‘ส.ว.เทวฤทธิ์’ ชี้ช่องศาล รธน.ห้ามรัฐสภาให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ได้ห้ามรัฐบาลทำ แนะพิสูจน์ความจริงใจ ถามประชามติว่าประชาชนอยากเลือก ส.ส.ร.โดยตรงหรือไม่
เมื่อเวลา 14.10 น. วันที่ 29 กันยายน ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เป็นพิเศษ เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย ส.ว. อภิปรายนโยบายของรัฐบาลในส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า มี 3 ประเด็นฝากส่งถึงรัฐบาล ได้แก่ 1.ฝากขอโอกาสให้ประชาชนสามารถเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงได้ ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยมา 3 สัปดาห์ มีปมที่ 3 พรรคการเมืองพยายามแก้ไข คือศาลวินิจฉัยว่ารัฐสภาไม่สามารถให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง สิ่งนั้นเป็นเพียงจดหมายข่าวของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ยังไม่ใช่คำวินิจฉัยฉบับเต็ม วันที่ 14-15 ต.ค.นี้ รัฐสภาจะพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 ของทั้ง 3 พรรคการเมือง อย่างน้อยที่สุดอยากวิงวอนไปยังเพื่อนสมาชิกรัฐสภาว่าอย่าเพิ่งปิดโอกาสให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาจากการเลือกตั้งโดยตรง
นายเทวฤทธิ์กล่าวต่อว่า ถ้าย้อนดูคำวินิจฉัยที่เราตั้งสมมุติฐานว่าเป็นคำแถม ไม่ใช่คำถามของผู้ถามว่า “รัฐสภาไม่อาจ” แต่ไม่ได้กำหนดว่ารัฐบาลจะทำไม่ได้ ดังนั้น เป็นไปได้หรือไม่ที่รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีที่บอกว่าประชาชนมีบุญคุณ และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ก็บอกว่าต้องทำประชามติเพื่อพิสูจน์ว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ดังนั้น เราพิสูจน์กันเลยดีหรือไม่ เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 4/2564 ระบุว่าอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน ก็ควรถามในประชามติที่จัดทำพร้อมการเลือกตั้งว่าประชาชนประสงค์จะเลือกตั้ง ส.ส.ร.โดยตรงเองหรือไม่
“ตรงนี้จะเป็นการพิสูจน์ว่า เรามองประชาชนเป็นผู้มีบุญคุณ เป็นผู้มีอำนาจอธิปไตย มีอำนาจในการสถาปนารัฐธรรมนูญจริงหรือเปล่า ผมคิดว่าเป็นภาระที่รัฐบาลรักษาการต้องทำ” นายเทวฤทธิ์กล่าว
นายเทวฤทธิ์กล่าวว่า 2.การทำประชามติ สิ่งที่จะการันตีว่าจะเป็นประชามติอย่างแท้จริง บรรยากาศต้องเสรีและเป็นธรรม สิ่งนี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้ รัฐบาลต้องสร้างบรรยากาศเหล่านั้น จะอยู่เฉยมิได้ หากย้อนไปเมื่อประชามติ ปี 2559 ก็มีกลไกองคาพยพของรัฐต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักรู้และออกมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติ และ 3.เรียกร้องให้รัฐบาลต้องมี Action Plan ว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิออกเสียงประชามติได้อย่างเสรีและเป็นธรรม อย่างน้อยภายในวันที่ 20 มกราคม ต้องมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการออกเสียงประชามติแล้ว เวลาเหลือน้อย รัฐบาลต้องมีความจริงใจกับประชาชน

