หน้าแรก การเมือง สภาฯวุ่น 3 พร...

สภาฯวุ่น 3 พรรคเหน็บกันนัว ใครไม่มา โหวตกม.อากาศสะอาด ภท.อัดพท. ใช้หาเสียงแท้ๆ ให้คนอื่นแบก

25.09.25 | 15:07 น.

สภาฯ เบรก ร่างกม.อากาศสะอาด หลังมีปัญหาองค์ประชุม “พท.” ชงให้ถก “ถนนสามเสนทรุด”หวังเสนอแนะทางออกให้ “อนุทิน” ไปแก้ปัญหาให้คนกรุง ทำ “ภท.-พท.-ปชน.”เหน็บกันนัว ใครทำองค์ประชุมไม่ครบ

เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 25 กันยายน 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายไชยา พรหมา รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งมี นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เป็นประธานกมธ. พิจารณาแล้วเสร็จ โดยใช้เวลาทำเนื้อหาสาระ นานกว่า 1 ปี 8 เดือน ก่อนเสนอให้สภาฯ พิจารณาวาระ 2 และวาระ 3

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับร่างพ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดนั้น กมธ.มีการแก้ไขเพิ่มเติม และเพิ่มบางมาตราขึ้นใหม่ ทำให้มีเนื้อหาเกือบ 300 มาตรา ทำให้นายไชยา แจ้งกับที่ประชุมก่อนเริ่มพิจารณาว่า เนื้อหาสาระมีผู้ขออภิปรายน้อย แต่ต้องใช้การลงมติเกือบทุกมาตรา

ผู้สื่อข่าวรายงาานว่า บรรยากาศของการประชุมต้องใช้เวลารอองค์ประชุมนานกว่า 5 นาที ตั้งแต่มาตราแรก จนถึงมาตรา 15 พบว่า มีผู้แสดงตนเป็นองค์ประชุมเกินกึ่งหนึ่งมาเพียง 6-7 เสียงเท่านั้น และเมื่อที่ประชุมได้พิจารณามาถึง มาตรา 16 พบว่า บรรยากาศการประชุมเริ่มตึงเครียด เนื่องจากต้องใช้เวลารอองค์ประชุมนานเกือบ 10 นาที และเลยเวลา 12.00 น.ทำให้ นพ.ภูมินทร์ ลีกิจธีรประเสริฐ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย หารือว่า ขอให้พักการประชุมเพื่อให้ไปรับประทานอาหารกลางวัน แต่หากที่ประชุมไม่พักตนจะขอพักเอง

ทั้งนี้ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า ตนไม่ขัดข้องที่จะพักการประชุม เพราะเห็นใจ ส.ส. แต่ตนชักเหลืออด ในห้องประชุม ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ส.ส.พรรคประชาชน นั่งครบ แต่พรรคไหนหายไปตนขอไม่พูด หากพักทานข้าวขอให้แจ้งส.ส.ทุกพรรคกลับมาเป็นองค์ประชุม มาร่วมทำกฎหมายที่ครม.ชุดที่แล้วเสนอ และคนที่นำไปหาเสียงไม่ใช่พรรคตน แต่พรรคตนต้องมาแบก ตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่่านมา

Advertisement

“หากทำแบบนี้ 50-60 คน ผมพร้อมถอนฟืนจากไฟ หากอะไรจะเกิดก็เกิด ในห้องประชุม กมธ.ที่นั่งอยู่เห็นแบบเดียวกัน แต่ประชาชนมองไม่เห็น ว่าใครที่หายไป ดังนั้นหากอยู่ในสภาพนี้ ขอให้ถอนออกไป หากกมธ.ตามพรรคพวกไม่ได้ ขอให้ถอน พร้อมเมื่อไรก็กลับมา สภาเหลือเวลาไม่มาก จะได้ใช้เวลาพิจารณากฎหมายฉบับอื่น ที่ส.ส.เห็นความสำคัญมากกว่านี้”นายกรวีร์ กล่าว

ขณะที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยลุกขึ้นชี้แจงว่า สส.พรรคเพื่อไทยเห็นความสำคัญกับร่างกฎหมายฉบับนี้ และสส.พร้อมอยู่ในห้องประชุม หากไม่พักประชุมต้องให้ ส.ส.หลับกันไป ทำให้นายไชยา กล่าวว่า ขอให้แสดงตนก่อน และจะพิจารณาว่าจะให้พักหรือไม่ ทั้งนี้พบว่าต้องใช้เวลารอสมาชิกแสดงตนเกือบ 10 นาที

ทำให้ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ยอมรับว่ากฎหมายฉบับนี้ ลงมติต่อเนื่องเยอะที่สุดตั้งแต่มีสภาฯมา ตนไม่มีปัญหาหากพักประชุม แต่ไม่มั่นใจว่าพักแล้วจะไม่หนี ดังนั้นตนขอว่าหากองค์ประชุมไม่ครบ ให้แจ้งและปิดประชุมจะได้รู้ว่าหายไปกี่คน

อย่างไรก็ตามเมื่อปิดการแสดงตน พบว่ามี ส.ส.มาแสดงตนเป็นองค์ประชุม 253 คน เกินองค์ประชุมที่ต้องใช้ 246 เสียง มาเพียง 7 เสียงเท่านั้น จากนั้นได้ลงมติผ่านมาตรา 16 ก่อนจะพักประชุมไป 40 นาที

เมื่อกลับมาประชุมอีกครั้ง นายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้ขอปรึกษากับที่ประชุมว่า ขอให้พักการพิจารณาร่างพ.ร.บ.บริหารจัดการอากาศสะอาดออกไปก่อน และเลื่อนไปประชุมสัปดาห์หน้า เพื่อให้สภาฯ หารือต่อปัญหาเฉพาะหน้า คือ ถนนสามเสน ช่วงหน้าวชิรพยาบาลทรุดเป็นหลุมลึก เพราะทำให้ประชาชนขวัญผวา และเป็นโอกาสที่สภาฯ จะหารือเสนอแนะให้ นายอนุทิน ชายวีรกูล นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้พิจารณาสิ่งที่เป็นประโยชน์คนกทม. รวมถึงขวัญกำลังใจ ความมั่นคงของวิศะกรรมของประเทศไทยในการสร้างรถไฟ

อย่างไรก็ตาม ส.ส.พรรคประชาชนเห็นแย้งและขอให้เดินหน้าต่อ โดย นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ปัญหาไม่ใช่อยู่ที่ว่า อากาศสะอาด หรือถนนทรุด อะไรสำคัญกว่ากัน แต่คือ พรรคเพื่อไทยไม่สามารถให้คนมาร่วมประชุมได้ ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้า ตนจับเวลาพบว่า แม้ไม่มีการอภิปราย แต่ต้องใช้เวลารอองค์ประชุม 3-8 นาที ดังนั้นเมื่อคิดเวลา 300 มาตรา ทำให้ต้องเสียเวลา ถึง15 ชั่วโมง เพื่อรอพรรคเพื่อไทยเป็นองค์ประชุม

ทำให้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โต้แย้งว่าตนแจ้งว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทย พยายามเป็นองค์ประชุม ให้ความร่วมมือ ตนอยากให้กฎหมายผ่าน และมีอีกหลายฉบับที่รอเข้าสู่วาระของสภาฯ แต่ไม่อยากให้กล่าวหากันเพราะไม่ถูกต้อง และในฐานะฝ่ายค้านได้รับผิดชอบต่อองค์ประชุม ไม่เหมือนบางพรรคที่ประกาศว่าอยู่อย่างไร้ตัวตนก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ ก่อนที่ประชุมจะโต้แย้งกันนานกว่านี้ นายไชยา วินิจฉัยว่าขอให้ที่ประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ. จนถึงส่วนที่ 3 ไปพอสมควร ก่อนจะเลื่อนการพิจารณาไปสัปดาห์ถัดไป เพื่อให้สภาฯ พิจารณาถึงประเด็นถนนทรุด

ทำให้นายจักรพล ชี้แจงว่าขอความร่วมมือสภาฯ พิจารณาเนื้อหา ซึ่งร่างกฎหมายนี้ทำมา 1 ปี 8 เดือน ผลักดันมานาน ยอมรับว่าเมื่อมีร่างกฎหมายเสนอมา 7 ฉบับต้องพิจารณาให้รอบคอบและมีมาตรากว่า 278 มาตรา ดังนั้นขอความร่วมมือให้ผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว อย่างไรก็ตามหากจะเลื่อนออกไปเป็นการประชุมครั้งถัดไป ก็ไม่ขัดข้อง