ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย เบอร์ 1 จ.ศรีสะเกษ ก็ได้ลงพื้นที่พบปะชูนโยบายกับชาวบ้านทุกวัน ในโค้งสุดท้ายของศึกเลือกตั้งซ่อม พร้อมเน้นย้ำจุดยืนทางการเมือง ถึงแม้พรรคเพื่อไทยจะอยู่ในขั้วรัฐบาลหรือว่าฝ่ายค้าน แต่พร้อมจะยืนหยัดเคียงข้างประชาชน ทุกคะแนนเสียงของประชาชน จะต้องมีความหมาย ทุกนโยบายจะต้องมาจากปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก และต้องได้ใช้ประโยชน์จริง

น.ส.ภูริกากล่าวว่า ในเมื่อเสียงประชาชนข้างมาก จากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่มีความหมาย สุดท้ายได้รัฐบาลเสียงข้างน้อยมาบริหารประเทศ มองข้ามเสียงประชาชน ดูถูกเกียรติยศศักดิ์ศรีของประชาชน คนยากคนจน ถึงเวลาเราชาว อ.ขุนหาญกับ อ.สิงห์ จ.ศรีสะเกษ จะต้องแสดงออกถึงพลังอำนาจของประชาชน เลือก ภูริกา เบอร์ 1 ในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ศรีสะเกษ ในวันที่ 28 ก.ย. เพราะพรรคเพื่อไทยทุกยุคทุกสมัย เคารพการตัดสินใจของประชาชน ไม่เคยมองข้ามเสียงของประชาชน ทำหน้าที่ตามครรลองระบอบประชาธิปไตย ไม่เคยสร้างความบิดเบี้ยวให้กับประชาธิปไตย

น.ส.ภูริกากล่าวต่อว่า ที่สำคัญพรรคเพื่อไทยทุกยุคทุกสมัยมีนโยบายชัดเจน เข้าถึงประชาชนคนยากคนจน ประชาชนได้ใช้ประโยชน์จริง หลายครั้งพรรคเพื่อไทยถูกยุบพรรค ถูกรัฐประหาร เพราะให้อำนาจประชาชน ทำลายอำนาจทางการเมือง มาถึงวันนี้ถึงเวลาพี่น้องประชาชน จะต้องร่วมมือกับพรรคเพื่อไทย ปกป้องเกียรติยศศักดิ์ศรีของประชาชน คืนอำนาจประชาชน สนับสนุนพรรคเพื่อไทย พรรคการเมืองที่ยืนหยัดอยู่ข้างประชาชน เลือกตนเข้าไปทำงานกับพรรคเพื่อไทย สานต่อนโยบายพัฒนาที่เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน เพราะพรรคเพื่อไทย หัวใจคือประชาชน ไม่เคยทอดทิ้งประชาชน


