หน้าแรก การเมือง อนุทิน นำคณะต...

อนุทิน นำคณะตรวจน้ำอยุธยา ยาหอมงบแสนล้านช่วยชาวบ้าน แก้ท่วมซ้ำซากลุ่มเจ้าพระยาผันลงอ่าวไทยใช้เวลา 7 ปี

28.09.25 | 06:00 น.

อนุทิน นำคณะตรวจน้ำอยุธยา ยาหอมงบแสนล้านช่วยชาวบ้าน แก้ท่วมซ้ำซากลุ่มเจ้าพระยาผันลงอ่าวไทยใช้เวลา 7 ปี


ทั้งนี้เมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่วัดโคกหิรัญ ต.บางชะนี อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายสุรศักดิ์ พันเจริญวรกุล รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายทรงศักดิ์ ทองศรี นายศักดา วิเชียรศรี น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล รมช.มหาดไทย นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 พรรคประชาชน และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำท่วม โดยมี นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา ให้การต้อนรับ

นายอนุทินกล่าวว่า จ.พระนครศรีอยุธยามีน้ำท่วมซ้ำซาก เป็นพื้นที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำทำให้ระบบการระบายน้ำลงสู่ท้องทะเลได้ยากและแม่น้ำเจ้าพระยามีลักษณะเป็นคอขวด การไหลระบายน้ำช้าลง ส่งผลให้น้ำล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ เราพยายามสู้กับธรรมชาติมาโดยตลอด จะใช้ สทนช.จัดการบริหารสถานการณ์น้ำท่วม

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาระยะยาว ทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะก่อสร้างคลองระบายน้ำบางบาล บางไทร ให้แล้วเสร็จภายในปี 2569 ระบายน้ำได้ 1,200 ลูกบาศก์เมตร/วินาที หากแล้วเสร็จลุล่วงภายในปีหน้า น้ำจะไม่ท่วม จ.พระนครศรีอยุธยา ต้องการให้ทุกอย่างเกิดความสะดวกสบายแก่ประชาชน ทั้งสาธารณูปโภค และการปรับปรุงระบบชลประทานฝั่งตะวันออกตอนล่าง ทำให้เกิดการระบายน้ำ ตั้งแต่ จ.ชัยนาท แม่น้ำป่าสัก ไหลไปลงอ่าวไทย เบื้องต้นได้ดูแผนแล้วคงใช้ระยะเวลาประมาณ 7 ปี และใช้งบกว่า 1 แสนล้านบาท ในระยะเวลา 7 ปีเฉลี่ยแล้วตกปีละหมื่นกว่าล้านบาท เทียบเท่ากับงบประมาณในการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ตกปีละหมื่นกว่าล้านบาทเช่นเดียวกัน โครงการนี้จะทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาไหลลงอ่าวไทยลงสู่ทะเล

Advertisement

“ทั้งนี้ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติขอให้รัฐบาลเร่งรัดสนับสนุนการขุดลอกแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ท้ายเขื่อนใน จ.ชัยนาทและแม่น้ำท่าจีน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ รัฐบาลจะถือโอกาสนี้เร่งแก้ไขปัญหา บางแห่งต้องไปพึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย”นายอนุทินกล่าว