หน้าแรก การเมือง พท. อัด &#821...

พท. อัด ‘อนุทิน-ธรรมนัส’ เปิดช่องนำเข้าพืช GMO จ่อยื่น ปปช.เอาผิด – ‘ธรรมนัส’ พร้อมแจง

29.09.25 | 23:01 น.

“วรวัจน์” อัด “อนุทิน-ธรรมนัส” เปิดช่องนำเข้าพืช GMO ทำลายราคาสินค้าเกษตร ทำประเทศสูญรายได้มหาศาล เตรียมยื่นร้อง ปปช.-ศาลจังหวัด-ศาลปกครอง-ศาล รธน. ฟันเอาผิด พร้อมขอ ปชช.ร่วมลงชื่อยุติประกาศ ด้าน ธรรมนัส พร้อมแจงสภา บอกเป็นนักการเมืองต้องพร้อมรับซักฟอก

เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 ) เป็นพิเศษ มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญ

จากนั้นเวลา 20.45 น. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สส.แพร่ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า 15 ปีที่ผ่านมา เงินที่ควรจะอยู่ในกระเป๋าของเกษตรกรไทย กลับถูกสูบออกไปเหมือนเราถูกใช้เป็นตู้เอทีเอ็มของบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างชาติ หรือทุนใหญ่ในประเทศปีละกว่า 60,000 ล้านบาท นี่ไม่ใช่ตัวเลขเล่นๆ แต่มันคือเลือดเนื้อ น้ำพักน้ำแรง และอนาคตของลูกหลานคนไทย ที่ถูกสูบเลือดสูบเนื้อในชื่อสวยหรูว่า ‘การพัฒนาเพื่ออุตสาหกรรม’

โดยทั้งหมดนี้เริ่มต้นเมื่อปี 53 พรรคภูมิใจไทย โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคเข้าร่วมรัฐบาล และได้ส่ง นายศุภชัย โพธิ์สุ ไปเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเป็นคนเซ็นต์ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับที่ 10/2553 ซึ่งปรากฏว่า ขัดต่อ พ.ร.บ.กักพืชปี 2507 ที่เป็นกฎหมายแม่อย่างชัดเจน เพราะว่า พ.ร.บ.กักพืช ห้ามนําเข้าพืชตัดต่อพันธุกรรมเข้ามาภายในประเทศไทยอนุญาตให้นําเข้ามาได้เฉพาะเพื่อการวิจัยและการทดลองเท่านั้น

นายวรวัจน์ กล่าวว่า ประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่นายศุภชัยเซ็นนั้น อนุญาตให้นําพืชตัดต่อพันธุกรรมให้นําเข้าไปใช้ในอุตสาหกรรมได้ นี่จึงเป็นการเปิดประตูผิดกฎหมาย และนี่คือจุดเริ่มต้นของความหายนะของเกษตรกรไทย ที่ทําให้เงินทุนไทยและเงินของเกษตรกรไทยรั่วไหลเกินกว่า 900,000 ล้านบาทใน 15 ปีที่ผ่านมา วันนี้กระบอกสูบที่แข็งแรง อันที่ 2 ก็แล้วถูกยื่นออกมาสูบเลือดสูบเนื้อของพี่น้องเกษตรกรไทยอีกครั้งนึง เป็นพืชตัดต่อพันธุกรรมที่ชื่อ Genome Edited โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้เซ็นประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงวันที่ 11 ก.ค. 2567 เรื่องการรับรองสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาจากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนมเพื่อใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตร ซึ่งก็คือ พันธุกรรมที่ขัดต่อกฎหมายคือ พ.ร.บ.กักพืชปี 2507 อย่างชัดเจน

Advertisement

พูดให้ชัดๆ คือ ข้าวโพดประเทศไทยมีความต้องการใช้ปีละ 9 ล้านตัน แต่พี่น้องเกษตรกร ผลิตได้เพียง 5 ล้านตัน จริงๆแล้วราคาจะต้องขึ้นไปสูงกว่านี้เพราะขาดแคลน แต่มีการนําเข้าพืช GMO พืชอุตสาหกรรม อีกประมาณปีละ 2.6 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 26,000 ล้านบาท

นอกจากนั้นถั่วเหลืองประเทศไทยมีความต้องการใช้ปีละ 2 ล้านตัน แต่เกษตรกรผลิตได้เพียง 110,000 ตันจึงมีการนําเข้าพืช GMO อีกประมาณ 1.5 ล้านตันคิดเป็นมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท

นายวรวัจน์ กล่าวอีกว่า เงินเหล่านี้ถูกดูดออกจากกระเป๋าของพี่น้องเกษตรกรไทย เหมือนเปิดเครื่องสูบพญานาคขนาดยักษ์ให้ต่างชาติมาสูบกินเลือดเนื้อเกษตรกรคนไทย แล้วผลลัพธ์คืออะไร ราคาข้าวโพดไทย ตกต่ําเหลือเพียง 7-8 บาท ทั้งที่ขาดแคลน ควรจะขายได้ไม่ต่ํากว่า 15 บาท มันสําปะหลังไทย ราคาตกขายไม่ออก ถั่วเหลือง ถูกกดราคา แม้แต่ข้าวก็ยังตกต่ํา เพราะนายทุนไปนําเข้าพืช GMO มาทดแทนพืชกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ทําให้พี่น้องเกษตรกร ขาดทุนขายสินค้าเกษตรไม่ได้ราคา หนี้สินพุ่งไม่หยุด 15 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยสูญเสียแล้วเกินกว่า 900,000 ล้านบาท

เราจะไม่ลืมว่าใครเปิดประตูนําเข้าพืช GMO ในปี 2553 ใครมีส่วนเกี่ยวข้อง และใครกําลังจะเปิดประตูเพื่อตัดต่อพันธุกรรมที่ชื่อ Gonome Edited ในวันนี้ ควรหยุดการสูบเลือดสูบเนื้อเกษตรกรไทย นี่ไม่ใช่แค่การต่อสู้ทางกฎหมาย แต่มันคือสงครามเพื่อเอาชีวิตรอดของประเทศ และเป็นการทวงคืนอนาคตของเกษตรกรไทย ประเทศไทยไม่ใช่ห้องทดลองของบริษัทข้ามชาติ และเกษตรกรไทยไม่ได้เป็นหนูทดลองให้ใครหลอกขายพืชตัดต่อพันธุกรรมอีก

“หากรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีนายอนุทิน มีความห่วงใยเกษตรกรจริงอย่างที่ปากพูด ต้องยกเลิกประกาศอัปยศเหล่านี้ทันที มิเช่นนั้นท่านอย่าคาดหวังเลยว่าเกษตรกรไทยมากกว่า 30 ล้านคนจะไว้วางใจ ให้ท่านเป็นนายกฯ และให้ท่านทํานโยบายที่สูบเลือดสูบเนื้อ ดูดกินถึงกระดูก พี่น้องเกษตรกรไทยอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม นายวรวัจน์จะยื่นร้อง 1.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงโดยด่วน ซึ่งหากพบการกระทำผิด ให้ส่งเรื่องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพื่อพิจารณา และเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยความผิดจริยธรรมร้ายแรงและดำเนินการถอดถอนผู้ถูกร้องจากตำแหน่ง พร้อมตัดสิทธิทางการเมือง รวมถึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิกถอนประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับที่ 10 พ.ศ.2553

2.ฟ้องศาลจังหวัด เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ (ทั้งรายบุคคลและในรูปแบบกลุ่ม) ให้ศาลพิจารณาสั่งให้รัฐหยุดการดำเนินนโยบายหรือประกาศที่ก่อให้เกิดความเสียหายซ้ำซ้อน ,ห้ามนำเข้า GMO และ GEd โดยมิชอบ

3.ร้องศาลปกครอง ให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับที่ 10 พ.ศ.2553 และให้จำเลยชดเชยค่าเสียหายแก่โจทย์พร้อมดอกเบี้ย รวมถึงมีคำสั่งคุ้มครองห้ามจำเลยนำเข้าพืช GMO และ GEd อีกต่อไป และ 4.ร้องศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยการกระทำของผู้ถูกร้องว่าเข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีมูล ให้มีคำสั่งถอดถอนผู้ถูกร้องจากตำแหน่ง และเพิกถอนสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ นอกจากนี้ ผมอยากขอให้พี่น้องประชาชนร่วมกันลงชื่อยกเลิกประกาศ ที่ทำให้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ GMO และ GEd ก่อนเกษตรกรไทยจะสูญรายได้มหาศาลมากกว่านี้” นายวรวัจน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่นายวรวัจน์ อภิปรายนั้น ได้เปิดคลิปวีดีโอที่ทำด้วย AI และChat GPT จนมี นายณัฏฐช์นน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ที่ลุกขึ้นประท้วงเพื่อขอให้ประธานวินิจฉัยว่าในการใช้ AI ในการอภิปรายได้หรือไม่เป็นการสร้างบรรทัดฐานของการอภิปรายในสภาครั้งต่อๆไป

ทำให้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา วินิจฉัยว่า เรื่อง AI เป็นเรื่องใหม่ ไม่มีข้อบังคับห้าม แต่ตนอยากให้พึงระมัดระวัง ขอให้อยู่ในประเด็น มาตรา 141 ขอให้อภิปรายในเชิงคัดค้านหรือสนับสนุนนโยบายที่รัฐบาลแถลง นอกจากนั้น ตนคิดว่ายังไม่เหมาะสม ไม่ใช่วาระของการแถลงนโยบาย เดี๋ยวจะเป็นการอภิปรายตัวรัฐมนตรีหรืออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และย้ำว่าขอให้อยู่ในประเด็น

ต่อมาเวลา​ 21.40 น.​  ร.อ.ธรรมนัส​ พรหมเผ่า​ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ กล่าวถึงการอภิปรายนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา​ ว่า พรุ่งนี้(30ก.ย.)หากมีการอภิปรายในส่วนของกระทรวงที่ตนกำกับดูแล​ก็จะต้องมีการชี้แจงโดยเฉพาะเรื่องการตัดต่อพันธุกรรม ​นางนฤมล​ ภิญโญ​สิน​วัฒน์​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จะเป็นผู้ชี้แจง ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา​ นายอรรถกร​ ศิริ​ลั​ท​ยากร​ จะเป็นผู้ชี้แจง​ ด้านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย​์​ นายอัครา​ พรหม​เผ่า​ จะเป็นผู้ชี้แจง​

ส่วนพร้อมรับการซักฟอกจากพรรคฝ่ายค้านหรือไม่​ ร.อ.ธรรมนัส​ ระบุว่า​ เป็นนักการเมืองต้องพร้อม​ เจอมาตั้งแต่เป็น รัฐมนตรีช่วยจนเป็นรัฐมนตรีว่าการ​ในสมัยที่แล้วก็ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจมาถึง​ 3 ครั้ง​

นอกจากนี้ร.อ.ธรรมนัส​ ยังเปิดเผยว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะไม่มีการเสนองบประมาณค้างท่อปี​ 2568 เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี​ในวันพรุ่งนี้

ขณะเดียวกันร.อ.ธรรมนัส​ เปิดเผยว่า กีฬาเปตองที่ถูกสมาพันธ์เปตองโลกแบน ไม่ให้แข่งซีเกมส์ครั้งที่33 มีการเจรจาจบแล้ว​ ซึ่งนายอรรถกรจะเป็นผู้แถลงในรายละเอียด ขอให้เอาเรื่องดีๆ ที่เกิดต่อบ้านต่อเมืองบ้าง