หน้าแรก การเมือง อนุทิน นำ รมต...

อนุทิน นำ รมต.เข้ามหาดไทยวันแรก ขรก.ตบเท้ารับคึกคัก ย้ำ ขอให้แน่นแฟ้นขึ้น ที่แล้วก็แล้วไป

26.09.25 | 16:51 น.

“อนุทิน​” เข้ามท.วันแรก​มอบนโยบาย​ขรก. ชี้จากไป 2 เดือนมีความพยายามใช้อำนาจการเมืองโยกย้ายขรก. ย้ำ​ถ้าวันนั้นไม่จากไป​ คงไม่มีวันนี้ที่กลับมา​ ขอ​ยึดหลักซื่อสัตย์สุจริต ไม่เกรงกลัวอำนาจ พร้อมรักษาความสัมพั​นธ์​สนับสนุนงานกัน​ ก่อนทิ้งท้ายเนื้อเพลง​ “ที่แล้วก็แล้วไป”

เมื่อเวลา 14.50 น. วันที่ 26 กันยายน นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย พร้อมด้วย​นายทรงศักดิ์ ทองศรี นายศักดิ์ดา​ วิเชียรศิลป์​ และ นางสาวศศิธร​ กิตติธรกุล​ รมช.มหาดไทย เข้ากระทรวงมหาดไทยวันแรก หลังเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ​เพื่อมอบนโยบาย​ โดยมีนายอรรษิษฐ์​ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย​ และข้าราชการระดับสูง ให้การต้อนรับ

นายอนุทิน กล่าวมอบนโยบายว่า​ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ ตนดำรงตำแหน่งเป็นนายกฯ และรมว.มหาดไทย พร้อมทั้งรมช.มหาดไทยในครั้งนี้ เรารู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้​ และตั้งใจไว้ว่าจะทำงานสนองพระเดช​พระคุณอย่างสุดความสามารถร่วมกับพวกท่าน เหนือสิ่งอื่นใดตนมีความยินดี ดีใจที่ได้กลับมาพบกับทุกท่านอีกครั้งในกระทรวงมหาดไทยแห่งนี้ ในขณะที่ตนพักร้อนไป 2 เดือนกว่า ได้ทราบว่ามีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายไม่ว่าจะเป็นการโยกย้ายข้าราชการ มีความพยายามใช้อำนาจทางการเมือง เพื่อให้เกิดการกระทำในสิ่งต่างๆ สิ่งที่ได้เกิดขึ้นนั้นเป็นเครื่องเตือนใจว่าการเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ว่าผู้บริหารระดับสูง ใครจะมาใครจะไป สิ่งที่พวกท่านทั้งหลายในฐานะที่เป็นข้าราชการฝ่ายประจำ ควรจะต้องยึดมั่น ตั้งมั่นและยึดถือให้ไม่เสื่อมคลาย คือการมีความซื่อตรงต่อหน้าที่ การรักษาศักดิ์ศรีความเป็นข้าราชการ ความคงเส้นคงวา และรักษาศักดิ์ศรีขององค์กร ซึ่งศักดิ์ศรีเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อพวกเราทุกคนปฏิบัติตามภารกิจหน้าที่ตามกฎหมาย กฎระเบียบ โดยดำเนินการทุกอย่างบนประโยชน์ของประเทศของรัฐบาลของกระทรวงมหาดไทย และของประชาชนซึ่งมีราษฎรเป็นที่ตั้ง

นายอนุทิน กล่าวว่า ตนมีความภาคภูมิใจที่ท่านทั้งหลายได้ร่วมกันทำงานและยึดถือสิ่งที่ถือร่วมกันมา และสิ่งเดียวที่ตนอยากจะขอจากท่าน คือขอให้รักษาหลักการนี้ต่อไป ขอให้วัฒนธรรมของกระทรวงมหาดไทยในทุกระดับให้เป็นวัฒนธรรมแห่งความเป็นมืออาชีพ มีความซื่อสัตย์สุจริตอย่างเคร่งครัด ไม่ต้องเกรงกลัวต่ออำนาจใดๆ ที่เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง หรือต้องไม่ถูกล่อใจด้วยผลประโยชน์สิ่งอื่นใด ที่ทำให้เจตนารมณ์และอุดมการณ์ของท่านต้องโอนอ่อน เพราะไม่ว่าจะเป็นฝ่ายข้าราชการหรือฝ่ายบริหารอย่างตน เรามีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือธำรงไว้ซึ่งสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน

Advertisement

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า สำหรับนโยบายของกระทรวงมหาดไทยในระยะเวลา 4 เดือนข้างหน้านี้ ตนคิดว่าทุกท่านที่อยู่ในห้องนี้และที่ร่วมประชุมผ่านเทเลคอนเฟอร์เรนซ์ ยังเป็นบุคคลหน้าเดิม อาจมีเปลี่ยนแปลงบ้างในบางตำแหน่ง แต่ก็ล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่คุ้นหน้าคุ้นตา มีความสนิทสนมรักใคร่ปรองดองกับตนเป็นอย่างดี ที่เคยทำกันมาเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาก็ให้เป็นไปตามนั้น เพียงแต่ขอให้เพิ่มความเร่ง และมีประเด็นที่เราอาจต้องให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษคือปัญหาเรื่องชายแดนไทยกัมพูชา จะไม่มีการเจรจาอะไรที่เป็นภัยต่อประเทศ เพราะฉะนั้นเรื่องของการเปิดด่านไม่ว่าจะเป็นด่านชั่วคราวหรือถาวรจะไม่มีวันเกิดขึ้น จนกว่าจะมีการเจรจาที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย และประชาชนชาวไทยได้เป็นที่ยอมรับ และเป็นที่พึงพอใจของประชาชนคนไทยทั้งหมด

นายอนุทิน กล่าวว่า ดังนั้นพวกเราทุกคนจะต้องใช้ช่วงระยะเวลานี้ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งอดทน และสนับสนุนเกื้อกูลซึ่งกันและกัน โดยขอให้ทางฝ่ายปกครอง อย่างที่ตนเคยกล่าวก่อนพ้นตำแหน่งไป อยากให้ฝ่ายปกครองได้ทำหน้าที่เป็นกำลังสนับสนุนฝ่ายทหารและกองทัพ ซึ่งเขาจะได้ทำหน้าที่ในสมรภูมิชายแดน ป้องกันอธิปไตยของประเทศโดยที่ไม่ต้องมีความกังวลว่าแนวหลังของเขาจะเป็นอย่างไร ฝ่ายปกครองจะต้องทำหน้าที่รักษาเยียวยาจิตใจ ดูแลให้ความสะดวก และปกป้องภัยอันตรายจากประชาชนที่เป็นแนวหลัง เราอาจจะมีเหตุการณ์อะไรที่คาดการณ์ไม่ได้ และไม่พึงประสงค์ แต่หากเกิดขึ้นขอให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย สั่งการอย่างสุดอำนาจที่มีอยู่ เพื่อดูแลสารทุกข์สุขดิบของประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแนวชายแดน มีจุดเชื่อมต่อกับกัมพูชา ส่วนนโยบายอื่นๆ เราได้ปฏิบัติกันอยู่แล้ว ตนก็ขอให้ความชื่นชม เมื่อใดก็ตามที่ประเทศมีภัย กระทรวงมหาดไทยคือคนแรกที่อยู่กับประชาชน ตนได้เห็นการปฏิบัติงานด้วยความวิริยะอุตสาหะของข้าราชการทุกท่าน รวมถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ได้ทุ่มเทกำลังกายกำลังใจ อย่างสุดความสามารถทุกอย่างเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาที่รุมเร้าประเทศ

นายอนุทิน กล่าวว่า ปัญหาเหล่านี้ล้วนแต่มีความเกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย ทั้งปัญหาความมั่นคง ชายแดน ยาเสพติดและภัยพิบัติ ตนได้ประกาศไปว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้จะทำงานโดยไม่มีวันหยุด ตนไม่ได้คาดหวังสิ่งเดียวกันจากท่าน แต่ขอให้ได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพราะสมัยที่ตนได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับท่าน ก็เห็นว่ามีความมุมานะ ไม่ว่าวันนั้นจะเป็นวันหยุดหรือวันทำงาน ขอให้สิ่งเหล่านี้กลับมาบังเกิดขึ้นอีกต่อไป เพื่อประโยชน์ของประชาชน จิตวิญญาณของเราคือการให้ความสำคัญ อยากให้ความสำคัญกับงานบำบัดทุกข์บำรุงสุข ทำให้ประชาชนมีความสมบูรณ์พูนสุข ด้วยความทันสมัย ทันโลก และทันเหตุการณ์ทันท่วงที

เราไม่ได้มาพบกันเป็นครั้งแรก หากวันนั้นไม่ได้ออกไป วันนี้คงไม่ได้กลับมา เรามีภารกิจที่ห่างเหินกันไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง ขอให้ความรักความผูกพัน ไม่ใช่เหมือนเดิมแต่ขอให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น ศึกษาวิธีการทำงานและความเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี รักษาความสัมพันธ์และสายใย ให้ความสำคัญกับความผูกพันที่เรามีต่อกัน ตลอดเวลา เพื่อที่เราจะปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันด้วยความไว้วางใจความจริงใจ เพื่อประชาชนสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาสูงสุดของพวกเรา” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าคณะรัฐมนตรีได้รับทราบมาแล้วว่าจะมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อที่รัฐมนตรีทุกคนจะได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสมบูรณ์ โดยจะมีการแถลงนโยบายและรับฟังการอภิปรายจากสมาชิกในวันที่ 29 -30 ก.ย. ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยจัดเตรียมความพร้อมในเรื่องข้อมูลต่างๆ หากมีข้อสงสัยจากสมาชิกรัฐสภา พวกตนทุกคนก็เหมือนเดิมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย ในอีกสถานะหนึ่ง ถึงแม้จะไม่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็มีพื้นที่รับผิดชอบ ที่รัฐมนตรีแต่ละท่านจะต้องไปรับผิดชอบในนามของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย จึงขอให้ทุกท่านให้ความสำคัญ ทั้งนี้ ทุกอย่างไม่มีอะไรค้างคาใจกัน ไม่มีอะไรที่จะมาทักท้วงหรือว่ามาทวงสัญญาอะไรกัน ขอให้มองไปข้างหน้า ไม่ต้องมองไปข้างหลัง ขออนุญาตนำท่อนหนึ่งของเพลงเต๋อ เรวัต มอบให้กับทุกคน คือที่แล้วก็แล้วไป ไม่ตะขิดตะขวงใจ​ ถึงอย่างไรก็จริงใจต่อกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่กระทรวงมหาดไทยเป็นไปอย่างคึกคัก บรรดาครอบครัวของรัฐมนตรีและข้าราชการ ต่างพากันมาแสดงความยินดี​ รวมไปถึงมีการเปลี่ยนป้ายชื่อรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม การเข้ามาดำรงตำแหน่งของนายอนุทิน​ เป็นรมว.มหาดไทยในครั้งนี้ ถือเป็นสมัยที่ 3 ของนายอนุทิน และสมัยที่ 68 หลังจากที่ดำรงตำแหน่งในสมัยรัฐบาลนายเศรษฐา​ ทวีสิน​ และ น.ส.แพทองธาร​ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งตรงกับทะเบียนรถที่ย้ายเทพนรสิงห์ออกจากอาคารแสงอาทิตย์ไปยังตึกไทยคู่ฟ้าเมื่อช่วงเช้า