หน้าแรก การเมือง วิปเคาะแถลงนโ...

วิปเคาะแถลงนโยบายรบ. 29-30ก.ย. นี้ ครม. – พรรคร่วมรบ.ได้เวลารวมกัน 6 ชม. ฝ่ายค้านได้ทั้งหมด 15 ชม.

26.09.25 | 06:20 น.
แถลงนโยบายรบ.

วิปเคาะแถลงนโยบายรบ. 29-30ก.ย. นี้ ครม.-พรรคร่วมรบ.ได้เวลารวมกัน 6 ชม. ฝ่ายค้านได้ทั้งหมด 15 ชม.

เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เปิดเผยภายหลังการประชุมวิป 3 ฝ่าย วาระจัดสรรเวลาในการประชุมแถลงนโยบายของนายกรัฐมนตรี ว่า เบื้องต้นจะประชุมแถลงนโยบายในวันที่ 29-30 กันยายน เริ่มในเวลา 09.00 น. และในวันที่ 2 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอให้จบภายใน 18.00 น. เนื่องจากจะมีการประชุม ครม.นัดพิเศษ

ที่ประชุมยังได้หารือถึงวันประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะนี้มีพรรคการเมืองอย่างน้อย 3 พรรคได้เสนอร่างมาแล้ว ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทย เสนอมาตามแนวทางของศาลรัฐธรรมนูญ โดยจะประชุมในวันที่ 14-15 ตุลาคม

ด้าน น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการแบ่งเวลาว่า ครม.และพรรคร่วมรัฐบาลได้เวลารวมกัน 6 ชั่วโมง ไม่นับรวมนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย สมาชิกวุฒิสภา 3 ชั่วโมง พรรคร่วมฝ่ายค้านได้เวลาทั้งหมด 15 ชั่วโมง และประธานสภา 1 ชั่วโมง
นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้าน 15 ชั่วโมง แม้พรรคเพื่อไทยจะไม่เข้าร่วมวิปฝ่ายค้านแต่ได้แบ่งเวลาสัดส่วนที่เหมาะสม คือพรรคร่วมวิปฝ่ายค้าน 9 ชั่วโมง และพรรคเพื่อไทย 6 ชั่วโมง

ด้าน นายชูศักดิ์ ศิรินิล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยนายชูศักดิ์กล่าวว่า พรรค พท.ประกอบไปด้วย ส.ส. 113 คน ร่วมกันยื่นญัตติเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหมวด 15 ว่า ด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมเพื่อให้จัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่

การยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมคํานึง 1.รัฐธรรมนูญ 2560 ว่ามีข้อห้ามกี่ข้อ ต้องพิจารณาอย่างไร 2.คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หากไม่ดําเนินการตาม ท้ายที่สุดประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย มีคนไปยื่นคําร้อง ทําให้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ประสบความสําเร็จ

Advertisement

3.อดีตที่ผ่านมา เคยยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยกระบวนการสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาหลายครั้ง เนื่องจากคิดว่าการมีคนมาร่างรัฐธรรมนูญ โดยกระบวนการ ส.ส.ร.เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน 3 เรื่องนี้

คณะทํางานยังยกร่างของพรรค พท.มีข้อสรุปดังนี้ 1.ให้รัฐสภาแต่งตั้ง ส.ส.ร. ซึ่งจะพิสูจน์ว่าไม่ได้เลือก ส.ส.ร.โดยตรง แต่รัฐสภาเป็นคนเลือก หลังจากที่ประชาชนเลือกมาแล้ว และหากยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วยังคงต้องให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบ ในฐานะผู้ที่ริเริ่มการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เนื่องจากรัฐสภาไม่สามารถมอบองค์กรใดให้มายกร่างรัฐธรรมนูญแทนได้ การคุยกันนอกรอบของ 3 พรรคเห็นตรงกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่อาจจะเริ่มขึ้นหลังจากมีการทําประชามติ เมื่อยุบสภาและเมื่อมีการประกาศส่วนของการแก้ไข จะเริ่มกระบวนการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยการเลือกตั้ง ส.ส.ร.ตามกระบวนการที่กำหนดไว้

นายชูศักดิ์กล่าวด้วยว่า สำหรับการคัดเลือก ส.ส.ร.มาจาก 2 ส่วนคือ 1.ให้มี ส.ส.ร.จํานวน 100 คน โดยรัฐสภาเป็นผู้เลือก จากการที่ประชาชนเลือกมาทั้งหมด 300 คน มีหลักประกันว่าในหนึ่งจังหวัดต้องมี ส.ส.ร.อย่างน้อยหนึ่งคนเพื่อป้องกันการบล็อกโหวต การฮั้วกัน

2.คํานึงว่ามีองค์กรทั้งหลายที่อยู่ในรัฐธรรมนูญในสังคม ในกระบวนการบริหารราชการแผ่นดินมากมาย ทั้งองค์กรรัฐ เอกชน หรือองค์กรที่ให้ความเห็นเสนอแนะรัฐบาลต่างๆ คิดว่าควรให้องค์กรเหล่านี้มีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ จึงให้องค์กรวิชาชีพและสภาต่างๆ รวมไปถึงมหาวิทยาลัย นิสิตนักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมด้วย โดยจะให้องค์กรเหล่านี้เลือกเสนอชื่อบุคคลเข้ามา ท้ายที่สุดคาดว่าจะได้บุคคลที่มาเป็น ส.ส.ร.ประมาณ 51 คน รวม 2 ส่วนเป็นจำนวน 151 คน คนเหล่านี้จะมีหน้าที่มาจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แน่นอนว่าอาจไม่ใช่บุคคลที่มีความรู้ความสามารถเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ แต่สามารถไปตั้งคณะกรรมาธิการจากผู้ทรงคุณวุฒิมายกร่างรัฐธรรมนูญได้ เนื่องจากวินิจฉัยไว้ว่าจะให้ ส.ส.ร.ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาแล้วประกาศใช้เลยไม่ได้ จึงให้กลับมาขอรัฐสภาให้ความเห็นชอบและไปทําประชามติ เพื่อประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่