จุลพงศ์ ชี้ คดีเขากระโดงควรจบนานแล้ว แต่ถูกเตะถ่วงใช้เป็นเครื่องมือต่อรองการเมือง จี้ พิพัฒน์ เร่งรฟท.ฟ้องเพิกถอน พิสูจน์รัฐบาลนี้ยึดหลักนิติธรรมหรือใช้ระบบพวกพ้อง
เมื่อเวลา 15.05 น. วันที่ 29 กันยายน ในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายจุลพงศ์ อยู่เกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายถึงกรณีคดีที่ดินเขากระโดง ว่า หนึ่งในสามนโยบายหลักที่รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวไว้ คือนโยบายยึดมั่นในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและการบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล เหมาะเจาะมากที่ท่านเขียนนโยบายนี้ลงในคำแถลง เพราะเมื่อคุณอนุทินขึ้นมาเป็นนายกฯคนใหม่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายคนจับตาดูว่าการบังคับใช้กฎหมายและหลักนิติธรรมในยุคของท่านจะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ เรื่องที่ดินเขากระโดงที่จริงควรจบไปนานแล้ว คำพิพากษาทุกศาล ทั้งศาลยุติธรรมและศาลปกครอง ยืนยันว่าที่ดินเขากระโดงเป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แต่ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาเหมือนจงใจเตะถ่วงและปล่อยให้เรื่องนี้คาราคาซังอยู่ที่เดิมมานับสิบๆ ปี เดี๋ยวการรถไฟฯก็ไปร้องกรมที่ดิน เดี๋ยวกรมที่ดินก็ตั้งคณะกรรมการแล้วสรุปว่าไม่เพิกถอน ให้การรถไฟฯไปฟ้องศาลเพิกถอนโฉนดเอาเอง การรถไฟฯก็ไม่ยอมฟ้องเพิกถอน แต่เดินอ้อมไปฟ้องศาลปกครองให้กรมที่ดินเพิกถอนโฉนดเอง แล้วก็เอาเรื่องนี้มากดดันหรือต่อรองทางการเมือง
นายจุลพงศ์กล่าวต่อว่า จนถึงตอนนี้กรมที่ดินยังไม่ยอมใช้อำนาจทางปกครองเพิกถอนโฉนดคืนให้กับการรถไฟฯ แล้วรอศาลปกครองว่าจะสั่งให้กรมที่ดินต้องเพิกถอนทั้ง 995 แปลง หรือบางแปลงทันที หรือจะให้ทำอย่างไร ซึ่งถ้าศาลปกครองสั่งให้กรมที่ดินตั้งกรรมการเพื่อเพิกถอนโฉนด มันก็จะวนไปเหมือนเดิมอีก ส่วนกรณีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม ที่เพิ่งออกมาประกาศเมื่อสัปดาห์ก่อน ว่าจะให้การรถไฟฯฟ้องเป็นคดีแพ่งเพื่อเพิกถอนโฉนดรายแปลงบนที่เขากระโดงทั้ง 995 แปลง รวมเนื้อที่ 5,000 กว่าไร่นั้น ตนคิดว่ากำลังทำให้เป็นเรื่องใหญ่เกินไป สร้างแรงต่อต้านจากชาวบ้านจำนวนมาก ดังนั้น ระหว่างกรมที่ดินรอคำสั่งจากศาลปกครอง ตนขอเสนอให้นายกฯและ รมว.คมนาคม คนใหม่ แทนที่จะสั่งฟ้องเหมาเข่งทีเดียว 900 กว่าแปลง ท่านต้องจัดลำดับความสำคัญ โดยให้การรถไฟฯฟ้องเพิกถอนโฉนดบางแปลงที่ชัดเจนแล้วว่าเป็นที่ดินรถไฟแน่นอน 100% ก่อน การรถไฟฯสามารถฟ้องได้เลยทันทีภายใน 4 เดือนนี้ ชนะคดีแน่นอน แล้วเมื่อมีคำสั่งจากศาลยุติธรรมเป็นรายแปลง อย่างไรกรมที่ดินก็ปฏิเสธไม่ได้
นายจุลพงศ์กล่าวว่า ขอยกตัวอย่างที่ดิน 2 แปลง ที่เป็นจุดเริ่มต้นของมหากาพย์เขากระโดง คือที่ดินแปลง 3466 และที่ดินแปลง 8564 รวมกัน 44 ไร่ ถ้าจะเอาที่ดินเขากระโดงคืนให้การรถไฟฯ ต้องเริ่มจากที่ดิน 2 แปลงนี้ ซึ่งที่จริงเรื่องนี้ควรจะจบตั้งแต่ปี 2554 เพราะในปีนั้นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้ว่าการออกโฉนดที่ดินแปลง 3466 และ 8564 นั้นมิชอบด้วยกฏหมาย เป็นการออกโฉนดทับที่ดินของการรถไฟฯ แต่ปรากฏว่าพอ ป.ป.ช.บอกดังนั้น กรมที่ดินก็ดื้อไม่ยอมเพิกถอน กลับดึงเรื่องไปถามอัยการสูงสุดว่าตัวเองต้องทำอย่างไร อัยการสูงสุดเลยตอบกลับกรมที่ดินว่าให้ไปแจ้งการรถไฟฯ ในฐานะผู้เสียหาย ให้การรถไฟฯไปฟ้องศาลเอาที่ดิน 2 แปลงนั้นคืน แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร การรถไฟฯไม่ยอมไปฟ้องเสียที กรมที่ดินไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง การรถไฟฯไม่ยอมฟ้องเอาที่ดินคืนมา ทุกรัฐบาลตั้งแต่สมัยนายกฯ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายเศรษฐา ทวีสิน และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ต้องรอจนกระทั่งพรรคภูมิใจไทยพ้นจากพรรคร่วมรัฐบาล ก่อนหน้านี้กระทรวงมหาดไทยถึงทำท่าเอาจริงเอาจัง ตั้งโต๊ะแถลงข่าวดิบดีเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ว่าจะเพิกถอนโฉนดที่ดินเขากระโดงทั้งหมด
นายจุลพงศ์กล่าวอีกว่า เหมือนเรื่องจะจบลงด้วยดี แต่สุดท้ายไม่มี เพราะเรื่องแดงออกมาว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีต รมว.มหาดไทย ไม่ได้มีคำสั่งให้เพิกถอนที่ดินเขากระโดงแม้แต่คำเดียว ส่วน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีต รมว.คมนาคม คนก่อนหน้านี้ ก็เกรงอกเกรงใจไม่สั่งให้การรถไฟฯฟ้องศาลเพิกถอนโฉนดที่ดินเองเสียที วนกลับไปศาลปกครองอีก ล่าสุด ยังไม่ทันโปรดเกล้าฯนายกฯคนใหม่เสียด้วยซ้ำ ข้าราชการมหาดไทยก็ดาหน้ากันออกมาปกป้องที่ดินเขากระโดง ทั้งปลัดกระทรวงมหาดไทย รองปลัดกระทรวงที่เคยเป็นอธิบดีกรมที่ดินควงคู่กับอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ รีบตั้งโต๊ะแถลงเลยว่าไม่เพิกถอนแล้ว จะรอศาลปกครองตัดสินคดีที่การรถไฟฯไปฟ้องมหาดไทย ดังนั้น ระหว่างรอศาลปกครอง ตนขอย้ำว่าสิ่งที่รัฐบาลชุดใหม่สามารถทำได้ทันทีใน 4 เดือนนี้ หลังจากแถลงนโยบายครั้งนี้เสร็จ รมว.คมนาคม สามารถสั่งการให้การรถไฟฯเริ่มฟ้องเพิกถอนที่ดินทั้ง 2 แปลงนี้ได้ทันที คือแปลง 3466 และแปลง 8564 โดยเหตุผลที่ตนเสนอให้การรถไฟฯไปฟ้องร้องเพิกถอนที่ดินกับศาลยุติธรรมได้เลย เพราะเคยมีกรณีที่การรถไฟฯชนะคดีในศาลฎีกามาแล้วตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8027/2561
“หากนายกฯและรัฐบาลชุดนี้มีความจริงใจที่จะทำให้ปัญหาที่ดินเขากระโดงได้ข้อยุติและไม่เป็นที่กังขา ไม่ต้องไล่ฟ้องทั้ง 995 แปลง ตามที่ รมว.คมนาคม ออกมาให้สัมภาษณ์ขึงขังเมื่อสัปดาห์ก่อน ผมขอเสนอให้นายกฯอนุทิน หรือรัฐมนตรีพิพัฒน์ ประกาศ ณ ตรงนี้เลยว่าจะให้การรถไฟฯดำเนินการฟ้องเพิกถอนโฉนดที่ดิน 2 แปลง ที่ ป.ป.ช.ชี้แล้วว่าออกโฉนดโดยมิชอบ ถ้าศาลตัดสินจนถึงที่สุดว่าที่ดินเป็นของการรถไฟฯ รัฐก็ได้ที่ดินคืนมา แต่ถ้าศาลตัดสินเป็นอย่างอื่น เรื่องจะได้จบ เรื่องนี้ไม่ยากเกินความสามารถ เพราะการรถไฟฯมีพยานหลักฐานและแนวทางการต่อสู้คดีที่เคยทำให้ชนะคดีในศาลฎีกามาแล้ว ที่สำคัญเรื่องที่ดินเขากระโดงจะเป็นข้อพิสูจน์อย่างดีเลยว่ารัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน จะบริหารบ้านเมืองภายใต้หลักนิติธรรม หรือใช้ระบบพวกพ้องกันแน่” นายจุลพงศ์กล่าว

